| ชื่อเรื่อง | : | การผลิตเนื้อโคพื้นเมือง กรณีศึกษาจังหวัดอุบลราชธานีและยโสธร |
| นักวิจัย | : | สมพร ดวนใหญ่ |
| คำค้น | : | โคพื้นเมือง อุบลราชธานี ยโสธร |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2551 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4920008 , http://research.trf.or.th/node/3904 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาสภาพการผลิตเนื้อโคพื้นเมือง กรณีจังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดยโสธร ได้เลือกหมู่บ้านที่มีการเลี้ยงโคพื้นเมืองค่อนข้างมาก 11 หมู่บ้านในจังหวัดอุบลราชธานีและ 3 หมู่บ้านในจังหวัดยโสธร โดยหมู่บ้าน 9 แห่งของจังหวัดอุบลราชธานีเป็นพื้นที่ติดชายแดนประเทศลาวและหรือกัมพูชา การศึกษาประกอบด้วยการสัมภาษณ์เกษตรกรที่เลี้ยงโคพื้นเมือง การสำรวจสภาพการเลี้ยงโคในหมู่บ้าน ชนิดพืชอาหารสัตว์ สัดส่วนต่างๆจากการชำแหละซากโค น้ำหนักโคที่เปลี่ยนแปลงในช่วงที่ทำการศึกษา และความสัมพันธ์ระหว่างสัดส่วนของร่างกายและน้ำหนักโค ผลการวิจัยพบว่า ผู้เลี้ยงโคส่วนใหญ่ทำนาควบคู่กับการเลี้ยงโค มีจำนวนโคเฉลี่ยไม่เกิน 10 ตัวต่อครัวเรือน ยกเว้นในเขตพื้นที่ภูเขาชายโขงที่ส่วนมากจะเลี้ยงเป็นฝูงใหญ่มากกว่า 50 ตัวขึ้นไป เนื่องจากสภาพพื้นที่เป็นป่าเขาที่ยังมีความอุดมสมบรูณ์โคที่เลี้ยงส่วนใหญ่เป็นโคเพศเมีย การผสมพันธุ์ยังคงเป็นการผสมพันธุ์แบบธรรมชาติโดยผสมกันเองภายในฝูงหรือเลือกพ่อพันธุ์ให้ผสม การเลี้ยงดูทั่วไปส่วนใหญ่เป็นการปล่อยแทะเล็มหญ้าเวลากลางวันและขังคอกเวลากลางคืน สถานที่แทะเล็มส่วนใหญ่เป็นที่ของตนเองหลังการเก็บเกี่ยว ที่สาธารณะ ริมทาง ไหล่ถนน ชายป่า และบนภูเขา ซึ่งกรณีปล่อยเลี้ยงบนภูเขาพบมากที่ อำเภอศรีเมืองใหม่ อำเภอโขงเจียม และอำเภอนาจะหลวย จ.อุบลราชธานี โคจะอยู่บนเขาตั้งแต่เริ่มฝนจนกระทั่งถึงฤดูการเก็บเกี่ยวโดยเจ้าของไม่ต้องขึ้นไปเฝ้า เมื่อสิ้นฝนบนเขาแล้งน้ำ โคจะทยอยกลับลงพื้นราบในสภาพที่สมบรูณ์เต็มที่ คอกโคส่วนใหญ่อยู่ใกล้บ้าน และอาจมีคอกหลายแห่ง เช่น ใกล้ตัวบ้านบริเวณที่นา หรือชายป่า หน้าฝนโคมักจะถูกขังคอกตลอด เนื่องจากไม่มีที่ว่างปล่อยเลี้ยง เจ้าของจะเกี่ยวหญ้าและเสริมด้วยฟางข้าว อาจมีการเสริมด้วยรำข้าวและกากน้ำตาลซึ่งส่วนใหญ่พบในรายที่เลี้ยงโคน้อยตัว พืชอาหารสัตว์ตามธรรมชาติ จากการสำรวจร่วมกับผู้เชี่ยวชาญทางพฤกษศาสตร์พบว่ามี 401 ชนิด โดยเป็นทั้งพืชตระกูลหญ้า ตระกูลถั่ว ไม้พุ่มและไม้ยืนต้น ราคาโคเต็มวัยอยู่ระหว่าง 7 – 8 พันบาทต่อตัว