ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลของอะพิเจนินต่อการแสดงออกของยีนที่บ่งชี้ความเป็นเซลล์ต้นกำเนิดในเซลล์มะเร็งศีรษะและลำคอที่ถูกเหนี่ยวนำภายใต้สภาวะพร่องออกซิเจน

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลของอะพิเจนินต่อการแสดงออกของยีนที่บ่งชี้ความเป็นเซลล์ต้นกำเนิดในเซลล์มะเร็งศีรษะและลำคอที่ถูกเหนี่ยวนำภายใต้สภาวะพร่องออกซิเจน
นักวิจัย : ยุวภรณ์ เกตุแก้ว
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สิรีรัตน์ สูอำพัน , ธนภูมิ โอสถานนท์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2557
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/46559
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2557

เซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งเป็นหนึ่งในสาเหตุของการกลับมาเป็นซ้ำของรอยโรคมะเร็ง การศึกษาก่อนหน้านี้พบว่าสภาวะพร่องออกซิเจนมีผลต่อการเพิ่มขึ้นของเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งในมะเร็งหลายชนิด สารสกัดจากธรรมชาติชนิดหนึ่งที่นิยมศึกษาอย่างแพร่หลายถึงฤทธิ์ในการต้านมะเร็งได้แก่ อะพิเจนิน อย่างไรก็ตาม การศึกษาถึงผลของสารดังกล่าวในเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งยังมีอยู่อย่างจำกัด งานวิจัยชิ้นนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของอะพิเจนินต่อการแสดงออกของยีนที่บ่งชี้ความเป็นเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งที่ถูกเหนี่ยวนำภายใต้สภาวะพร่องออกซิเจน โดยทำการศึกษาในเซลล์มะเร็งศีรษะและลำคอชนิดสแควร์มัสเซลล์ 3 ชนิด คือ HN-8, HN-30 และ HSC-3 ผลการทดสอบโดยใช้เทคนิค RT-PCR พบว่าสภาวะพร่องออกซิเจนที่เวลา 6 และ 24 ชั่วโมง มีผลเหนี่ยวนำการแสดงออกของยีนต้นกำเนิดมะเร็งในเซลล์ HN-30 ซึ่งเป็นเซลล์มะเร็งหลอดอาหารได้ดีที่สุด โดยพบการเพิ่มการแสดงออกในระดับเอ็มอาร์เอ็นเอของยีน CD44, CD105, NANOG, OCT-4, REX1 และ VEGF การศึกษาถึงความเป็นพิษของอะพิเจนินต่อเซลล์ HN-30 ด้วยเทคนิค MTT colorimetric assay พบว่าความเป็นพิษต่อเซลล์แปรผันตามเวลาและความเข้มข้นของอะพิเจนินที่เพิ่มขึ้น โดยมีค่า IC50 เท่ากับ 108.43 µM ที่เวลา 24 ชั่วโมง และ 70.23 µM ที่เวลา 48 ชั่วโมง นอกจากนี้ การศึกษาด้วยเทคนิค Realtime-PCR ยังพบว่า อะพิเจนินที่ความเข้มข้น 40 µM สามารถยับยั้งการแสดงออกของ NANOG, CD44, CD105 และ VEGF ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ผลดังกล่าวสอดคล้องกับการศึกษาด้วยเทคนิค Flow cytometry ซึ่งพบว่าอะพิเจนินสามารถลดจำนวนเซลล์ที่มีการแสดงออกของ CD44, CD105 และ STRO-1 ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ จากผลการทดลองข้างต้นแสดงให้เห็นว่าอะพิเจนินน่าจะมีความสามารถในการลดจำนวนของเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งในมะเร็งศีรษะและลำคอและสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาเป็นสารต้านมะเร็งได้ในอนาคต

บรรณานุกรม :
ยุวภรณ์ เกตุแก้ว . (2557). ผลของอะพิเจนินต่อการแสดงออกของยีนที่บ่งชี้ความเป็นเซลล์ต้นกำเนิดในเซลล์มะเร็งศีรษะและลำคอที่ถูกเหนี่ยวนำภายใต้สภาวะพร่องออกซิเจน.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ยุวภรณ์ เกตุแก้ว . 2557. "ผลของอะพิเจนินต่อการแสดงออกของยีนที่บ่งชี้ความเป็นเซลล์ต้นกำเนิดในเซลล์มะเร็งศีรษะและลำคอที่ถูกเหนี่ยวนำภายใต้สภาวะพร่องออกซิเจน".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ยุวภรณ์ เกตุแก้ว . "ผลของอะพิเจนินต่อการแสดงออกของยีนที่บ่งชี้ความเป็นเซลล์ต้นกำเนิดในเซลล์มะเร็งศีรษะและลำคอที่ถูกเหนี่ยวนำภายใต้สภาวะพร่องออกซิเจน."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2557. Print.
ยุวภรณ์ เกตุแก้ว . ผลของอะพิเจนินต่อการแสดงออกของยีนที่บ่งชี้ความเป็นเซลล์ต้นกำเนิดในเซลล์มะเร็งศีรษะและลำคอที่ถูกเหนี่ยวนำภายใต้สภาวะพร่องออกซิเจน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2557.