| ชื่อเรื่อง | : | การแยกยีนแฟลคจิลิน (flagellin) ของ Burkolderia (Pseudomonas) pseudomalle โดยอาศัยเทคนิคพีซีอาร์ |
| นักวิจัย | : | สุมาลี ตั้งประดับกุล , Sumalee Tungpradabkul |
| คำค้น | : | Biochemistry , Biological sciences , Biology and biochemistry , BT-38-06-HIM-14-21 , Burkholderia pseudomallei , Burkolderia , Flagellin , Pseudomonas , ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ , สาขาวิทยาศาสตร์เคมีและเภสัช , แฟลคจิลิน , โรคเมลิออยโดสิส |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2540 |
| อ้างอิง | : | http://www.nstda.or.th/thairesearch/node/2836 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | Burkholderia pseudomallei เป็นจุลชีพที่เป็นสาเหตุของโรคเมดิออยโดสิส ซึ่งเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญพบเฉพาะประเทศในแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และทางตอนเหนือของประเทศออสเตรเลีย การแสดงออกของโรคมีลักษณะคล้ายคลึงกับโรคอื่นๆเช่น มาลาเรีย ไทฟอยด์ เป็นต้น การวินิจฉัยโรคเพื่อการรักษาที่ถูกต้องจึงเป็นปัญหาที่สำคัญยิ่ง แต่ในปัจจุบันวิธีการวินิจฉัยที่เชื่อถือได้ คือการจำแนกเชื้อบนอาหารเลี้ยงเชื้อรวมทั้งการทดสอบทางชีวเคมี ซึ่งต้องใช้เวลา และต้องอาศัยผู้มีความชำนาญในการแยกความแตกต่างของเชื้อในกลุ่มเดียวกัน เช่น Burkholderia cepacia, Burkholderia mallei เป็นต้น จากการศึกษาคุณสมบัติและสัณฐานวิทยาของเชื้อ Burkholderia pseudomallei และ Burkholderia mallei มีความคล้ายคลึงกันมาก ยกเว้นชนิดแรกสามารถเคลื่อนที่ได้ ส่วนชนิดหลักไม่เคลื่อนที่ แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของยีนแฟคจิลินซึ่ง Burkholderia pseudomallei มีการสร้างแฟคจิลา โดยที่ผลทางพยาธิวิทยาของเชื้อแบคทีเรียที่มีแฟคจิลามักจะมีความรุนแรงกว่า ชนิดที่ไม่มี นอกจากนี้แฟคจิลินยังมีบทบาทที่สำคัญที่ก่อให้เกิดลักษณะ Serological typing อีกด้วย โครงการวิจัยนี้จึงมุ่งเน้นที่จะศึกษายีนแฟคจิลินของเชื้อ Burkholderia pseudomallei โดยอาศัยวิธีทางพีซีอาร์มาเพิ่มขยายยีนดังกล่าว เพื่อศึกษาข้อมูลในระดับยีน และเปรียบเทียบข้อมูลของลำดับเบสและกรดอะมิโนดังกล่าวกับแบคทีเรียในชนิดและ สายพันธุ์ที่ใกล้เคียงได้แก่ Pseudomonas aeruginosa ATCC 27853, Pseudomonas fluorescens DMS 1380, Pseudomonas stutzeri DMS 2156, Pseudomonas putida DMS 0638, Pseudomonas putida DMS 2704, Pseudomonas putida DMS 3052, Pseudomonas putida DMS 3056, Burkholderia cepacia DMS 3027 รวมทั้งจากแหล่งต่างๆของ Burkholderia pseudomallei 4 isolates (NF 10/38, 47/38, 105/37, 154/37) ผลจากการศึกษาพบว่าชนิดของไพรเมอร์ที่ใช้กับ Pseudomonas จะใช้ไม่ได้กับ Burkholderia และยีนแฟคจิลินที่ได้จากชนิดของแบคทีเรียต่างๆมีขนาดแตกต่างกัน คือ 1.2, 1.2, 1.4, 2.0, 0.8, 0.8, 1.4, 1.2 kb ตามลำดับ รวมทั้งจาก 4 isolates ของ Burkholderia pseudomallei ซึ่งได้ขนาดเท่ากัน คือ 1.2 kb ข้อมูลจากการเปรียบเทียบลำดับเบสและกรดอะมิโนสามารถนำไปสู่การพัฒนาวิธีการ วินิจฉัยชนิดของเชื้อ Burkholderia pseudomallei ทั้งทางอิมมูโนวิทยา และ ทางอณูชีววิทยา และการพัฒนาวัคซีน รวมทั้งเป็นเครื่องมือในการจัดประเภทของเชื้อ (Phylogenic tree) ได้อีกด้วย |
| บรรณานุกรม | : |
สุมาลี ตั้งประดับกุล , Sumalee Tungpradabkul . (2540). การแยกยีนแฟลคจิลิน (flagellin) ของ Burkolderia (Pseudomonas) pseudomalle โดยอาศัยเทคนิคพีซีอาร์.
ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ. สุมาลี ตั้งประดับกุล , Sumalee Tungpradabkul . 2540. "การแยกยีนแฟลคจิลิน (flagellin) ของ Burkolderia (Pseudomonas) pseudomalle โดยอาศัยเทคนิคพีซีอาร์".
ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ. สุมาลี ตั้งประดับกุล , Sumalee Tungpradabkul . "การแยกยีนแฟลคจิลิน (flagellin) ของ Burkolderia (Pseudomonas) pseudomalle โดยอาศัยเทคนิคพีซีอาร์."
ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2540. Print. สุมาลี ตั้งประดับกุล , Sumalee Tungpradabkul . การแยกยีนแฟลคจิลิน (flagellin) ของ Burkolderia (Pseudomonas) pseudomalle โดยอาศัยเทคนิคพีซีอาร์. ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ; 2540.
|
