ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การสร้างสรรค์ละครเพลงเพื่อเยาวชนจากวรรณกรรมเรื่อง “ลูกเป็ดขี้เหร่” ของฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เซน กับหลักพุทธศาสนา

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การสร้างสรรค์ละครเพลงเพื่อเยาวชนจากวรรณกรรมเรื่อง “ลูกเป็ดขี้เหร่” ของฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เซน กับหลักพุทธศาสนา
นักวิจัย : นิโลบล วงศ์ภัทรนนท์
คำค้น : ละครเพลง , พุทธศาสนาในวรรณกรรม , Musical theater , Buddhism in literature
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ถิรนันท์ อนวัชศิริวงศ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะนิเทศศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2555
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/43927
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (นศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555

การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงสร้างสรรค์ (Creative Research) เพื่อศึกษาแนวทางการสร้างสรรค์ละครเวทีประเภทละครเพลง (Musical) สำหรับเยาวชน อายุ 13-24 ปี โดยการผสมผสานของวรรณกรรมเด็กเรื่อง “ลูกเป็ดขี้เหร่” ของ ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เซน และหลักธรรมทางพุทธศาสนา โดยมีประเด็นสำคัญในการสื่อสารเรื่อง “คุณค่าชีวิตและความงาม” กับ “ปรากฎการณ์ศัลยกรรมนิยมในกลุ่มวัยรุ่น” เพื่อศึกษาทัศนคติของผู้ชมต่อการศัลยกรรม คุณค่าชีวิตและความงาม จากการแสดงทั้ง 3 รอบ โดยวิธีการสัมภาษณ์ เสวนา และแบบสอบถามจากผู้ชมจำนวน 239 ชุด ผลการวิจัยพบว่า 1. กระบวนการสร้างสรรค์ละครเวทีเพื่อเยาวชนเรื่อง “ลูกเป็ดขี้เหร่” นั้นประกอบด้วย กระบวนการ 3 ขั้นตอนคือ ขั้นเตรียมการแสดง (Pre-Production), ขั้นจัดการแสดง (Production) และในขั้นตอนสุดท้ายคือ ขั้นหลังการแสดง (Post Production) เป็นการประเมินผลการแสดง ซึ่งผู้ชมมีทัศนคติต่อองค์ประกอบการแสดงอยู่ในเกณฑ์ดี องค์ประกอบที่ได้รับความชื่นชอบและมีค่าเฉลี่ยมากที่สุด 3 อันดับ คือ แก่นเรื่อง และลีลาการเต้นรำ ได้ค่าเฉลี่ยเท่ากันคือ 4.2 รองลงมาคือ นักแสดง และ บทเพลง (ค่าเฉลี่ย 4.1 และ 4.0 ตามลำดับ) จากการเสวนาและสัมภาษณ์พบว่า ละครมีความเหมาะสมต่อกลุ่มเป้าหมายที่เป็นวัยรุ่น ผู้ชมแสดงระดับความคิดเห็นต่อประเด็นสาระที่นำเสนอในละครเวทีอยู่ในเกณฑ์มาก และมากที่สุด 3 อันดับคือ ละครมีการนำเสนอเนื้อหาให้เข้าใจได้ง่าย มีความทันต่อยุคสมัยปัจจุบัน และให้ข้อคิดเรื่องการศัลยกรรม (ค่าเฉลี่ย 4.3, 4.3 และ 4.2 ตามลำดับ) ผู้ชมกลุ่มเป้าหมายหลักในช่วงอายุน้อยกว่า 13-18 ปี มีค่าเฉลี่ยความชื่นชอบทุกองค์ประกอบในละครเวทีเรื่อง”ลูกเป็ดขี้เหร่”อยู่ในเกณฑ์ดี และมีความชื่นชอบองค์ประกอบด้านลีลาการเต้นรำมากเป็นอันดับหนึ่ง (ค่าเฉลี่ย 4.5) เช่นเดียวกับกลุ่ม เป้าหมายรองคือช่วงอายุ 19-22 ปี (ค่าเฉลี่ย 4.1) 2. การสื่อความหมายเกี่ยวกับความงามและคุณค่าชีวิตในละครเพลงเรื่อง “ลูกเป็ดขี้เหร่” ได้สร้างข้อคิดและทัศนคติด้านการศัลยกรรมของผู้ชมและความพึงพอใจในรูปร่างหน้าตาตนเอง โดยผู้ชมการแสดงทั้ง 3 รอบมีคะแนนเฉลี่ยที่สูงขึ้นเมื่อได้ชมละครเวทีเรื่องนี้ (ค่าเฉลี่ยก่อนและหลังชมการแสดง 7.5 และ 8.3) มีทัศนะร่วมกันมากที่สุด 3 อันดับ คือ เราทุกคนต่างมีสิ่งดีๆในตัวและต้องค้นหาความสามารถของตนเอง คนเราควรหาสิ่งที่เหมาะกับตนเองมากกว่าทำตามคนอื่น และศัลยกรรมเป็นเหมือนเหรียญสองด้าน มีด้านที่ดีและที่ผิดพลาด (ร้อยละ 99.6, 99.2 และ 97.1 ตามลำดับ) จากการสัมภาษณ์ผู้ชมและนักแสดง ทำให้พบว่าละครเรื่องนี้เป็นละครเพื่อเยาวชนที่เป็นได้ทั้งละครแบบ TIE (Theatre-in-Education) คือผู้ชมได้เรียนรู้ประเด็นที่ต้องการสื่อสารผ่านการชมละคร และเป็นละครแบบ DIE (Drama- in-Education) คือผู้แสดงได้เรียนรู้ประเด็นที่ต้องการสื่อสารผ่านกระบวนการทำละครเวที

บรรณานุกรม :
นิโลบล วงศ์ภัทรนนท์ . (2555). การสร้างสรรค์ละครเพลงเพื่อเยาวชนจากวรรณกรรมเรื่อง “ลูกเป็ดขี้เหร่” ของฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เซน กับหลักพุทธศาสนา.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นิโลบล วงศ์ภัทรนนท์ . 2555. "การสร้างสรรค์ละครเพลงเพื่อเยาวชนจากวรรณกรรมเรื่อง “ลูกเป็ดขี้เหร่” ของฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เซน กับหลักพุทธศาสนา".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นิโลบล วงศ์ภัทรนนท์ . "การสร้างสรรค์ละครเพลงเพื่อเยาวชนจากวรรณกรรมเรื่อง “ลูกเป็ดขี้เหร่” ของฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เซน กับหลักพุทธศาสนา."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555. Print.
นิโลบล วงศ์ภัทรนนท์ . การสร้างสรรค์ละครเพลงเพื่อเยาวชนจากวรรณกรรมเรื่อง “ลูกเป็ดขี้เหร่” ของฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เซน กับหลักพุทธศาสนา. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2555.