ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาชุมชนประวัติศาสตร์เวียงพระธาตุลำปางหลวง เพื่อกำหนดแนวคิดในการอนุรักษ์โดยใช้พื้นฐานทางวัฒนธรรม

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาชุมชนประวัติศาสตร์เวียงพระธาตุลำปางหลวง เพื่อกำหนดแนวคิดในการอนุรักษ์โดยใช้พื้นฐานทางวัฒนธรรม
นักวิจัย : สุชล มัลลิกะมาลย์
คำค้น : โบราณสถาน -- การอนุรักษ์และการบำรุงรักษา , ชุมชนลำปางหลวง , ลำปาง -- โบราณสถาน
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ปิ่นรัชฎ์ กาญจนัษฐิติ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2549
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/13358
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (สถ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549

อาณาจักรล้านนาก่อกำเนิดขึ้นในปี พ.ศ. 1893 และเสื่อมลงใน พ.ศ. 2101 อาณาจักรล้านนาเจริญรุ่งเรืองสูงสุดในสมัยที่พระเจ้าติโลกราชปกครองอาณาจักร พระองค์มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา ดังนั้นพระองค์จึงได้ได้สร้างและปฏิสังขรณ์วัดเก่าที่ทรุดโทรมในอาณาจักรล้านนาขึ้น ในสมัยของพระองค์นั้น ซึ่งวัดพระธาตุลำปางหลวงเองก็ได้ถูกบูรณะขึ้นมาในช่วงเวลานั้นด้วยเช่นกัน วัดพระธาตุลำปางหลวงเป็นสถาปัตยกรรมอันเนื่องมาจากศาสนา และเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญที่ได้รับความเคารพและความศรัทธาจากคนโดยรอบ จึงทำให้วัดพระธาตุลำปางหลวงมีระบบโครงสร้างทางวัฒนธรรมของล้านนารองรับอยู่ เช่น ระบบเวียงทางศาสนาซึ่งเป็นที่ตั้งของชุมชนประวัติศาสตร์เวียงพระธาตุลำปางหลวง ระบบการดูแลรักษาวัด เป็นต้น แต่แนวทางการอนุรักษ์ในปัจจุบันสนใจเฉพาะแต่การอนุรักษ์ในเชิงกายภาพของวัดพระธาตุลำปางหลงเท่านั้น โดยขาดการคำนึงถึงบริบททางวัฒนธรรม อันเป็นปัจจัยการในการก่อกำเนิด และเกื้อหนุนวัดพระธาตุลำปางหลวง การประชุมที่เมืองนาราเกี่ยวกับความแท้ในปี ค.ศ. 1994 ได้ข้อสรุปเป็น "เอกสารประกอบการประชุมนาราว่าด้วยความแท้" (Nara Document on Authenticity) เสนอให้พิจารณา มรดกทางวัฒนธรรมเป็นสองส่วนคือ การแสดงออกทางวัฒนธรรมที่มองเห็น และการแสดงออกทางวัฒนธรรมที่มองไม่เห็น ซึ่งทั้งสององค์ประกอบนี้เป็นปัจจัยของกันและกันเป็นโครงสร้างทางวัฒนธรรม การวิจัยเพื่ออนุรักษ์ชุมชนประวัติศาสตร์เวียงพระธาตุลำปางหลวง โดยใช้พื้นฐานทางวัฒนธรรมนำแนวคิดดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์ พบว่าชุมชนประวัติศาสตร์เวียงพระธาตุลำปางหลวงประกอบด้วย โครงสร้างของมรดกทางวัฒนธรรมจำนวน 6 ชุดคือ รูปแบบการตั้งถิ่นฐาน กับ วัฒนธรรมการอยู่อาศัย, ภูมิทัศน์เชิงวัฒนธรรม กับ วัฒนธรรมในการทำการเกษตร ที่นา วัฒนธรรมในการกัลปนา กับ กรรมสิทธิ์ที่นา องค์พระธาตุลำปางหลวง กับ วัฒนธรรมการนับถือพุทธศาสนา สถาปัตยกรรมเขตพุทธาวาสวัดพระธาตุลำปางหลวง กับ การสร้างสรรค์งานของสกุลช่างลำปาง สถาปัตยกรรมเรือนพักอาศัย กับ ภูมิปัญญาในการสร้างเรือนพักอาศัยแบบประเพณี บทสรุปวิทยานิพนธ์ได้เสนอแนวคิดในการอนุรักษ์ ผ่านทางการฟื้นฟูโครงสร้างความสัมพันธ์ของมรดกทางวัฒนธรรมทั้ง 6 ประเด็นดังกล่าว เพื่อให้มรดกทางวัฒนธรรมชุมชนประวัติศาสตร์เวียงพระธาตุลำปางหลวง คงดำรงอยู่ต่อไปอย่างสมบูรณ์ทั้งในแง่ของการแสดงออกทางวัฒนธรรมที่มองเห็น และการแสดงออกทางวัฒนธรรมที่มองไม่เห็น

บรรณานุกรม :
สุชล มัลลิกะมาลย์ . (2549). การศึกษาชุมชนประวัติศาสตร์เวียงพระธาตุลำปางหลวง เพื่อกำหนดแนวคิดในการอนุรักษ์โดยใช้พื้นฐานทางวัฒนธรรม.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุชล มัลลิกะมาลย์ . 2549. "การศึกษาชุมชนประวัติศาสตร์เวียงพระธาตุลำปางหลวง เพื่อกำหนดแนวคิดในการอนุรักษ์โดยใช้พื้นฐานทางวัฒนธรรม".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุชล มัลลิกะมาลย์ . "การศึกษาชุมชนประวัติศาสตร์เวียงพระธาตุลำปางหลวง เพื่อกำหนดแนวคิดในการอนุรักษ์โดยใช้พื้นฐานทางวัฒนธรรม."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549. Print.
สุชล มัลลิกะมาลย์ . การศึกษาชุมชนประวัติศาสตร์เวียงพระธาตุลำปางหลวง เพื่อกำหนดแนวคิดในการอนุรักษ์โดยใช้พื้นฐานทางวัฒนธรรม. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2549.