ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ปัจจัยคัดสรรที่สัมพันธ์กับความร่วมมือในการใช้ยาของผู้ป่วยโรคลมชัก

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ปัจจัยคัดสรรที่สัมพันธ์กับความร่วมมือในการใช้ยาของผู้ป่วยโรคลมชัก
นักวิจัย : จันทิมา ช่วยชุม
คำค้น : ผู้ป่วยโรคลมชัก -- การดูแล , ผู้ป่วย -- ความร่วมมือในการรักษา , Epileptics -- Care , Patient compliance
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะพยาบาลศาสตร์ , ชนกพร จิตปัญญา
ปีพิมพ์ : 2555
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/42693
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (พย.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความร่วมมือในการใช้ยาของผู้ป่วยโรคลมชัก และเพื่อศึกษาความสามารถในการทำนายของปัจจัยทำนาย ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา รายได้ ระยะเวลาในการรักษาด้วยยา ความถี่ของการชัก ความรู้ การรับรู้สมรรถนะแห่งตน อาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา การรับรู้ตราบาป และภาวะซึมเศร้ากับความร่วมมือในการใช้ยาของผู้ป่วยโรคลมชัก กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ป่วยโรคลมชักที่ได้รับการรักษาด้วยการใช้ยากันชักที่มารับบริการที่แผนกผู้ป่วยนอก คลินิกโรคลมชักของโรงพยาบาลศูนย์ตรังและโรงพยาบาลหาดใหญ่ จำนวน 115 คน ที่ได้รับการสุ่มแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบประเมินข้อมูลส่วนบุคคล แบบประเมินความรู้ แบบประเมินการรับรู้สมรรถนะแห่งตน แบบประเมินอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา แบบประเมินการรับรู้ตราบาป แบบประเมินภาวะซึมเศร้า และแบบประเมินความร่วมมือในการใช้ยา ที่ผ่านการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ วิเคราะห์ค่าความเที่ยงด้วยวิธีของคูเดอร์-ริชาร์ดสัน ได้ค่าความเที่ยงเท่ากับ .83 และหาค่าความเที่ยงด้วยการหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟ่าของครอนบาคได้เท่ากับ .88, .73, .86, .81, และ .78 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และสถิติวิเคราะห์การถดถอยพหุแบบเชิงชั้น ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. ร้อยละ 53.04 ของผู้ป่วยโรคลมชักมีความร่วมมือในการใช้ยาในระดับต่ำ(mean =4.42, SD= .88) 2. ความรู้เกี่ยวกับโรคลมชักและการรักษา (r[subscript xy]=.876) ระดับการศึกษา (rxy=.842) การรับรู้สมรรถนะแห่งตน (r[subscript xy]=.820) และรายได้ (r[subscript xy]=.767) มีความสัมพันธ์ทางบวกกับความร่วมมือในการใช้ยาของผู้ป่วยโรคลมชักอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3. อาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา (r[subscript xy]=-.662) ภาวะซึมเศร้า (r[subscript xy]=-.646) การรับรู้ตราบาป (r[subscript xy]=-.591) ความถี่ของการชัก (r[subscript xy]=-.571) ระยะเวลาในการรักษาด้วยยา (r[subscript xy]= -.405) และอายุ (r[subscript xy]= -.320) มีความสัมพันธ์ทางลบกับความร่วมมือในการใช้ยาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05 4. เพศไม่มีความสัมพันธ์กับความร่วมมือในการใช้ยาของผู้ป่วยโรคลมชักที่ระดับ .05 5. ตัวแปรความรู้ การรับรู้สมรรถนะแห่งตน และอายุ สามารถร่วมกันทำนายความร่วมมือในการใช้ยาของผู้ป่วยโรคลมชักได้ถึงร้อยละ 79.6 เขียนเป็นสมการทำนายได้ดังนี้ Zความร่วมมือในการใช้ยา = 0.694Z[subscript ความรู้เกี่ยวกับโรคลมชักและการรักษา] + 0.275Z[subscript การรับรู้สมรรถนะแห่งตน] + 0.117 Z[subscript อายุ]

บรรณานุกรม :
จันทิมา ช่วยชุม . (2555). ปัจจัยคัดสรรที่สัมพันธ์กับความร่วมมือในการใช้ยาของผู้ป่วยโรคลมชัก.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
จันทิมา ช่วยชุม . 2555. "ปัจจัยคัดสรรที่สัมพันธ์กับความร่วมมือในการใช้ยาของผู้ป่วยโรคลมชัก".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
จันทิมา ช่วยชุม . "ปัจจัยคัดสรรที่สัมพันธ์กับความร่วมมือในการใช้ยาของผู้ป่วยโรคลมชัก."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555. Print.
จันทิมา ช่วยชุม . ปัจจัยคัดสรรที่สัมพันธ์กับความร่วมมือในการใช้ยาของผู้ป่วยโรคลมชัก. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2555.