ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การบริหารจัดการระบบห่วงโซ่อุปทานเนื้อโคธรรมชาติ กรณีศึกษาสหกรณ์การเกษตรไร้สารเคมี จำกัด จังหวัดอุบลราชราชธานี

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การบริหารจัดการระบบห่วงโซ่อุปทานเนื้อโคธรรมชาติ กรณีศึกษาสหกรณ์การเกษตรไร้สารเคมี จำกัด จังหวัดอุบลราชราชธานี
นักวิจัย : สมพร ดวนใหญ่
คำค้น : ห่วงโซ่อุปทาน , โค
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2557
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG5520011 , http://research.trf.or.th/node/8563
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการบริหารจัดการระบบห่วงโซ่อุปทานเนื้อโคธรรมชาติของสหกรณ์การเกษตรไร้สารเคมีจากัด ตั้งแต่การผลิตโคต้นน้า การจัดการโรงฆ่าให้ได้มาตรฐาน GMP การจัดการชิ้นส่วนและผลพลอยได้จากโรงฆ่า การพัฒนาบุคลากรของสหกรณ์ การพัฒนาเครื่องปั่นหนังหมักเค็มขนาดเล็ก การถ่ายทอดเทคโนโลยีการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากเนื้อส่วนรอง และเพิ่มช่องทางการจาหน่ายผลิตภัณฑ์จากเนื้อส่วนรอง ดาเนินการศึกษาโดยการสังเกต การสัมภาษณ์ การประชุมกลุ่ม และการปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม ผลการศึกษาครั้งนี้พบว่า สหกรณ์ฯมีความสามารถในการจัดการระบบห่วงโซ่อุปทานเนื้อโคธรรมชาติได้เป็นอย่างดีในทุกขั้นตอนของการผลิต มีสมาชิกจานวน 26 รายจาก 6 อาเภอเข้าร่วมโครงการ และสามารถส่งโคต้นน้าไปแปรรูปเป็นเนื้อโคธรรมชาติได้อย่างต่อเนื่องถึง 14 ชุด ใช้โครวมทั้งสิ้น 255 ตัว สหกรณ์ฯมีการจัดสรรเป็นเงินทุนหมุนเวียนให้สมาชิกสามารถกู้ไปใช้ในการจัดซื้อโคมา มีการนาเอาระบบการตรวจสอบย้อนกลับ (traceability) ตามคาแนะนาของนักวิจัยไปใช้ในการผลิตเนื้อโคธรรมชาติในทุกขั้นตอนตั้งแต่การผลิตโคต้นน้า การแปรรูป และการจัดจาหน่ายเนื้อโค ทาให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ทุกขั้นตอน การขนส่งโคดาเนินการโดยคานึงถึงสวัสดิภาพสัตว์ ทาให้ไม่มีการสูญเสียชิ้นส่วนเนื้อเพราะเกิดการฟกช้าของเนื้อระหว่างการขนส่ง การสูญเสียน้าหนักโคระหว่างการขนส่งก็อยู่ในระดับเดียวกันกับรายงานที่ผ่านมา ด้านการจัดการในโรงฆ่า ผลการทวนสอบความปลอดภัยเนื้อโคธรรมชาติจากการตรวจการตกค้างของยาปฏิชีวนะซึ่งไม่พบการตกค้าง ปริมาณของ Total bacteria count (TBC) ของเนื้อโคธรรมชาติเกินกว่าค่ามาตรฐานใน 2 ชุดการผลิต เชื้อ Salmonella กลุ่ม C มีค่าเกินกว่ามาตรฐานในการแปรรูปเนื้อ 3 ชุด เชื้อ Staphylococcus และ เชื้อ E. Coli มีค่าเกินกว่ามาตรฐานในการแปรรูปเนื้อ 2 และ 7 ชุดตามลาดับ ต้นตอของปัญหาพบว่าเกิดขึ้นใน 2 ขั้นตอน คือขั้นตอนการผ่าซากและขั้นตอนการตัดแต่ง การเปลี่ยนแปลงผู้ปฏิบัติงานในการชาแหละหรือการตัดแต่งเนื้อโคอยู่เสมอทาให้เกิดผลกระทบในทางลบต่อการทวนสอบความปลอดภัยเนื้อโคธรรมชาติค่อนข้างมาก การจาหน่ายเนื้อชิ้นส่วนต่างๆและผลพลอยได้จากการชาแหละ ชิ้นส่วนเนื้อที่ได้จากการตัดแต่งจานวน 12 รายการและชิ้นส่วนหางส่งไปจาหน่ายให้กับ บริษัทเบทาโกร ในราคาที่ตกลงไว้เบื้องต้น และมีการปรับราคาขึ้น 2 ครั้ง นอกจากนั้นเป็นชิ้นส่วนและผลพลอยได้ที่สหกรณ์จาหน่ายเอง ซึ่งมีการปรับราคาขายขึ้น 6 ครั้ง การแก้ไขปัญหาการจาหน่ายเนื้อสีข้าง เนื้อพื้นท้อง เนื้อแดงรวม และเศษเนื้อ โดยการที่สมาชิกรับซื้อมาเก็บไว้ในตู้เย็นและแบ่งขายให้กับเพื่อนบ้านและการผสมรวมเนื้อทั้งสี่ส่วนเข้าด้วยกันแล้วขายในราคาเดียว