ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษา อัตราส่วนที่เหมาะสมระหว่างเยื่อสา กับเยื่อชนิดเส้นใยสั้นที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อลด ปริมาณการใช้เยื่อสาในการผลิตกระดาษสา ในภาคเหนือ

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษา อัตราส่วนที่เหมาะสมระหว่างเยื่อสา กับเยื่อชนิดเส้นใยสั้นที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อลด ปริมาณการใช้เยื่อสาในการผลิตกระดาษสา ในภาคเหนือ
นักวิจัย : เจษฎา สุวรรณ
คำค้น : เยื่อสา , กระดาษสา , Sa tissue , Sa paper
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2535
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=49481
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ความมุ่งหมายของการวิจัยนี้เพื่อศึกษาอัตราส่วนที่เหมาะสม ระหว่างเยื่อสากับเยื่อจากพืชชนิดเส้นใยสั้นที่มีคุณสมบัติเหมาะสม ในการผลิตกระดาษสา การวิจัยแบ่งออกได้เป็นสองตอนได้แก่ ตอนที่หนึ่ง การคัดเลือกเยื่อจากพืชชนิดเส้นใยสั้นรวม 4 ชนิด คือ กกยูนนาน ใบสับปะรด ผักตบชวา และฟางข้าว กลุ่มตัวอย่างได้แก่ กระดาษที่ผลิตจากพืชชนิดเส้นใยสั้นรวม 4 ชนิด วิธีดำเนินการวิจัย เริ่มจากการนำวัตถุดิบจากเยื่อชนิดเส้นใยสั้นมาทำให้เป็นแผ่นกระดาษ ทำการทดสอบคุณสมบัติทางกายภาพของกระดาษ ที่ห้องปฏิบัติการ เยื่อและกระดาษ กรมวิทยาศาสตร์บริการ ผลการคัดเลือกเยื่อ จากพืชขนิดเส้นใยสั้นที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่สุดคือ เยื่อฟางข้าว ตอนที่สอง การผลิตกระดาษสาชนิดผสมจาก เยื่อสา กับเยื่อจากพืช ชนิดเส้นใยสั้นที่มีคุณสมบัติเหมาะสม การวิจัยแบ่งออกได้เป็นสองส่วน คือ ส่วนที่หนึ่ง การสร้างเกณฑ์มาตรฐานกระดาษสาที่ผลิตด้วยมือ ในภาคเหนือ กลุ่มตัวอย่างได้แก่ กระดาษสาที่ผลิตด้วยมือจากการ สุ่มตัวอย่างใน 4 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลำปาง และจังหวัดพะเยา วิธีดำเนินการ วิจัยเริ่มจากการนำตัวอย่างกระดาษสามาทดสอบคุณสมบัติทางกายภาพ ที่ห้องปฏิบัติการเยื่อและกระดาษ กรมวิทยาศาสตร์บริการ เพื่อกำหนด เป็นเกณฑ์ในการเปรียบเทียบ ส่วนที่สอง การผลิตกระดาษสาชนิดระหว่าง เยื่อสา กับเยื่อฟางข้าว กลุ่มตัวอย่างได้แก่ กระดาษสาชนิดผสมระหว่าง เยื่อสากับเยื่อฟางข้าวจำนวน 16 ส่วน วิธีดำเนินการวิจัยเริ่มจาก การนำวัตถุดิบได้แก่ เยื่อสา และเยื่อฟางข้าว มาผสมกันตามอัตราส่วน ที่กำหนด นำส่วนของเยื่อทั้งสองชนิดมาทำให้เป็นแผ่นกระดาษ จากนั้นทดสอบคุณสมบัติทางกายภาพของกระดาษที่ห้องปฏิบัติการเยื่อกระดาษ กรมวิทยาศาสตร์บริการ นำผลการทดสอบไปเปรียบเทียบกับเกณฑ์ ผลการวิจัยพบว่า กระดาษสาชนิดผสมทั้ง 16 อัตราส่วน มีคุณสมบัติ ทางกายภาพสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานของกระดาษสา และอัตราส่วน ที่เหมาะสมที่สุดของการใช้เยื่อสา ผสมกับเยื่อฟางข้าว โดยใช้เยื่อสาระหว่างร้อยละ 40-70 ของเยื่อฟางข้าว

บรรณานุกรม :
เจษฎา สุวรรณ . (2535). การศึกษา อัตราส่วนที่เหมาะสมระหว่างเยื่อสา กับเยื่อชนิดเส้นใยสั้นที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อลด ปริมาณการใช้เยื่อสาในการผลิตกระดาษสา ในภาคเหนือ.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
เจษฎา สุวรรณ . 2535. "การศึกษา อัตราส่วนที่เหมาะสมระหว่างเยื่อสา กับเยื่อชนิดเส้นใยสั้นที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อลด ปริมาณการใช้เยื่อสาในการผลิตกระดาษสา ในภาคเหนือ".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
เจษฎา สุวรรณ . "การศึกษา อัตราส่วนที่เหมาะสมระหว่างเยื่อสา กับเยื่อชนิดเส้นใยสั้นที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อลด ปริมาณการใช้เยื่อสาในการผลิตกระดาษสา ในภาคเหนือ."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2535. Print.
เจษฎา สุวรรณ . การศึกษา อัตราส่วนที่เหมาะสมระหว่างเยื่อสา กับเยื่อชนิดเส้นใยสั้นที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อลด ปริมาณการใช้เยื่อสาในการผลิตกระดาษสา ในภาคเหนือ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2535.