ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนาและออกแบบแผ่นเซลล์กระดาษสาสำหรับการทำการความเย็นแบบระเหย

หน่วยงาน ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนาและออกแบบแผ่นเซลล์กระดาษสาสำหรับการทำการความเย็นแบบระเหย
นักวิจัย : สมชาย มณีวรรณ์
คำค้น : ความเย็นแบบระเหย , evaporative cooling. , saa paper sheets , กระดาษสา , ความเย็น , แผ่นเซลล์กระดาษ
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2549
อ้างอิง : -
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ระบบทำความเย็นแบบระเหยเป็นระบบปรับอากาศที่ใช้ในโรงเรือนการเกษตรโดยความสามารถในการลดอุณหภูมิขึ้นอยู่กับความสามารถในการดูดซึมน้ำของแผ่นเซลล์ทำความเย็นซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางแลกเปลี่ยนความร้อนระหว่างน้ำกับอากาศปัจจุบันแผ่นเรลล์ทำความเย็นที่ใช้ในระบบทำความเย็นแบบระเหยเป็นแผ่นเซลล์ทำความเย็นเชิงพาณิชย์ที่ทำมาจากกระดาษเหนียวมีสมบัติดูดซึมน้ำได้ดีต้องนำเข้าจากต่างประเทศและมีราคาแพงดังนั้นงานวิจัยนี้จึงเป็นการศึกษาความเป็นไปได้ในการนำกระดาษสาที่เป็นสินค้าทางการเกษตรที่หาง่ายและราคาถูกมาทำเป็นแผ่นเซลล์ทำความเย็นงานวิจัยดังกล่าวทำการศึกษาสมบัติทางกายภาพของกระดาษสาตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมซึ่งทำการศึกษาความสามารถในการดูดซึมน้ำ (ISO534: 1988) ค่าความต้านแรงดึงขาดสภาวะแห้งและสภาวะเปียก (ISO3781: 1983) น้ำหนักมาตรฐาน (ISO536: 1995) ค่าความหนาและค่าความหนาแน่นของกระดาษสา (ISO534: 1988) ใช้กระดาษสาจาก 3 แหล่งผลิตประกอบด้วยบ้านนาเหลืองในอำานาอเวียงสาจังหวัดน่าน (A), บ้านตะเนียนอำเภอเมืองจังหวัดน่าน (B) และบ้านเช็กใหญ่อำเภอนครไทยจังหวัดพิษณุโลก (C) เพื่อหากระดาษสาที่มีสมบัติเหมาะสมสำหรับผลิตแผ่นเซลส์จากนั้นออกแบบแผ่นเซลล์ทำความเย็นจากกระดาษสาและนำไปทดสอบประสิทธิภาพการทำความเย็นเปรียบเทียบกับแผ่นเซลล์ทำความเย็นเชิงพาณิชย์จากการศึกษาพบว่ากระดาษสาแต่ละแหล่งผลิตมีสมบัติทางกายภาพดังนี้การดูดซึมน้ำร้อยละ 220-300 ของน้ำหนักกระดาษสาความต้านทานแรงดึงขาดสภาวะแห้ง 6-17 กิโลนิวตันต่อตารางเมตรค่าความต้านทานแรงดึงขาดสภาวะเปียก 0.4-1.3 กิโลนิวต้นต่อตารางเมตรน้ำหนักมาตรฐาน 50-130 กรัมต่อตารางเมตรค่าความหนา 0.1-0.4 มิลลิเมตรและค่าความหนาแน่น 300-390 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตรขึ้นอยู่กับความหนาและแหล่งผลิตจากผลการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่ากระดาษสาจากบ้านเช็กใหญ่อำนาอเมืองจังหวัดพิษณุโลกมีสมบัติทางกายภาพเหมาะสำหรับผลิตแผ่นเซลล์ทำความเย็นเนื่องจากมีราคาถูกและมีความสามารถในการดูดซึมน้ำใกล้เคียงกับกระดาษสาแหล่งอื่น ๆ จากผลการทดสอบประสิทธิภาพการทำความเย็นของแผ่นทําความเย็นในอุโมงค์ลมตามมาตรฐาน ASHREAE 41.2-1987 ขนาดกว้าง 30 เซนติเมตรหนา 15 เซนติเมตรสูง 50 เซนติเมตรโดยปรับเปลี่ยนความเร็วลม 05, 1.0.1.5,2.0,2.5 เมตรต่อวินาทีและอัตราการไหลของน้ำ 0.03,0.06,0.150.22 กิโลกรัมต่อวินาทีพบว่าที่ความเร็วลม 1.0 เมตรต่อวินาทีและอัตราการไหลของน้ำ 0.03 กิโลกรัมต่อวินาทีเป็นสภาวะที่เหมาะสมสำหรับการทำความเย็นแบบระเหยโดยแผ่นทำความเย็นจากกระดาษสามีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับแผ่นเซลล์ทำความเย็นเชิงพาณิชย์ร้อยละ 67.1) และร้อยละ 68.33 ตามลำดับก

การวิเคราะห์ทางด้านเศรษฐศาสตร์พบว่าแผ่นทำความเย็นกระดาษสามีต้นทุนการผลิตต่ำกว่ากระดาษเชิงพาณิชย์ประมาณ 240 บาทต่อตารางเมตรและหากนำแผ่นเซลล์ทำความเย็นจากกระดาษสามาใช้โรงเรือนเลี้ยงไก่ขนาดกว้าง 15 เมตรยาว 120 เมตรจะสามารถลดค่าใช้จ่ายของแผ่นเซลล์ทำความเย็นได้ 10,000 ถึง 2,400 บาท

บรรณานุกรม :
สมชาย มณีวรรณ์ . (2549). การพัฒนาและออกแบบแผ่นเซลล์กระดาษสาสำหรับการทำการความเย็นแบบระเหย.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.
สมชาย มณีวรรณ์ . 2549. "การพัฒนาและออกแบบแผ่นเซลล์กระดาษสาสำหรับการทำการความเย็นแบบระเหย".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.
สมชาย มณีวรรณ์ . "การพัฒนาและออกแบบแผ่นเซลล์กระดาษสาสำหรับการทำการความเย็นแบบระเหย."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 2549. Print.
สมชาย มณีวรรณ์ . การพัฒนาและออกแบบแผ่นเซลล์กระดาษสาสำหรับการทำการความเย็นแบบระเหย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี; 2549.