| ชื่อเรื่อง | : | ปัญหากฎหมายเกี่ยวกับการขจัดภาษีซ้อนระหว่างประเทศภายใต้ประมวลรัษฎากรของบริษัทที่จดทะเบียนจัดตั้งตามกฎหมายไทย |
| นักวิจัย | : | มณีรัตน์ สังวรวงษ์พนา |
| คำค้น | : | ภาษีซ้อน -- ไทย , รัษฎากร -- ไทย |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ธิติพันธุ์ เชื้อบุญชัย , พล ธีรคุปต์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะนิติศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2552 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/19063 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (น.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552 การขจัดภาษีซ้อนฝ่ายเดียวเป็นมาตรการที่ประเทศถิ่นที่อยู่นำมาใช้ เพื่อช่วยขจัดและบรรเทาภาระภาษีซ้อนที่เกิดขึ้นจากการลงทุนระหว่างประเทศให้แก่ผู้เสียภาษีของตน โดยในปัจจุบันประเทศไทยให้การขจัดภาษีซ้อนฝ่ายเดียว 3 วิธี คือ วิธีหักรายจ่าย วิธีเครดิตภาษี และวิธียกเว้นภาษี จากการศึกษาพบว่า มาตรการขจัดภาษีซ้อนฝ่ายเดียวของประเทศไทยด้วยวิธีเครดิตภาษีและวิธียกเว้นภาษี มีความไม่เหมาะสมหลายประการและควรปรับปรุง ดังนี้ 1. วิธีเครดิตภาษี ตามพระราชกฤษฎีกาฯ ฉบับที่ 300 มีความไม่เหมาะสมดังนี้ (ก) กำหนดวิธีการคำนวณเพดานภาษีต่างประเทศที่ผู้เสียภาษีจะนำมาเครดิตได้ในจำนวนที่สูงเกินควร (ข) ไม่มีการให้สิทธิเครดิตภาษีทางอ้อม (Underlying Tax Credit) ทำให้เงินปันผลที่บริษัทไทยได้รับยังมีภาษีซ้ำซ้อนอยู่บางส่วน (ค) ไม่มีการกำหนดลักษณะของภาษีต่างประเทศที่มีสิทธินำมาเครดิตภาษีในประเทศไทยว่าต้องมีลักษณะเช่นเดียวกับภาษีตามกฎหมายไทย จึงควรแก้ไขโดย (ก) นำหลักการจัดสรรค่าใช้จ่ายมาปรับใช้ในการคำนวณเพดานภาษีต่างประเทศ (ข) ให้สิทธิแก่ผู้เสียภาษีในการเครดิตภาษีทางอ้อม (ค) กำหนดลักษณะของภาษีต่างประเทศที่จะนำมาเครดิตภาษีในประเทศไทยได้ให้ชัดเจน 2. วิธียกเว้นภาษี ตามพระราชกฤษฎีกาฯ ฉบับที่ 442 มีความไม่เหมาะสม ดังนี้ (ก) เรื่องการขาดความเป็นกลางทางภาษีด้านการส่งออกทุน (Capital Export Neutrality) (ข) เรื่องการได้ประโยชน์สองครั้งจากการหักรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับเงินได้ที่ได้รับยกเว้นภาษี (ค) เรื่องการกำหนดสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทผู้จ่ายเงินปันผล (ง) เรื่องการกำหนดเงื่อนไขอัตราภาษีสูงสุดของประเทศผู้จ่ายเงินปันผลที่แตกต่างกับอัตราภาษีของประเทศไทยมากเกินไป และ (ง) การจำกัดว่าเงินปันผลที่จะได้รับยกเว้นภาษีต้องมาจากกำไรสุทธิที่เสียภาษีของบริษัทผู้จ่ายเงินปันผลเท่านั้น ซึ่งควรแก้ไขโดย (ก) ไม่อนุญาตให้ผู้เสียภาษีนำรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับเงินได้ที่ได้รับยกเว้นภาษีมาหักเป็นรายจ่าย (ข) ทบทวนเรื่องสัดส่วนการถือหุ้นโดยอาจปรับลดให้ต่ำลง (ค) ทบทวนเงื่อนไขเรื่องอัตราภาษีเงินได้ขั้นต่ำของต่างประเทศที่ปัจจุบันกำหนดไว้ที่ 15% ของกำไรสุทธิ ให้ใกล้เคียงกับอัตราภาษีเงินได้ของประเทศไทย และ (ง) กำหนดเงื่อนไขว่าหากเงินปันผลที่ผู้เสียภาษีได้รับนั้นผ่านการเสียภาษีในต่างประเทศมาแล้วไม่ว่าที่ระดับบริษัทใด เงินปันผลดังกล่าวยังได้รับยกเว้นภาษี 3. ปัญหาการเลือกใช้วิธีขจัดภาษีซ้อนกรณีมีเงินปันผลจากหลายประเทศ ที่ยังไม่ชัดเจนว่าจะใช้สิทธิเลือกวิธีขจัดภาษีซ้อนอย่างไร ซึ่งเห็นว่าผู้เสียภาษีควรมีสิทธิเลือกใช้วิธีขจัดภาษีซ้อนได้ แต่เมื่อเลือกใช้วิธีใดแล้วก็ควรใช้วิธีนั้นกับเงินปันผลที่ได้รับจากทุกประเทศให้สอดคล้องกัน 4. ปัญหาเรื่องรูปแบบการบัญญัติกฎหมายเกี่ยวกับการขจัดภาษีซ้อนที่ยังไม่เป็นระบบ คือ บัญญัติหลักเกณฑ์ในการจัดเก็บภาษีไว้ในประมวลรัษฎากร แต่บัญญัติหลักเกณฑ์การขจัดภาษีซ้อนไว้ในพระราชกฤษฎีกา ซึ่งควรแก้ไขโดยให้บัญญัติเรื่องการขจัดภาษีซ้อนฝ่ายเดียวทั้งหมดไว้ในประมวลรัษฎากร |
| บรรณานุกรม | : |
มณีรัตน์ สังวรวงษ์พนา . (2552). ปัญหากฎหมายเกี่ยวกับการขจัดภาษีซ้อนระหว่างประเทศภายใต้ประมวลรัษฎากรของบริษัทที่จดทะเบียนจัดตั้งตามกฎหมายไทย.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. มณีรัตน์ สังวรวงษ์พนา . 2552. "ปัญหากฎหมายเกี่ยวกับการขจัดภาษีซ้อนระหว่างประเทศภายใต้ประมวลรัษฎากรของบริษัทที่จดทะเบียนจัดตั้งตามกฎหมายไทย".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. มณีรัตน์ สังวรวงษ์พนา . "ปัญหากฎหมายเกี่ยวกับการขจัดภาษีซ้อนระหว่างประเทศภายใต้ประมวลรัษฎากรของบริษัทที่จดทะเบียนจัดตั้งตามกฎหมายไทย."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552. Print. มณีรัตน์ สังวรวงษ์พนา . ปัญหากฎหมายเกี่ยวกับการขจัดภาษีซ้อนระหว่างประเทศภายใต้ประมวลรัษฎากรของบริษัทที่จดทะเบียนจัดตั้งตามกฎหมายไทย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2552.
|
