ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

เมทิเลชันของยีน CCNA1 ในเซลล์สายพันธุ์มะเร็งปากมดลูกที่ถูกทรานสเฟกต์ด้วยยีน E7 ของ Human Papillomavirus ไทป์ 16

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : เมทิเลชันของยีน CCNA1 ในเซลล์สายพันธุ์มะเร็งปากมดลูกที่ถูกทรานสเฟกต์ด้วยยีน E7 ของ Human Papillomavirus ไทป์ 16
นักวิจัย : วัชรพงศ์ ภักดีชายแดน
คำค้น : ปากมดลูก -- มะเร็ง , ยีน , โรคเกิดจากไวรัส , แปปิลโลมาไวรัส , การแสดงออกของยีน , Cervix uteri -- Cancer , Genes , Virus diseases , Gene expression , Papillomaviruses
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ปฐมวดี ญาณทัศนีย์จิต , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิทยาศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2555
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/37418
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.) --จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555

สาเหตุหลักของการเกิดมะเร็งปากมดลูก คือ การติดเชื้อไวรัส human papillomavirus (HPV) ซึ่งจัดเป็นสาเหตุหลัก ผู้ป่วยจะถูกตรวจพบเชื้อ HPV ไทป์ที่มีความเสี่ยงสูง (HR-HPV) มากกว่าร้อยละ 90% โดยเฉพาะ HPV ไทป์ 16 และ 18 การศึกษาที่ผ่านมาพบความสัมพันธ์ระหว่างการเกิดเมทิเลชันและการยับยั้งการแสดงออกของยีนที่นำไปสู่โรคมะเร็ง พบว่าการเกิดมะเร็งปากมดลูกซึ่งมีการติดเชื้อ HPV มีความสัมพันธ์ต่อการเกิด เมทิเลชัน ของ CCNA1 ซึ่งมีบทบาทเสมือนเป็นยีนต้านมะเร็งในมะเร็งปากมดลูกถึง 93% วัตถุประสงค์ของงานวิจัย เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างยีน E7 ในไวรัส HPV ไทป์ 16 กับดีเอ็นเอเมทิเลชันบนโพรโมเตอร์ของยีน CCNA1 ในการทดลองผู้วิจัยได้เลี้ยงเซลล์สายพันธุ์มะเร็งปากมดลูก 3 ชนิด คือ HeLa cell ที่มีการติดเชื้อของ HPV ไทป์ 18, SiHa cell ที่มีการติดเชื้อของ HPV ไทป์ 16 และ C33A cell ซึ่งไม่มีการติดเชื้อของไวรัส HPV และเซลล์สายพันธุ์มะเร็งหูคอจมูก 3 ชนิด คือ HN4 , HN12 และ HN17 ซึ่งยังไม่ทราบการติดเชื้อ นำเซลล์ทั้ง 6 ชนิดมาตรวจสอบการติดเชื้อ HPV จากนั้นตรวจสอบเมทิเลชันและการแสดงออกของยีน CCNA1 จากนั้นมุ่งเน้นไปที่ยีน E7 ของ HPV 16 โดยการสร้าง plasmid ที่ใส่ยีน E7 ของ HPV ไทป์ 16 และทรานสเฟกต์ plasmid นี้เข้าไปใน C33A และ HN 12 จากนั้นจึงตรวจสอบ เมทิเลชันและการแสดงออกของยีน CCNA1 อีกครั้งใน C33A และ HN 12 เพื่อเปรียบเทียบระหว่างเซลล์ที่ถูกทรานสเฟกต์ยีน E7 กับเซลล์ที่ไม่ได้ถูกทรานสเฟกต์ ผลการวิจัยพบว่า เซลล์ C33A ที่ถูกทรานสเฟกต์ยีน E7 ของไวรัส HPV ไทป์ 16 มีเมทิเลชันของยีน CCNA1 ที่เพิ่มมากขึ้น และพบการแสดงออกของยีนนี้ลดลงเมื่อเทียบกับเซลล์ที่ไม่ได้ถูกทรานสเฟกต์ ส่วนเซลล์ HN12 ที่ถูกทรานสเฟกต์ยีน E7 ตรวจพบเมทิเลชันของยีน CCNA1 เมื่อเทียบกับเซลล์ที่ไม่ได้ถูกทรานสเฟกต์จะไม่มีเมทิเลชัน และการแสดงออกของยีนก็ลดลงเช่นเดียวกับเซลล์ C33A ทำให้สามารถสรุปได้ว่า ยีน E7 ของไวรัส HPV 16 มีผลต่อการเกิดเมทิเลชันของยีน CCNA1 ในมะเร็งปากมดลูก

บรรณานุกรม :
วัชรพงศ์ ภักดีชายแดน . (2555). เมทิเลชันของยีน CCNA1 ในเซลล์สายพันธุ์มะเร็งปากมดลูกที่ถูกทรานสเฟกต์ด้วยยีน E7 ของ Human Papillomavirus ไทป์ 16.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วัชรพงศ์ ภักดีชายแดน . 2555. "เมทิเลชันของยีน CCNA1 ในเซลล์สายพันธุ์มะเร็งปากมดลูกที่ถูกทรานสเฟกต์ด้วยยีน E7 ของ Human Papillomavirus ไทป์ 16".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วัชรพงศ์ ภักดีชายแดน . "เมทิเลชันของยีน CCNA1 ในเซลล์สายพันธุ์มะเร็งปากมดลูกที่ถูกทรานสเฟกต์ด้วยยีน E7 ของ Human Papillomavirus ไทป์ 16."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555. Print.
วัชรพงศ์ ภักดีชายแดน . เมทิเลชันของยีน CCNA1 ในเซลล์สายพันธุ์มะเร็งปากมดลูกที่ถูกทรานสเฟกต์ด้วยยีน E7 ของ Human Papillomavirus ไทป์ 16. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2555.