ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความสัมพันธ์ของการทำงานของไตในผู้ป่วยหลังปลูกถ่ายไตกับจำนวนเซลล์ตัวอ่อนเริ่มต้นของผนังหลอดเลือด

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความสัมพันธ์ของการทำงานของไตในผู้ป่วยหลังปลูกถ่ายไตกับจำนวนเซลล์ตัวอ่อนเริ่มต้นของผนังหลอดเลือด
นักวิจัย : ณัฐวุฒิ โตวนำชัย
คำค้น : ไต -- การปลูกถ่าย , ไต -- ผู้ป่วย
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : เกื้อเกียรติ ประดิษฐ์พรศิลป์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2549
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/14498
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549

การปลูกถ่ายไตเป็นการรักษาที่เป็นมาตรฐานและมีประสิทธิภาพมากที่สุดสำหรับผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย แต่ผลของการปลูกถ่ายไตในระยะยาวยังเป็นปัญหาที่สำคัญของการรักษา ภายหลังการปลูกถ่ายการทำงานของไตจะค่อยๆ ลดลงและมีอายุการทำงานเฉลี่ยประมาณ 10 ปี พยาธิสภาพของไตมีการทำงานเสื่อมจะมีการหนาตัวของผนังหลอดเลือด ซึ่งเกิดจากการบาดเจ็บของหลอดเลือดชั้นในด้วยสาเหตุต่างๆ เช่น ภาวะการทำงานของไตล่าช้าหลังปลูกถ่าย, ภาวะปฏิเสธไต, ภาวะเบาหวาน หรือภาวะเป็นพิษต่อไตเนื่องมาจากผลของยากดภูมิคุ้มกัน ร่างกายมีกลไกในการซ่อมแซมหลอดเลือดโดยอาศัยเซลล์บุผนังหลอดเลือดจากบริเวณข้างเคียง และเซลล์ตัวอ่อนเริ่มต้นของผนังหลอดเลือดจากในกระแสเลือดซึ่งเป็นเซลล์ที่ถูกปล่อยออกจากไขกระดูก ทำหน้าที่ซ่อมแซมหลอดเลือดที่ได้รับบาดเจ็บและป้องกันการหนาตัวของผังหลอดเลือด จึงนำไปสู่สมมติฐานที่ว่า จำนวนเซลล์ตัวอ่อนเริ่มต้นของผนังหลอดเลือดในกระแสเลือด มีความสัมพันธ์กับการทำงานของไตของผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายไต การศึกษานี้เป็นการศึกษาผู้ป่วยหลังปลูกถ่ายไต 38 ราย เพื่อศึกษาจำนวนเซลล์ตัวอ่อนเริ่มต้นของผนังหลอดเลือดด้วยวิธีโฟลไซโตเมตทรีและเพาะเลี้ยงเซลล์ วิธีโฟลไซโตรเมตทรีทำโดยแยกเซลล์เม็ดเลือดขาวด้วยการปั่นหมุนเหวี่ยงกับน้ำยาไฟคอล นับเซลล์ตัวอ่อนเริ่มต้นของผนังหลอดเลือดซึ่งให้ผลลบกับ CD3, CD19 และ CD33 (CD3,CD19 และ CD33 เป็นคุณสมบัติของเม็ดเลือดขาว) และให้ผลบวกกับ CD133 และ vascular endothelial growth factor receptor-2 (VEGFR-2) ด้วยโฟลไซโตเมตทรี การเพาะเลี้ยงอาศัยการย้อมเซลล์ที่เพาะเลี้ยงด้วย acetylated low-density lipoprotein (acLDL) และ ulex europaeus agglutinin-1 (UEA-1) นับจำนวนเซลล์ที่ให้ผลบวกทั้ง 2 ด้วยกล้องจุลทรรศน์แล้วหาค่าเฉลี่ยจำนวนเซลล์ต่อลานกำลังขยายสูง ผลการศึกษาพบว่า จำนวนเซลล์ตั;อ่อนเริ่มต้นของผนังหลอดเลือดจากวิธีโฟลไซโตรเมตทรี มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับการทำงานของไต (R=0.398; p=0.013) และความเข้มข้นของเลือด (R=0.41; p=0.01) ผู้ป่วยที่การทำงานของไตคงที่มีเซลล์ตัวอ่อนเริ่มต้นของผนังหลอดเลือดมากกว่า (2836+-1459 เซลล์ต่อลบ.มม.) ผู้ป่วยที่การทำงานของไตลดลง (1439+-1029 เซลล์ต่อลบ.มม.) อย่างมีนัยสำคัญ (p=0.003) จำนวนเซลล์ตัวอ่อนเริ่มต้นของผนังหลอดเลือดด้วยวิธีการเพาะเลี้ยง มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับหน้าที่การทำงานของไตเช่นเดียวกัน (R=0.7; p=0.016) จำนวนเซลล์ตัวอ่อนเริ่มต้นของผนังหลอดเลือดมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับการทำงานของไตที่ปลูกถ่าย การศึกษานี้เป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับการศึกษาแบบไปข้างหน้าเพื่อศึกษาผลของเซลล์ตัวอ่อนเริ่มต้นของผนังหลอดเลือดต่อหน้าที่การทำงานของไต

บรรณานุกรม :
ณัฐวุฒิ โตวนำชัย . (2549). ความสัมพันธ์ของการทำงานของไตในผู้ป่วยหลังปลูกถ่ายไตกับจำนวนเซลล์ตัวอ่อนเริ่มต้นของผนังหลอดเลือด.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ณัฐวุฒิ โตวนำชัย . 2549. "ความสัมพันธ์ของการทำงานของไตในผู้ป่วยหลังปลูกถ่ายไตกับจำนวนเซลล์ตัวอ่อนเริ่มต้นของผนังหลอดเลือด".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ณัฐวุฒิ โตวนำชัย . "ความสัมพันธ์ของการทำงานของไตในผู้ป่วยหลังปลูกถ่ายไตกับจำนวนเซลล์ตัวอ่อนเริ่มต้นของผนังหลอดเลือด."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549. Print.
ณัฐวุฒิ โตวนำชัย . ความสัมพันธ์ของการทำงานของไตในผู้ป่วยหลังปลูกถ่ายไตกับจำนวนเซลล์ตัวอ่อนเริ่มต้นของผนังหลอดเลือด. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2549.