ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การผลิตเนื้อโคธรรมชาติ

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การผลิตเนื้อโคธรรมชาติ
นักวิจัย : สมพร ดวนใหญ่
คำค้น : เนื้อโคธรรมชาติ , เนื้อโคอินทรีย์
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2553
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG5120012 , http://research.trf.or.th/node/4285
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การผลิตเนื้อโคธรรมชาติทั้ง 3 รูปแบบได้แก่ การเลี้ยงโคบนภูเขา การเลี้ยงโคในนาข้าวอินทรีย์ และการเลี้ยงโคในนาหญ้า โดยคัดเลือกโคหนุ่มพันธุ์พื้นเมืองอายุไม่เกิน 2 ปี เลี้ยงประมาณ 6-10 เดือนให้ได้น้ำหนักใกล้เคียง 200 กิโลกรัม ผลการศึกษาพบว่า 1. คุณค่าทางโภชนาการ แม้มีรายงานว่าเนื้อโคมีค่าCLA สูงเมื่อเทียบกับเนื้อสุกรและสัตว์ปีก ผลการวิเคราะห์เนื้อโคจากระบบการเลี้ยงแบบธรรมชาติพบค่า CLA ในไขมัน ธาตุสังกะสี(Zn) และซิลิเนียม(Se) ในเนื้อสูงกว่าในงานวิจัยที่รายงานผลของโคพื้นเมืองและโคลูกผสมภายใต้ระบบการผลิตของประเทศแสดงว่าระบบการผลิตเนื้อโคแบบธรรมชาติให้เนื้อที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยเฉพาะกลุ่มโคภูเขา คุณค่าทางโภชนาการที่สูงกว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับความอุดมสมบูรณ์และคุณภาพของพืชอาหารสัตว์บนภูเขา นอกจากนี้การที่เนื้อโคธรรมชาติมีไขมันต่ำกว่าเนื้อชนิดอื่นจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการอาหารไขมันต่ำ 2. ความปลอดภัยของเนื้อ ผลการวิเคราะห์เนื้อไม่พบการตกค้างของโลหะหนัก ยาฆ่าแมลง รวมทั้งสารปฏิชีวนะเพราะเกษตรกรไม่มีความจำเป็นต้องให้ยาหรือสารเคมีแก่โค เนื่องจากเป็นระบบการเลี้ยงแบบธรรมชาติ โคมีสุขภาพแข็งแรง อาศัยหญ้าและพืชอาหารสัตว์ตามธรรมชาติ 3. ความนุ่มของเนื้อ ค่าแรงตัดผ่านเนื้อ 10.47 เทียบกันรายงานผลจากโคพื้นเมืองภายใต้ระบบการผลิตทั่วไป15.78 กิโลกรัม แสดงว่าเนื้อโคจากระบบการผลิตแบบธรรมชาติเป็นเนื้อโคที่มีความนุ่มและมีแนวโน้มให้ความพึงพอใจสูงกับผู้บริโภคได 4. ผลตอบแทนจากการเลี้ยง เกษตรกรได้รับผลตอบแทนสุทธิจากการเลี้ยง 2,200 – 2,500 บาทต่อตัว ในระยะเวลา 6-10เดือน รายจ่ายส่วนใหญ่เป็นค่าพันธุ์ซึ่งแตกต่างกันในแต่ละท้องที่ หากคิดค่าพันธุ์ตามราคาตลาดทั่วไปผลตอบแทนสุทธิจากการเลี้ยงเพิ่มเป็น 2,500 – 4,000 บาทต่อตัว หากมีการเสริมอาหารข้นควรเป็นการรักษาน้ำหนัก การเสริมอาหารข้นให้ผลตอบแทนไม่คุ้มค่าสำหรับราคาขาย 42 บาทต่อกิโลกรัม (ราคาสำหรับการวิจัยในครั้งนี้) ดังนั้นเกษตรกรจึงควรใช้ประโยชน์จากพืชอาหารสัตว์ตามธรรมชาติให้มากที่สุดโดยเฉพาะในฤดูกาลที่พืชอาหารตามธรรมชาติมีความอุดมสมบูรณ์ 5. การสร้างเครือข่ายระบบการผลิต เนื่องจากโคภูเขาเป็นกลุ่มโคฝูงใหญ่ ไม่มีปัญหาเรื่องพืชอาหารสัตว์บนภูเขาในช่วงฤดูฝนแต่มีปัญหาขาดแคลนพืชอาหารสัตว์ในช่วงฤดูแล้งเมื่อลงสู่พื้นราบ ดังนั้นการลดขนาดฝูงในช่วงดังกล่าวโดยถ่ายเทให้กลุ่มนาข้าวและนาหญ้าจะทำให้โคมีสภาพสมบูรณ์และเป็นการสร้างเครือข่ายการผลิตที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง 6. การสร้างเครือข่ายระบบการตลาด จากผลการวิจัยพบว่าเนื้อโคธรรมชาติมีความนุ่ม มีคุณค่าทางโภชนาการ และเป็นอาหารปลอดภัย ทั้งนี้เพราะเป็นการคัดเลือกโคที่มีอายุน้อย มีการตรวจเลือด ตรวจอุจจาระ เพื่อให้มั่นใจว่าโคมีสุขภาพแข็งแรงก่อนนำไปเลี้ยงดูในสภาพแวดล้อมที่สะอาดและปลอดภัยจากสารปนเปื้อน ระบบการผลิตที่มีคุณภาพควรได้รับการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้บริโภคและเป็นการเพิ่มมูลค่าของผลผลิต ทั้งนี้การเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ต้องมีมาตรฐานรองรับจึงจะช่วยให้เกิดความมั่นใจให้กับผู้บริโภคโดยเฉพาะการขยายไปสู่ตลาดระดับกลางที่ผู้บริโภคมีกำลังซื้อและให้ความสนใจกับอาหารสุขภาพ ในขั้นแรกอาจเป็นการประสานกันของหลายส่วนงานทั้งภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร โดยภาครัฐสามารถให้ความรับรองมาตรฐานการผลิตและความปลอดภัยของอาหารรวมทั้งการทำหน้าที่ประสานเชื่อมโยงกับทุกภาคส่วน ภาคเอกชนให้การสนับสนุนด้านการตลาด การจัดจำหน่าย เกษตรกรดูแลระบบการผลิตให้ได้ตามมาตรฐานเพื่อให้การผลิตเป็นไปอย่างยั่งยืนและต่อเนื่อง

บรรณานุกรม :
สมพร ดวนใหญ่ . (2553). การผลิตเนื้อโคธรรมชาติ.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สมพร ดวนใหญ่ . 2553. "การผลิตเนื้อโคธรรมชาติ".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สมพร ดวนใหญ่ . "การผลิตเนื้อโคธรรมชาติ."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2553. Print.
สมพร ดวนใหญ่ . การผลิตเนื้อโคธรรมชาติ. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2553.