| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาสมรรถภาพการสอนวิชาพระพุทธศาสนาของพระธรรมวิทยากร จากมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย |
| นักวิจัย | : | วิชิต วงศ์สายตา |
| คำค้น | : | สมรรถภาพการสอน , วิชาพระพุทธศาสนา , TEACHING COMPETENCIES , BUDDHISM SUBJECT |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2544 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=57280 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาสมรรถภาพการสอนวิชา พระพุทธศาสนาในโรงเรียน ของพระธรรมวิทยากรจากมหาวิทยาลัยมกุฏราชวิทยาลัย (2) เปรียบเทียบสมรรถภาพการสอนวิชาพระพุทธศาสนาของพระธรรมวิทยากร เมื่อจำแนกตาม สถานภาพของครู ขนาดโรงเรียน และการบริหารโครงการพระธรรมวิทยากร (3) ศึกษา แนวทางการพัฒนาสมรรถภาพการสอนวิชาพุทธศาสนาของพระธรรมวิทยากร ตามความคิดเห็น ของอาจารย์และผู้บริหาร ของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย กลุ่มตัวอย่างที่ ใช้ในการวิจัย ได้แก่ พระธรรมวิทยากรจากมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย จำนวน 132 รูป ได้มาจากการสุ่มแบบหลายขั้นตอน (Stratified Random Sampling) ผู้บริหารมหาวิทยาลัยจำนวน 6 รูป และอาจารย์ทั้งฝ่ายบรรพชิตและฆราวาส จำนวน 9 รูป/คน ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ใน การวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าร้อยละ(%) ค่าเฉลี่ย((-,X)) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) การวิเคราะห์เนื้อหาการทดสอบค่า t-test การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One Way - ANOVA) และการเปรียบเทียบพหูคูณ (Multiple Comparison) ด้วยวิธีการของ เชฟเฟ่ (Scheffes Method) ผลการวิจัยพบว่า 1.สมรรถภาพการสอนวิชาพระพุทธศาสนา ของพระธรรมวิทยากรจาก มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ส่วนมากมีสมรรถภาพอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อ พิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า พระธรรมวิทยากรมีสมรรถภาพทั้ง 4 ด้าน เรียงจากสูง ไปหาต่ำ ได้แก่ ด้านหลักสูตรและเนื้อหา ด้านการวัดผลและประเมินผล ด้านการดำเนินกิจกรรมการเรียนการสอน และด้านการผลิตและการใช้สื่อ การเรียนการสอน 2.เมื่อเปรียบเทียบสมรรถภาพการสอนวิชาพระพุทธศาสนาของพระธรรมวิทยากรจาก มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย จำแนกตามสถานภาพของครู (อายุ, จำนวนปีที่บวช, ระดับความรู้ทางบาลี, ระดับชั้นที่กำลังศึกษา, ประสบการณ์การสอน, ประสบการณ์ การอบรม,ระดับชั้นที่สอน) พบว่า แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .05 เมื่อจำแนกตามขนาดโรงเรียน และการบริหารโครงการพระธรรมวิทยากร พบว่า แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยกลุ่มพระธรรมวิทยากร ที่สอนในโรงเรียนขนาดใหญ่ และกลุ่มที่สอนในโรงเรียนขนาดกลางมีระดับสมรรถภาพ การสอน มากกว่ากลุ่มที่สอนในโรงเรียนขนาดเล็ก และกลุ่มที่ได้รับการสนับสนุน จากมหาวิทยาลัย มีสมรรถภาพการสอนสูงกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับการสนับสนุนจาก มหาวิทยาลัย 3.แนวทางการพัฒนาสมรรถภาพการสอนวิชาพุทธศาสนาของพระธรรมวิทยากร ผู้บริหาร มีความคิดเห็นว่ามหาวิทยาลัยควรเห็นความสำคัญของหน่วย พระธรรมวิทยากร โดยมีการปฏิบัติเป็นรูปธรรมระหว่างมหาวิทยาลัยกับหน่วยงานอื่น ควรมีการจัดอบรมสัมมนาส่งเสริมประสบการณ์เกี่ยวกับวิชาพระพุทธศาสนาแก่พระธรรม วิทยากร ควรมีการประเมินผลการดำเนินงานของพระธรรมวิทยากร เพื่อพัฒนาสมรรถภาพ การสอนให้ดียิ่งขึ้น อาจารย์ผู้สอน มีความคิดเห็นว่าควรมีการพัฒนาศักยภาพและปรับปรุง แนวการสอนให้เข้ากับยุคสมัย ต้องมีการปรับปรุงหลักสูตรหรือคู่มือการสอนให้ เป็นเอกเทศ ควรได้รับการสนับสนุนด้านการบริการจากมหาวิทยาลัยและโรงเรียน ควร พัฒนาหน่วยงานของพระธรรมวิทยากรให้มีประสิทธิภาพกว่าที่เป็นอยู่ และควรมี ค่าตอบแทนหรือรางวัลเพื่อเป็นแรงจูงใจในการทำงาน |
| บรรณานุกรม | : |
วิชิต วงศ์สายตา . (2544). การศึกษาสมรรถภาพการสอนวิชาพระพุทธศาสนาของพระธรรมวิทยากร จากมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วิชิต วงศ์สายตา . 2544. "การศึกษาสมรรถภาพการสอนวิชาพระพุทธศาสนาของพระธรรมวิทยากร จากมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วิชิต วงศ์สายตา . "การศึกษาสมรรถภาพการสอนวิชาพระพุทธศาสนาของพระธรรมวิทยากร จากมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print. วิชิต วงศ์สายตา . การศึกษาสมรรถภาพการสอนวิชาพระพุทธศาสนาของพระธรรมวิทยากร จากมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.
|
