ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การขยายความหมายของคำกริยาแสดงการรับรู้ด้วยตาในภาษาไทย

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การขยายความหมายของคำกริยาแสดงการรับรู้ด้วยตาในภาษาไทย
นักวิจัย : รุ่งทิพย์ รัตนภานุศร
คำค้น : ภาษาไทย -- คำกริยา , การรับรู้ทางสายตา , อรรถศาสตร์ , อุปลักษณ์ , นามนัย , Thai language -- Verb , Visual perception , Semantics , Metaphor
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : กิ่งกาญจน์ เทพกาญจนา , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะอักษรศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2549
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/47499
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (อ.ด.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจำแนกความหมาย วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างความหมายและเปรียบเทียบการขยายความหมายของคำกริยาแสดงการรับรู้ด้วยตาในภาษาไทย 3 คำ ได้แก่ คำกริยา มอง ดู และ เห็น อรรถศาสตร์ปริชานคือกรอบแนวคิดที่ใช้ในการศึกษาการขยายความหมายของคำในครั้งนี้ ผลการศึกษาพบว่าคำกริยา มอง ดู และ เห็น เป็นคำหลายความหมาย คำกริยา มอง มี 6 ความหมาย ได้แก่ (1) ส่งสายตาไปยังเป้าหมาย (2) เหม่อลอย (3) สนใจ (4) ติดตามสถานการณ์ (5) คิดพิจารณา และ (6) ประเมิน คำกริยา ดู มี 10 ความหมายได้แก่ (1) ใช้ตารับรู้เป้าหมาย (2) อ่าน (3) ชมการแสดง (4) เอาใจใส่ (5) ติดตามสถานการณ์ (6) คิดพิจารณา (7) ประเมิน (8) ทำให้รู้ (9) แสดงการคาดคะเน และ (10) ดึงความสนใจคำกริยา เห็น มี 7 ความหมายได้แก่ (1) รับรู้เป้าหมายด้วยตา (2) รับรู้ภาพในความคิด (3) คุ้นเคย (4) พบปะ (5) รู้ (6) เชื่อ และ (7) แสดงการอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูล ความหมายที่แสดงการรับรู้ด้วยประสาทสัมผัสทางตาเป็นความหมายพื้นฐานของคำกริยาทั้ง 3 คำ ปริชานหรือกระบวนการทางความคิดคือความหมายที่ขยายจากความหมายพื้นฐาน ความหมายแต่ละความหมายของคำกริยา มอง ดู และ เห็น มีความสัมพันธ์ต่อกันใน 2 ลักษณะดังนี้ (1) การมีความหมายคล้ายคลึงกัน เช่น ความหมาย’เหม่อลอย’ และความหมายพื้นฐานของคำกริยา มอง มีคุณสมบัติร่วมกันยกเว้นคุณสมบัติ [เจตนาในการมอง] ที่ขาดไปในความหมาย ‘เหม่อลอย’ (2) การเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างความหมายด้วยกระบวนการทางปริชานแบบนามนัยและอุปลักษณ์ เช่น คำกริยา เห็น ขยายความไปยัง ‘พบปะ’ ด้วยนามนัยเนื่องจากการรับรู้ด้วยตาเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ขาดไม่ได้ในการพบปะสังสรรค์ของคนในสังคม คำกริยา มอง ขยายความหมายไปยัง ‘ติดตามสถานการณ์’ ด้วยอุปลักษณ์โดยที่การเฝ้ามองสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยไม่คลาดสายตาถูกเทียบโยงไปยังการสนใจติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตามพบว่านามนัยเป็นฐานที่เอื้อให้เกิดการขยายความหมายด้วยอุปลักษณ์ในหลายๆ กรณี เช่น ความสัมพันธ์ที่ยึดโยงกันอยู่อย่างแนบแน่นด้วยนามนัยระหว่างการมองสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยไม่คลาดสายตากับอากัปกิริยาการเฝ้าติดตามคือที่มาที่ทำให้คำกริยา มอง ถูกนาใช้ในเชิงอุปลักษณ์เพื่อสื่อถึงการสนใจติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

บรรณานุกรม :
รุ่งทิพย์ รัตนภานุศร . (2549). การขยายความหมายของคำกริยาแสดงการรับรู้ด้วยตาในภาษาไทย.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
รุ่งทิพย์ รัตนภานุศร . 2549. "การขยายความหมายของคำกริยาแสดงการรับรู้ด้วยตาในภาษาไทย".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
รุ่งทิพย์ รัตนภานุศร . "การขยายความหมายของคำกริยาแสดงการรับรู้ด้วยตาในภาษาไทย."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549. Print.
รุ่งทิพย์ รัตนภานุศร . การขยายความหมายของคำกริยาแสดงการรับรู้ด้วยตาในภาษาไทย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2549.