| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาเปรียบเทียบค่าดัชนีความตึงตัวของหลอดเลือดแดงคอมมอนคาโรติดโดยวิธีเฟส-ล็อก เอคโค-แทรกกิ้งจากการทำดูเพล็กซ์อัลตราซาวด์ในผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตาย กับกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่มีอาการของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ |
| นักวิจัย | : | สุธาสินี ธรรมอารี |
| คำค้น | : | หลอดเลือดแดงแข็ง , กล้ามเนื้อหัวใจตาย , หลอดเลือดโคโรนารีย์ -- โรค |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | สมนพร บุณยะรัตเวช สองเมือง , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2549 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/13457 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549 ที่มา: ปัจจุบันได้มีการนำวิธีการตรวจวัดความยืดหยุ่นของหลอดเลือดที่สะดวกและปลอดภัยกับผู้ป่วย จุดประสงค์คือเพื่อตรวจหาภาวะ atheroscherosis ในขณะที่ยังไม่มีอาการแสดงของโรค Ultrasonic phase locked echo-tracking system เป็นวิธีหนึ่งที่ถูกนำมาใช้ซึ่งใช้หลักการคำนวณค่าดัชนีความตึงตัวของหลอดเลือดแดง (stiffness index หรือ beta) จาก log ความสัมพันธ์ของค่าความพันโลหิตต่อการเปลี่ยนแปลงของเส้นผ่าศูนย์กลางของหลอดเลือดแดง มีรายงานการศึกษาแสดงให้เห็นค่าความตึงตัวของหลอดเลือดแดงมีความสัมพันธ์กับภาวะ atherosclerosis จากการตรวจลักษณะทางพยาธิสภาพของหลอดเลือดแดงคอมมอนคาโรติด และความตึงตัวของหลอดเลือดแดงคอมมอนคาโรติดยังสัมพันธ์กับโรคหลอดเลือดหัวใจตึบ และหลอดเลือดสมองตีบ ผู้ศึกษาต้องการดูความสัมพันธ์ของค่าความตึงตัวของหลอดเลือดแดงคอมมอนคาโรติด กับภาวะกล้ามเนื้อหัวใจวายเฉียบพลันในประชากรไทย วิธีทำการศึกษา: ผู้ป่วยกลุ่มเปรียบเทียบ 48 คน และผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันที่จำเป็นต้องได้รับการสวนหลอดเลือดหัวใจ เพื่อประเมินความรุนแรงของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ 47 คน จะได้รับการตรวจอัลตร้าซาวด์หลอดเลือดคอมมอนคาโรติด เพื่อประเมินดัชนีความตึงตัวของหลอดเลือดคอมมอนคาโรติด โดยวิธีเฟส-ล๊อก เอคโค-แทรกกิ้ง ผลการศึกษา: ค่าดัชนีความตึงตัวของหลอดเลือดแดง ของผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันสูงกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ (ผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 10+-3.07 ซึ่งมีค่าสูงกว่ากลุ่มเปรียบเทียบซึ่งมีค่าเฉลี่ยเท่ากับอยู่ที่ 7.8+-2.39, P < 0.05) และมีแนวโน้มว่าจะสัมพันธ์กับจำนวนหลอดเลือดหัวใจตีบ (r = 0.355, P = 0.001) สรุปผลการศึกษา: ถึงแม้ว่าดัชนีความตึงตัวของหลอดเลือดแดงคอมมอนคาโรติดของผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน จะมีค่าสูงกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ และค่าความตึงตัวของหลอดเลือดแดงมีแนวโน้มว่าจะสัมพันธ์กับ ความรุนแรงของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ แต่การนำประยุกต์ใช้ยังต้องการข้อมูลการศึกษาในอนาคตว่า ค่าดัชนีความตึงตัวของหลอดเลือดแดงจะสามารถนำมาใช้ในการคาดการณ์ของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบโดยใช้ร่วมกับการประเมินปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ได้หรือไม่ |
| บรรณานุกรม | : |
สุธาสินี ธรรมอารี . (2549). การศึกษาเปรียบเทียบค่าดัชนีความตึงตัวของหลอดเลือดแดงคอมมอนคาโรติดโดยวิธีเฟส-ล็อก เอคโค-แทรกกิ้งจากการทำดูเพล็กซ์อัลตราซาวด์ในผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตาย กับกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่มีอาการของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สุธาสินี ธรรมอารี . 2549. "การศึกษาเปรียบเทียบค่าดัชนีความตึงตัวของหลอดเลือดแดงคอมมอนคาโรติดโดยวิธีเฟส-ล็อก เอคโค-แทรกกิ้งจากการทำดูเพล็กซ์อัลตราซาวด์ในผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตาย กับกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่มีอาการของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สุธาสินี ธรรมอารี . "การศึกษาเปรียบเทียบค่าดัชนีความตึงตัวของหลอดเลือดแดงคอมมอนคาโรติดโดยวิธีเฟส-ล็อก เอคโค-แทรกกิ้งจากการทำดูเพล็กซ์อัลตราซาวด์ในผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตาย กับกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่มีอาการของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549. Print. สุธาสินี ธรรมอารี . การศึกษาเปรียบเทียบค่าดัชนีความตึงตัวของหลอดเลือดแดงคอมมอนคาโรติดโดยวิธีเฟส-ล็อก เอคโค-แทรกกิ้งจากการทำดูเพล็กซ์อัลตราซาวด์ในผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตาย กับกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่มีอาการของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2549.
|
