| ชื่อเรื่อง | : | ภาวะพหุสัณฐานของยีน XRCC1 ที่โคดอน 194 280 และ 399 ในผู้ป่วยโรคเนื้องอกเซลล์ต้นกำเนิดฟัน |
| นักวิจัย | : | ฐิติพร บุญสุวรรณ |
| คำค้น | : | เนื้องอกที่มีต้นกำเนิดจากฟัน , การซ่อมแซมดีเอ็นเอ , ความหลากหลายของลักษณะทางพันธุกรรม , Odontogenic tumors , DNA repair , Genetic polymorphisms |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิทยาศาสตร์ , ปฐมวดี ญาณทัศนีย์จิต |
| ปีพิมพ์ | : | 2554 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/45509 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554 โรคเนื้องอกเซลล์ต้นกำเนิดฟัน (ameloblastoma) เป็นโรคเนื้องอกที่พบมากเป็นอันดับ 2 ในกลุ่มของเนื้องอกที่มีต้นกำเนิดจากฟัน (odontogenic tumor) เนื้องอกชนิดนี้เป็นเนื้องอกชนิดที่ไม่ร้ายแรง แต่พฤติกรรมเฉพาะของโรคจะคล้ายมะเร็ง และมีอัตราการเกิดโรคซ้ำสูง สำหรับ DNA repairing gene (กลุ่มย่อยของเป็นยีนต้านมะเร็ง) เป็นกระบวนการซ่อมแซมและป้องกันความเสียหายของดีเอ็นเอซึ่งกระบวนการ Base-excision repair (BER) เป็นกระบวนการสำคัญในการซ่อมแซมดีเอ็นเอและในกระบวนการมียีนที่สำคัญคือ X-ray repair cross-complementing Group1 gene (XRCC1) เป็นยีนที่เกิดพอลิมอร์ฟิซึมได้สูงและมีการศึกษามากในโคดอน 399 (Arg399Gln) ว่ามีผลต่อความเสี่ยงในการเกิดโรคในหลายๆ โรค และจากการศึกษาของ นครินทร์ กิตกำธร และคณะ พบความสัมพันธ์ของพอลิมอร์ฟิซึมของยีน TP53 ตำแหน่ง โคดอน 72 ว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเนื้องอกเซลล์ต้นกำเนิดฟัน ดังนั้นคณะผู้วิจัยจึงตั้งสมมุติฐานว่าการเกิดพอลิมอร์ฟิซึมในยีน XRCC1 บริเวณ โคดอน 194 280 และ 399 น่าจะเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการก่อให้เกิดโรคเนื้องอกเซลล์ต้นกำเนิดฟันในประชากรไทยได้ โดยใช้เทคนิค Polymerase Chain Reaction-Restriction Fragment Length Polymorphism (PCR-RFLP) มาใช้ในการศึกษาความหลากหลายของรูปแบบของยีน XRCC1 ที่ตำแหน่งโคดอน 194 280 และ 399 ในรอยโรคเนื้องอกเซลล์ต้นกำเนิดฟันในผู้ป่วยชาวไทยโดยใช้ไพร์เมอร์ที่จำเพาะกับลำดับเบส และยืนยันลำดับเบสด้วยการส่ง sequencing ในประชากรที่เป็นโรคเนื้องอกเซลล์ต้นกำเนิดฟันจำนวน 82 รายและในประชากรปกติ 140 ราย โดยในประชากรปกติแบ่งเป็นแบ่งเป็นผู้ชาย 71 ราย (50.71%) และผู้หญิง 69 ราย (49.29%) และในผู้ป่วยโรคเนื้องอกเซลล์ต้นกำเนิดฟันแบ่งเป็นผู้ป่วยชาย 41 ราย (50%) และผู้ป่วยหญิง 41 ราย (50%) ในการหาความสัมพันธ์ต่อความเสี่ยงในการก่อให้เกิดโรคเมื่อเทียบในประชากรผู้ป่วยเป็นโรคกับประชากรปกติ ในโคดอนที่ 194 มีค่า OR (95%CI) เท่ากับ 1.62 (1.05-2.48) P-value เท่ากับ 0.027 และในโคดอนที่ 399 มีค่าOR (95%CI) เท่ากับ1.83 (1.19-2.81) P-value เท่ากับ 0.005 ซึ่งทั้ง 2 โคดอนมีความสัมพันธ์ต่อความเสี่ยงในการก่อให้เกิดโรค แต่ในโคดอนที่ 280 นั้นไม่พบความสัมพันธ์ต่อความเสี่ยงในการก่อให้เกิดโรคโดยมีค่า OR (95%CI) เท่ากับ1.09 (0.62-1.89) P-value เท่ากับ 0.862 สำหรับรูปแบบแฮพลอไทป์ที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงในการเกิดโรคมากที่สุดคือ GGC มีค่า P = 0.000472 และในการยืนยันว่าตัวอย่างเนื้อเยื่อของผู้ป่วยนั้นไม่ได้เกิดจากการกลายพันธุ์ของเซลล์ร่างกายโดยการหาค่า Coefficient of variation (%CV)ต้องมีค่าไม่เกิน 10% พบว่าทั้ง 3 โคดอนมีค่าไม่เกิน 10% จากการศึกษาในครั้งนี้สามารถนำข้อมูลที่ได้ไปใช้เป็นปัจจัยร่วมกับยีนอื่นๆ เพื่อใช้ในการทำนายความเสี่ยงในการเกิดโรคได้ |
| บรรณานุกรม | : |
ฐิติพร บุญสุวรรณ . (2554). ภาวะพหุสัณฐานของยีน XRCC1 ที่โคดอน 194 280 และ 399 ในผู้ป่วยโรคเนื้องอกเซลล์ต้นกำเนิดฟัน.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ฐิติพร บุญสุวรรณ . 2554. "ภาวะพหุสัณฐานของยีน XRCC1 ที่โคดอน 194 280 และ 399 ในผู้ป่วยโรคเนื้องอกเซลล์ต้นกำเนิดฟัน".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ฐิติพร บุญสุวรรณ . "ภาวะพหุสัณฐานของยีน XRCC1 ที่โคดอน 194 280 และ 399 ในผู้ป่วยโรคเนื้องอกเซลล์ต้นกำเนิดฟัน."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554. Print. ฐิติพร บุญสุวรรณ . ภาวะพหุสัณฐานของยีน XRCC1 ที่โคดอน 194 280 และ 399 ในผู้ป่วยโรคเนื้องอกเซลล์ต้นกำเนิดฟัน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2554.
|
