| ชื่อเรื่อง | : | แนวทางการประหยัดพลังงานของศูนย์การค้า : ผลการศึกษา 6 กรณีศึกษาในกรุงเทพมหานคร |
| นักวิจัย | : | พลสัณห์ นำหน้ากองทัพ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | เสริชย์ โชติพานิช , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2557 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/46228 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2557 ศูนย์การค้าเป็นอาคารขนาดใหญ่ ที่มีชั่วโมงการให้บริการต่อวันเป็นช่วงระยะเวลานาน มีความต้องการใช้พลังงานมาก และศูนย์การค้าเป็นอาคารควบคุมตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ.2535 จึงต้องมีการดำเนินการอนุรักษ์พลังงาน ดังนั้นการศึกษาครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อทำความเข้าใจถึงแนวทางและผลการดำเนินการประหยัดพลังงานของศูนย์การค้า โดยการศึกษาจะใช้วิธีการรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิจากรายงานการจัดการพลังงานประจำปี ระหว่างปี พ.ศ.2554 ถึง ปี พ.ศ.2556 ของศูนย์การค้าที่เป็นกรณีศึกษา จำนวน 6 กรณีศึกษา ภายใต้กรอบแนวคิดการดำเนินการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของอาคาร จากนั้นจึงนำข้อมูลที่ได้มาทำการวิเคราะห์และอภิปรายผล จากการศึกษาพบว่ามาตรการประหยัดพลังงานที่ศูนย์การค้ากรณีศึกษาใช้มีลักษณะการดำเนินการ จำนวน 6 กลุ่มมาตรการ ได้แก่ การลดจำนวนการใช้งาน การลดเวลาการใช้งาน การปรับแต่งการทำงาน การปรับปรุงอุปกรณ์และเครื่องจักร การติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติม และการเปลี่ยนทดแทน ซึ่งมาตรการประหยัดพลังงานที่ใช้มีความสัมพันธ์กับระบบประกอบอาคาร 5 ระบบ ได้แก่ ระบบปรับอากาศ ระบบระบายอากาศ ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ระบบบำบัดน้ำเสีย และลิฟท์ โดยมีมาตรการที่สัมพันธ์กับระบบปรับอากาศมากที่สุด และเมื่อวิเคราะห์ผลประหยัด(kwh/ปี)ต่อเงินลงทุน(บาท)ของแต่ละมาตรการ พบว่ามาตรการที่ใช้ดำเนินการกับระบบปรับอากาศ มีผลประหยัด(kwh/ปี)ที่คาดว่าจะได้รับต่อการลงทุนทุก 1 บาท อยู่ระหว่าง 0.03-1.30 kwh/ปี มาตรการที่ใช้ดำเนินการกับระบบไฟฟ้าแสงสว่าง มีผลประหยัดที่คาดว่าจะได้รับต่อการลงทุนทุก 1 บาท อยู่ระหว่าง 0.04-0.66 kwh/ปี มาตรการที่ใช้ดำเนินการกับระบบบำบัดน้ำเสีย มีผลประหยัดที่คาดว่าจะได้รับต่อการลงทุนทุก 1 บาท อยู่ระหว่าง 0.01-0.05 kwh/ปี และมาตรการที่ใช้ดำเนินการกับระบบระบายอากาศ มีผลประหยัดที่คาดว่าจะได้รับต่อการลงทุนทุก 1 บาท คือ 0.02 kwh/ปี จากการศึกษาสรุปได้ว่าแนวทางการประหยัดพลังงานของศูนย์การค้าที่ใช้จะมีการดำเนินการ 2 แนวทาง ได้แก่ แนวทางการจัดการช่วงเวลาการใช้งานระบบประกอบอาคาร โดยการจัดการใช้งานเครื่องจักร อุปกรณ์ต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับกิจกรรมในการใช้งานของอาคาร ซึ่งเป็นแนวทางที่ไม่ต้องมีการลงทุนใด ๆ สามารถดำเนินการได้ทันที ไม่ใช้เทคนิคทางวิศวกรรม และเน้นลดการใช้พลังงาน โดยผลประหยัดจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการจัดการเวลาการใช้งาน และประสิทธิภาพของระบบประกอบอาคาร และแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพระบบประกอบอาคาร โดยการปรับปรุง ติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมและปรับเปลี่ยนอุปกรณ์และเครื่องจักร เพื่อทำให้อุปกรณ์และเครื่องจักรมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ซึ่งเป็นแนวทางที่มีการใช้เงินลงทุน ต้องมีการวางแผน ใช้เวลาในการดำเนินการ ใช้เทคนิคทางวิศวกรรม และเน้นการปรับปรุงประสิทธิภาพของอุปกรณ์ โดยผลประหยัดจะขึ้นอยู่กับประเภทของระบบประกอบอาคาร ระยะเวลาการใช้งาน ขนาดของโครงการ และความสามารถ ประสิทธิภาพ และเทคโนโลยี ของอุปกรณ์ที่นำมาปรับปรุง ติดตั้งเพิ่มเติม และปรับเปลี่ยนให้กับระบบประกอบอาคารประเภทต่าง ๆ ทั้งนี้การพิจารณาใช้แนวทางใดจะขึ้นอยู่กับความพร้อมทั้งทางด้านบุคลากร เงินทุน สภาพการใช้งานพลังงานเดิมของอาคาร และความคุ้มค่าในการดำเนินมาตรการ |
| บรรณานุกรม | : |
พลสัณห์ นำหน้ากองทัพ . (2557). แนวทางการประหยัดพลังงานของศูนย์การค้า : ผลการศึกษา 6 กรณีศึกษาในกรุงเทพมหานคร.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. พลสัณห์ นำหน้ากองทัพ . 2557. "แนวทางการประหยัดพลังงานของศูนย์การค้า : ผลการศึกษา 6 กรณีศึกษาในกรุงเทพมหานคร".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. พลสัณห์ นำหน้ากองทัพ . "แนวทางการประหยัดพลังงานของศูนย์การค้า : ผลการศึกษา 6 กรณีศึกษาในกรุงเทพมหานคร."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2557. Print. พลสัณห์ นำหน้ากองทัพ . แนวทางการประหยัดพลังงานของศูนย์การค้า : ผลการศึกษา 6 กรณีศึกษาในกรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2557.
|