การตั้งมาตรฐานการรับซื้อโคจากเกษตรกร สหกรณ์ฯกาหนดราคาซื้อตามน้าหนักเนื้อเซาะที่ได้จากโคแต่ละตัว สาหรับการผลิตในชุดที่ 1-11 ส่วนการผลิตในชุดที่ 12-14 เกษตรกรเจ้าของโคจ่ายค่าดาเนินการให้สหกรณ์ตัวละ 200 บาทและค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการแปรรูปเป็นเนื้อโค ส่วนที่เหลือเป็นรายได้ของเกษตรกรทั้งหมด การจ่ายเงินให้แก่เจ้าของโคสหกรณ์ฯจ่ายให้หลังได้รับเงินชาระสินค้าจากทางบริษัท การนาบุคลากรของสหกรณ์ฯไปศึกษาดูงานการผลิตเนื้อโคของ สหกรณ์ กรป. กลาง โพนยางคา จากัด และการได้รับความรู้จากผู้ที่มีประสบการณ์การบริหารจัดการการผลิตเนื้อโค ทาให้บุคลากรของสหกรณ์ฯมองเห็นภาพรวมตลอดโซ่อุปทานการผลิตเนื้อโค และเก็บความรู้นามาให้แนวคิดเพื่อการแก้ไขปัญหาระหว่างการผลิตเนื้อโคธรรมชาติ การทาหนังหมักเค็มโดยใช้เครื่องปั่นหนังขนาดเล็กช่วยลดปริมาณเกลือที่ใช้ในการทาหนังหมักเค็ม ลงเหลือร้อยละ 25 ของน้าหนักหนังสด และลดต้นทุนในการทาหนังหมักเค็มลงอีกร้อยละ 32 และยังได้หนังที่มีคุณภาพดีที่สุดเมื่อประเมินคุณภาพขั้นสุดท้ายของการฟอก ในการตัดแต่งเนื้อโคธรรมชาติ ได้เนื้อส่วนรอง 24.65% หรือ ¼ ของเนื้อทั้งหมด การใช้เนื้อส่วนรองในการทาผลิตภัณฑ์เป็นการเพิ่มมูลค่าของเนื้อโคธรรมชาติ เนื้อส่วนรองที่ใช้ได้แก่ เนื้อพื้นท้อง เนื้อแดงรวม เศษเนื้อ ผลิตภัณฑ์ต่างๆที่ตัวแทนกลุ่มผู้เลี้ยงโคธรรมชาติได้รับการถ่ายทอดและฝึกอบรมได้แก่ ไส้กรอกฝรั่ง มีทโลฟ และหลามยอ ลูกชิ้น แหนม หม่า ไส้กรอกอีสาน และ เนื้อฝอย หลังการฝึกอบรม ผู้เข้ารับการอบรมสามารถทาผลิตภัณฑ์ได้เอง คุณภาพและรสชาติเป็นที่ยอมรับและสามารถจาหน่ายได้เป็นอย่างดี ผลตอบแทนจากการทาผลิตภัณฑ์พบว่ามีกาไรสุทธิ 3,011.25 บาท/ตัว หรือร้อยละ 45.12 ของต้นทุนผันแปร แต่จะต้องประมาณการผลิตให้เหมาะสมให้สามารถจาหน่ายผลิตภัณฑ์ได้หมดหรือเลือกทาผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่ต้องการให้มากขึ้น เช่นเพิ่มปริมาณการผลิตไส้กรอกฝรั่ง ไส้กรอกอีสาน เป็นต้น โดยเฉพาะไส้กรอกอีสานสามารถใช้เนื้อปนเอ็น เนื้อปนมัน บดเป็นส่วนผสมได้เป็นอย่างดี This research aimed to study the Organic Agriculture Cooperative (OAC) management model for natural beef supply chain from natural beef production, GMP management in slaughter house, beef parts and by products management, OAC’s personnel training, development of small spinning tank for salt hide curing, knowledge transfer for beef products from rough cut and its marketing. Research methods were observation, interview, group meeting and participatory action research. The results were as follows: OAC was able to well manage natural beef supply chain in all aspects. Twenty six OAC’s members from 6 Amphoes participated in the project. Two hundred and fifty five beefs were continually supplied in 14 lots to slaughter house for natural beef production. OAC allocated fund for its member to loan for purchasing cattle. Traceability was adopted by OAC and implemented according to researcher’s advice in all step of natural beef production, in order to trace back in all step. Transportation of bulls to slaughter house were cautionary performed to avoid bruising and loosing weight of beef cut during fabrication. Weight loss during transportation was