การขายโคเหมาฝูงจะได้ราตาต่ำกว่าการขายแบบรายตัว โดยมีพ่อค้าเข้าไปรับซื้อถึงที่และซื้อขายกันเองภายในหมู่บ้าน ไม่ปรากฏว่ามีการนำโคไปจำหน่ายในตลาดนัดหรือส่งโรงฆ่าโดยตรง รายได้สุทธิที่เป็นตัวเงินจากการเลี้ยงโคในกรณีจังหวัดอุบลราชธานีมีค่าใกล้เคียงกับรายได้จากอาชีพอื่น ส่วนจังหวัดยโสธรรายได้จากอาชีพอื่นสูงกว่ารายได้จากการเลี้ยงโคเนื่องจากจำนวนโคเฉลี่ย/ครัวเรือนน้อยกว่าเมื่อเทียบกับจังหวัดอุบลราชธานี การศึกษาลักษณะซากพบว่า ค่าซากที่ได้เฉลี่ยร้อยละ 50.30 ของน้ำหนักตัว โคที่สมบรูณ์หรือโคที่ชำแหละในฤดูฝนจะมีสัดส่วนของซากและเนื้อแดงมากกว่าฤดูอื่น ๆ โคที่ชำแหละโดยพ่อค้าเนื้อสัตว์ จะได้สัดส่วนเนื้อโดยรวมมากกว่าการ ชำแหละโดยคนในหมู่บ้าน พ่อค้าเนื้อสัตว์เก็บเนื้อจากส่วนต่าง ๆ ได้เพิ่มเติม เช่น เนื้อจากซี่โครง เนื้อแก้ม เนื้อหัว และการเลาะเนื้อจากกระดูกต่าง ๆ จะได้สัดส่วนที่สูงกว่าและด้วยลักษณะการประกอบอาหารของคนในท้องถิ่น ส่วนของอาหารและน้ำย่อยในลำไส้เล็ก(ขี้เพลี้ย)และน้ำดี ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญบนเขียงจำหน่ายเนื้อโค ราคาขายส่งเนื้อโคที่ชำแหละแล้วให้กับเขียงในตลาดสดพบว่าเนื้อทุกส่วนขายเหมาราคากิโลกรัมละ 90 บาท เครื่องในราคากิโลกรัมละ 60 บาท ในขณะที่ราคาขายปลีกเนื้อและเครื่องในกิโลกรัมละ 120 บาท ยกเว้นเนื้อท้องและเศษเนื้อราคากิโลกรัมละ 60 บาท เมื่อคำนวณรายได้จากทุกส่วนที่จำหน่ายได้ ผู้ขายส่งหรือผู้ชำแหละมีรายได้เฉลี่ย 43.44 บาท/กิโลกรัมน้ำหนักเป็น ในขณะที่ผู้ขายปลีกมีรายได้เฉลี่ย 56.77บาท/กิโลกรัมน้ำหนักเป็น การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักโคในช่วงฤดูฝนพบว่า ค่าการเปลี่ยนแปลงมีตั้งแต่ -1.28 ถึง +14.09 กิโลกรัม/เดือน โคที่น้ำหนักตัวเพิ่มมากเป็นโคที่เลี้ยงบนภูเขาในเขตจังหวัดอุบลราชธานีและโคในหมู่บ้านเขตจังหวัดยโสธรที่มีระบบชลประทาน มีการปลูกหญ้ากินนี่และรูซี่ ความสัมพันธ์ของสัดส่วนที่วัดเพื่อใช้ในการทำนายน้ำหนักตัวโคพบว่าเมื่อนำค่าความยาวรอบอก ความสูง ความยาว และความยาวรอบซอกขาหลัง มาเป็นปัจจัยร่วม จะให้ค่า r2สูงสุด แต่เมื่อพิจารณาปัจจัยเดียว ค่า r2 สูงสุด ได้จากการทำนายโดยใช้ ความยาวรอบซอกขาหลัง ซึ่งยังไม่ปรากฏในเอกสารที่เกี่ยวข้อง และควรจะได้มี การศึกษาเพิ่มเติมให้แน่ชัดต่อไป ปัญหาสำคัญในการเลี้ยงโคพื้นเมืองพบว่า พื้นที่ปล่อยเลี้ยงมีน้อยลงเพราะมีการขยายพื้นที่ปลูกยางพารา