ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

แนวทางการนำมาตรการพิเศษสำหรับบริษัทขนาดเล็กที่สามารถเลือกเสียภาษีเงินได้ในระดับผู้ถือหุ้น (S Corporation) มาปรับใช้ในประเทศไทย

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : แนวทางการนำมาตรการพิเศษสำหรับบริษัทขนาดเล็กที่สามารถเลือกเสียภาษีเงินได้ในระดับผู้ถือหุ้น (S Corporation) มาปรับใช้ในประเทศไทย
นักวิจัย : อุบลวรรณ อักษรกลั่น
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : เอื้ออารีย์ อิ้งจะนิล , พล ธีรคุปต์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะนิติศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2556
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/44233
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (น.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556

องค์กรธุรกิจแต่ละองค์กรมีภาระภาษีที่แตกต่างกัน ดังนั้นในการวางแผนภาษีวิธีหนึ่งที่นิยมทำกัน คือ การเลือกรูปแบบองค์การธุรกิจให้เหมาะสมกับการประกอบธุรกิจ ไม่ว่าการจัดตั้งในรูปแบบบุคคลธรรมดา หรือกรณีห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียนและคณะบุคคล ที่แม้มิได้มีสถานะเป็นนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่ในทางภาษีกำหนดให้มีสถานะเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากผู้เป็นหุ้นส่วนจึงนำมาวางแผนภาษี เพื่อที่จะขยายฐานภาษีให้กว้างขึ้นทำให้เสียภาษีในอัตราที่ต่ำลง และปัจจุบันสรรพากรได้เพ่งเล็งรูปแบบการประกอบธุรกิจในรูปแบบของคณะบุคคล หรือห้างหุ้นส่วนสามัญมากขึ้น ดังนั้นจึงมีการเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจไปในรูปแบบของนิติบุคคลมากขึ้น เช่นบริษัท เพราะบริษัทสามารถจัดตั้งได้ง่ายในปัจจุบัน มีผู้ร่วมก่อการเพียง 3 คนก็สามารถจัดตั้งบริษัทได้ หรือกรณีของห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน เพราะปัจจุบันอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลมีอัตราภาษีเงินได้ที่ต่ำกว่าอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และประมวลรัษฎากรของไทยได้กำหนดหน่วยภาษีโดยพิจารณาแต่เพียงรูปแบบ (Form) ของการจดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เท่านั้น โดยมิได้พิจารณาถึงเนื้อหา (Substance) ในการเข้าทำธุรกรรมที่แท้จริง จึงก่อให้เกิดความได้เปรียบในทางภาษีโดยการเลือกใช้หน่วยภาษีสร้างความแตกต่างในการเสียภาษี ซึ่งขัดกับหลักภาษีอากรที่ดีในเรื่องความเป็นธรรม และหลักความสามารถในการเสียภาษี (Ability to pay) ซึ่งอีกนัยหนึ่งก็คือ ฐานะความเป็นอยู่ทางเศรษฐกิจ ไม่มีการกระจายการจัดเก็บไปตามความสามารถของแต่ละบุคคลที่เป็นเจ้าของเงินได้ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้น หรือผู้เป็นหุ้นส่วนนั่นเอง ตามกฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกามีกฎหมายเกี่ยวกับมาตรการพิเศษที่กำหนดให้บริษัทขนาดเล็กแม้ว่าจะจดทะเบียนจัดตั้งเป็นนิติบุคคลก็ตามแต่ก็สามารถที่จะเลือกเสียภาษีในระดับผู้ถือหุ้นแค่เพียงระดับเดียวได้ ตามหลัก Pass-Through System ได้โดยไม่ต้องเสียภาษีในระดับกิจการ ซึ่งเป็นการพิจารณาถึงเนื้อหาที่แท้จริงในการเข้าทำธุรกรรม มิได้พิจารณาแต่เพียงรูปแบบเท่านั้น ซึ่งกฎหมายภาษีของประเทศสหรัฐอเมริกากำหนดให้นิติบุคคลบางประเภทที่จะต้องเสียภาษีเงินได้ในนามบุคคลธรรมดา เช่น บริษัทจำกัดความรับผิด (Limited Liability Company) และ บริษัท S Corporation โดยเสียภาษีในนามบุคคลธรรมดาตามหลัก Pass-Through System เพราะสหรัฐอเมริกากำหนดหน่วยภาษิเงินได้นิติบุคคลโดยมิได้พิจารณาเฉพาะความเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายแต่เพียงอย่างเดียว แต่ยังพิจารณาองค์ประกอบอื่นร่วมด้วย เพราะการจัดเก็บภาษีมาจากแนวคิดทางเศรษฐศาสตร์ จึงควรพิจารณาการบริหารงานของนิติบุคคลว่าแยกออกจากผู้ถือหุ้นอย่างชัดเจนหรือไม่ วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ ผู้เขียนมีวัตถุประสงค์ในการศึกษาถึงแนวทางในการนำมาตรการพิเศษสำหรับบริษัทขนาดเล็กที่สามารถเลือกเสียภาษีเงินได้เยี่ยงบุคคลธรรมดา (S corporation) มาปรับใช้ในประเทศไทย โดยนำเสนอแนวทางที่เหมาะสมกับโครงสร้างภาษีและโครงสร้างองค์กรของไทย เพื่อให้สอดคล้องกับหลักความเป็นธรรมซึ่งเป็นหลักการเสียภาษีอากรที่ดี

บรรณานุกรม :
อุบลวรรณ อักษรกลั่น . (2556). แนวทางการนำมาตรการพิเศษสำหรับบริษัทขนาดเล็กที่สามารถเลือกเสียภาษีเงินได้ในระดับผู้ถือหุ้น (S Corporation) มาปรับใช้ในประเทศไทย.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อุบลวรรณ อักษรกลั่น . 2556. "แนวทางการนำมาตรการพิเศษสำหรับบริษัทขนาดเล็กที่สามารถเลือกเสียภาษีเงินได้ในระดับผู้ถือหุ้น (S Corporation) มาปรับใช้ในประเทศไทย".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อุบลวรรณ อักษรกลั่น . "แนวทางการนำมาตรการพิเศษสำหรับบริษัทขนาดเล็กที่สามารถเลือกเสียภาษีเงินได้ในระดับผู้ถือหุ้น (S Corporation) มาปรับใช้ในประเทศไทย."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556. Print.
อุบลวรรณ อักษรกลั่น . แนวทางการนำมาตรการพิเศษสำหรับบริษัทขนาดเล็กที่สามารถเลือกเสียภาษีเงินได้ในระดับผู้ถือหุ้น (S Corporation) มาปรับใช้ในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2556.