| ชื่อเรื่อง | : | กฎการกล่าวขอบคุณในสังคมไทย : การศึกษาตามแนวภาษาศาสตร์สังคม |
| นักวิจัย | : | สิงหชาต ไตรจิตต์ |
| คำค้น | : | ภาษาศาสตร์เชิงสังคมวิทยา , มารยาทและการสมาคม -- ไทย |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | อมรา ประสิทธิ์รัฐสินธุ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะอักษรศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2549 |
| อ้างอิง | : | 9741420153 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/13416 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (อ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549 งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะวิเคราะห์การกล่าวขอบคุณในภาษาไทยปัจจุบันในแง่รูปแบบและการแปรตาม ปัจจัย 3 ประการคือ ความสัมพันธ์ระหว่างผู้พูดกับผู้ฟัง ความเป็นทางการของสถานการณ์ และความพึงพอ ใจของผู้พูดต่อสิ่งที่ได้รับ ข้อมูลที่ใช้ในการวิเคราะห์ได้มาจากการตอบแบบสอบถามของข้าราชการทำงาน อยู่ในสำนักงาน 5 สำนัก ของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล จำนวน 96 คน เกณฑ์ที่ใช้ใน การแบ่งประเภทของการกล่าวขอบคุณมี 2 เกณฑ์คือ 1) โครงสร้าง และ 2) ความซับซ้อนในเชิงโครงสร้าง พบว่าการกล่าวขอบคุณมี 3 แบบใหญ่ ๆ คือ 1) การกล่าวขอบคุณตรง 2) การกล่าวขอบคุณอ้อม และ 3) การกล่าวขอบคุณตรง+การกล่าวขอบคุณอ้อม การกล่าวขอบคุณตรงประกอบไปด้วยส่วนประกอบสำคัญ 2 ส่วน ส่วนแรกคือ คำขอบคุณตรง ซึ่งต้องปรากฏเสมอ และส่วนที่สองคือ ส่วนเสริม ซึ่งอาจปรากฏหรือไม่ ก็ได้ ส่วนเสริมที่ปรากฏหน้าคำขอบคุณตรงเรียกว่า ส่วนเกริ่นนำ ส่วนเสริมที่ปรากฏหลังคำขอบคุณตรง เรียกว่า ส่วนเสริมท้าย ส่วนการกล่าวขอบคุณอ้อมนั้นมีโครงสร้างเป็น การกล่าวขอบคุณอ้อมเท่านั้น จากโครงสร้างและส่วนประกอบของโครงสร้างดังกล่าวสามารถแบ่งรูปแบบการกล่าวขอบคุณได้ทั้งสิ้น 9 รูปแบบ ในเชิงความซับซ้อน ผู้วิจัยได้ใช้เกณฑ์ 2 มาจำแนกการกล่าวขอบคุณ คือ 1) เกณฑ์จำนวน องค์ประกอบซึ่งใช้จำแนกในระดับรูปแบบ และ 2) เกณฑ์ความหมายทางสังคมซึ่งใช้จำแนกในระดับคำ ขอบคุณ ผลการศึกษาพบว่ารูปแบบการกล่าวขอบคุณที่จำแนกตามจำนวนองค์ประกอบมีทั้งหมด 7 รูปแบบ คือรูปแบบที่มีตั้งแต่ 1 องค์ประกอบไปจนถึงรูปแบบที่มี 7 องค์ประกอบ ส่วนคำขอบคุณที่จำแนกตาม ความหมายทางสังคมพบว่า คำว่า ขอบพระคุณ มีความหมายทางสังคมที่ซับซ้อนมากที่สุด รองลงมาคือ ขอบคุณ และ ขอบใจ ตามลำดับ จากการวิเคราะห์การแปรของการกล่าวขอบคุณตามความสัมพันธ์ระหว่าง ผู้พูดกับผู้ฟังซึ่งถูกกำหนดโดยบทบาททางสังคมและความสนิทสนมพบว่า เมื่อผู้พูดมีสถานภาพสูงกว่าผู้ฟัง ผู้พูดจะใช้รูปแบบการกล่าวขอบคุณที่ซับซ้อนน้อยกว่าเมื่อผู้พูดมีสถานภาพต่ำกว่าผู้ฟังและเท่าเทียมกับผู้ฟัง ส่วนเมื่อผู้พูดกับผู้ฟังมีความสนิทสนมและไม่สนิทสนมกันพบว่ารูปแบบการกล่าวขอบคุณที่ใช้ไม่แตกต่าง กันยกเว้นบทบาทเพื่อนเท่านั้นที่พบว่าตัวคำขอบคุณที่ใช้มีความแตกต่างกันตามความสนิทสนม สำหรับ การแปรของการกล่าวขอบคุณตามความเป็นทางการของสถานการณ์พบว่า สถานการณ์ไม่มีอิทธิพลต่อ การกล่าวขอบคุณในทุกความสัมพันธ์ ยกเว้นเมื่อผู้พูดมีสถานภาพต่ำกว่าผู้ฟังเท่านั้นที่พบว่า ผู้พูดจะใช้รูปแบบการกล่าวขอบคุณที่ซับซ้อนในสถานการณ์เป็นทางการมากกว่าในสถานการณ์ไม่เป็นทางการ ส่วนการแปรของการกล่าวขอบคุณตามความพึงพอใจของผู้พูดต่อสิ่งที่ได้รับพบว่าเมื่อผู้พูดมีความพึงพอใจมากต่อสิ่งที่ได้รับ ผู้พูดจะใช้รูปแบบการกล่าวขอบคุณที่ซับซ้อนมากกว่าเมื่อผู้พูดมีความพึงพอใจน้อยต่อสิ่งที่ได้รับในทุกความสัมพันธ์ยกเว้นแต่เมื่อผู้พูดมีสถานภาพสูงกว่าผู้ฟังเท่านั้นที่พบว่าตัวคำขอบคุณที่ใช้ไม่แตกต่างกันตามความพึงพอใจ |
| บรรณานุกรม | : |
สิงหชาต ไตรจิตต์ . (2549). กฎการกล่าวขอบคุณในสังคมไทย : การศึกษาตามแนวภาษาศาสตร์สังคม.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สิงหชาต ไตรจิตต์ . 2549. "กฎการกล่าวขอบคุณในสังคมไทย : การศึกษาตามแนวภาษาศาสตร์สังคม".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สิงหชาต ไตรจิตต์ . "กฎการกล่าวขอบคุณในสังคมไทย : การศึกษาตามแนวภาษาศาสตร์สังคม."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549. Print. สิงหชาต ไตรจิตต์ . กฎการกล่าวขอบคุณในสังคมไทย : การศึกษาตามแนวภาษาศาสตร์สังคม. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2549.
|