และต้องชดใช้ค่าเสียหายหากโคทำลายต้นยางดังนั้นการส่งเสริมระบบการจัดการพืชอาหารสัตว์น่าจะเป็นหนทางที่จะช่วยแก้ไขปัญหาเพื่อมิให้ปริมาณโคพื้นเมืองต้องลดลงอย่างรวดเร็ว ผลการวิจัยในครั้งนี้จึงสรุปได้ว่า 1. โคพื้นเมืองมีศักยภาพในการเจริญเติบโตในสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติของประเทศไทย 2. โคพื้นเมืองมีความเหมาะสมในการพัฒนาสู่การผลิตเนื้อโคตามวิถีธรรมชาติ (Natural beef) เพราะสามารถปล่อยเลี้ยงตามสภาพธรรมชาติบนพื้นราบและป่าเขา เนื่องจากความเหมาะสมของขนาดตัว ความสามารถในการใช้ประโยชน์จากอาหารตามธรรมชาติ ความสามารถในการปีนป่ายเมื่อเทียบกับโคเนื้อลูกผสมที่มีโครงร่างสูงใหญ่กว่า 3. ในพื้นที่ชายโขงและชายแดนติดประเทศเพื่อนบ้านที่ยังคงความอุดมสมบรูณ์ของป่าเขา แหล่งน้ำและความงดงามของธรรมชาติ มีศักยภาพในการพัฒนาระบบการเลี้ยงโคพื้นเมืองที่ปล่อยเลี้ยงบนภูเขาสู่การเกษตรเชิงท่องเที่ยว ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ 1. การจัดการระบบอาหารสัตว์และอาหารสำรองจะช่วยให้การเลี้ยงโคพื้นเมืองขยายจำนวนได้และลดปัญหาสภาพโคผอมโซในหน้าแล้ง 2. เนื้อโคพื้นเมืองมีความเหมาะสมสำหรับการประกอบอาหารไทยและอาหารประจำถิ่น ดังนั้น การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์แก่ชาวต่างชาติ นักท่องเที่ยว และคนไทยด้วยกัน ในเรื่อง “โคไทยอาหารไทย” หรือ “โคพื้นเมืองอาหารพื้นเมือง” จะช่วยให้การเลี้ยงโคพื้นเมืองคงอยู่และพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญเป็นการสนับสนุนความมั่นคงทางเศรษฐกิจแก่ชุมชนหรือผู้เลี้ยงโคในประเทศ 3. เนื่องจากผู้จำหน่ายเนื้อในตลาดสดหรือแผงจำหน่ายเนื้อจะได้รับผลตอบแทนในอัตราส่วนที่ค่อนข้างสูงในระยะเวลาสั้น ดังนั้นหากผู้เลี้ยงโคพื้นเมืองสามารถรวมกลุ่มเพื่อพัฒนาระบบการจำหน่ายให้ถึงผู้บริโภค จะเป็นการเพิ่มมูลค่าผลตอบแทนจากการเลี้ยงโคพื้นเมืองได้อีกทางหนึ่ง |
| บรรณานุกรม | : |
สมพร ดวนใหญ่ . (2551). การผลิตเนื้อโคพื้นเมือง กรณีศึกษาจังหวัดอุบลราชธานีและยโสธร.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. สมพร ดวนใหญ่ . 2551. "การผลิตเนื้อโคพื้นเมือง กรณีศึกษาจังหวัดอุบลราชธานีและยโสธร".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. สมพร ดวนใหญ่ . "การผลิตเนื้อโคพื้นเมือง กรณีศึกษาจังหวัดอุบลราชธานีและยโสธร."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2551. Print. สมพร ดวนใหญ่ . การผลิตเนื้อโคพื้นเมือง กรณีศึกษาจังหวัดอุบลราชธานีและยโสธร. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2551.
|