acceptable. Safety verification of natural beef during slaughter as an indicator of GMP showed no antibiotic residue; sub-standard of total bacteria count (TBC), group C Salmonella, Staphylococcus and in 2, 3, 2 and 7 batches of production. Contamination was found during carcass dividing and dressing. Too often change of slaughter house worker had negative effect on safety verification. Twelve beef parts were sold to Betagro Ltd according pre-set price which was adjusted twice during the study. Coarse cut and by-products were market by OAC, their price were up six times. Flank, plate and scraps were wholesaled to OAC member. They were mixed and stored in refrigerator then daily sold to neighbor at the same price. Cattles were bought as per deboned yield weight in the 1-11 batches of production; while the 12-14 batches, cattle owner received money from selling of all beef parts and by-products minus 200 baht paid to OAC and all expenses during beef processing. Academic field trips to the success Cooperative such as Ponyangkhum and sharing experience with beef business experts were an effectively ways to educate OAC personnel. They gained the whole picture of beef business and their knowledge was utilized to solve the problem during the production. Using the developed small spinning tank for salt hide curing resulted in minimize salt to 25 % raw hide weight, reduce cost by 32 % and high quality leather. Coarse cuts accounted for 24.65 % or ¼ debone yield. Products from coarse cut were value-added. OAC member were trained to produce cooked sausage, original meat loaf and bamboo meat loaf, beef ball, Thai fermented meat (Nham and Mum), Thai tradition sausage and dry meat fiber. Trained OAC’s member were able to process meat products by their own, products quality and taste were acceptable. Some meat products were successfully markets. Income from products were 3,011.25 Baht or 45.12 % of variable costs but proper amount of production and customer’s desired products must be considered e.g. original meat sausage and Thai traditional fermented sausage were well accepted. Ground tendon meat and fat meat were used as ingredients in those products.

บรรณานุกรม :
สมพร ดวนใหญ่ . (2557). การบริหารจัดการระบบห่วงโซ่อุปทานเนื้อโคธรรมชาติ กรณีศึกษาสหกรณ์การเกษตรไร้สารเคมี จำกัด จังหวัดอุบลราชราชธานี.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สมพร ดวนใหญ่ . 2557. "การบริหารจัดการระบบห่วงโซ่อุปทานเนื้อโคธรรมชาติ กรณีศึกษาสหกรณ์การเกษตรไร้สารเคมี จำกัด จังหวัดอุบลราชราชธานี".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สมพร ดวนใหญ่ . "การบริหารจัดการระบบห่วงโซ่อุปทานเนื้อโคธรรมชาติ กรณีศึกษาสหกรณ์การเกษตรไร้สารเคมี จำกัด จังหวัดอุบลราชราชธานี."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2557. Print.
สมพร ดวนใหญ่ . การบริหารจัดการระบบห่วงโซ่อุปทานเนื้อโคธรรมชาติ กรณีศึกษาสหกรณ์การเกษตรไร้สารเคมี จำกัด จังหวัดอุบลราชราชธานี. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2557.