ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนาผลิตภัณฑ์มั่มโดยใช้เทคโนโลยีเชื้อบริสุทธิ์เริ่มต้นผสม

หน่วยงาน สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนาผลิตภัณฑ์มั่มโดยใช้เทคโนโลยีเชื้อบริสุทธิ์เริ่มต้นผสม
นักวิจัย : ไพโรจน์ วิริยจารี , Pairote Wiriyacharee
คำค้น : Biochemistry , Biological sciences , Biology and biochemistry , BT-B-01-NG-10-4701 , Mum , การหมัก , จุลินทรีย์ , มั่ม , ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ , สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย , แบคทีเรีย
หน่วยงาน : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2549
อ้างอิง : http://www.nstda.or.th/thairesearch/node/1888
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาและแยกเชื้อจุลินทรีย์ที่มีผลต่อการผลิตผลิตภัณฑ์มั่ม พบว่า มีเชื้อแบคทีเรีย แลคติคที่มีความสำคัญในการหมัก 4 ชนิด คือ Pediococcus acidilactici, Lactobacillus plantarum1, Lactobacillus plantarum2 และ Lactobacillus cellobiosus โดยเชื้อแต่ละชนิดจะมีค่าอัตราการเจริญจำเพาะ (specific growth rate, ?) เท่ากับ 0.119, 0.125, 0.104 และ 0.130 ชั่วโมง-1 ตามลำดับ จากการศึกษาปัจจัยและสูตรการผลิตที่เหมาะสม พบว่า ปัจจัยหลักที่มีอิทธิพลต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์มั่ม ได้แก่ เกลือ (ร้อยละ 1.78) โซเดียมไนไตรท์ (ร้อยละ 0.01) และเชื้อ Pediococcus acidilactici (6 log cfu/g) ส่วนปัจจัยรอง ได้แก่ กระเทียม (ร้อยละ 20) ข้าวเหนียว (ร้อยละ 10) และข้าวคั่ว (ร้อยละ 1) ร่วมกับเชื้อ Lactobacillus plantarum1, Lactobacillus plantarum2 และ Lactobacillus cellobiosus ชนิดละ 6 log cfu/g โดยทำการหมักเป็นเวลา 48 ชั่วโมง ที่อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส จะทำให้ผลิตภัณฑ์มั่มมีคุณภาพดีทั้งทางด้านเคมีและกายภาพ รวมทั้งมีคุณภาพทางประสาทสัมผัสเข้าใกล้ค่าในอุดมคติมากที่สุด ตลอดจนมีความปลอดภัยจากเชื้อจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรค โดยเฉพาะเชื้อตระกูล Enterobacteriaceae ยีสต์ และรา เมื่อทำการศึกษาสภาวะการเก็บผลิตภัณฑ์มั่มในภาชนะบรรจุที่ป้องกันการแลก เปลี่ยนความชื้น พบว่า สภาวะความชื้นสัมพัทธ์ ร้อยละ 84 อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส จะมีอายุการเก็บประมาณ 1 สัปดาห์ ส่วนที่สภาวะความชื้นสัมพัทธ์ ร้อยละ 51 ถึง 73 อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส จะมีอายุการเก็บประมาณ 2 สัปดาห์ แต่เมื่อนำผลิตภัณฑ์มั่มที่ผ่านการแช่ในโปแตสเซียมซอร์เบท ร้อยละ 10 นาน 1.50 นาที จะเก็บรักษาได้มากกว่า 5 สัปดาห์ที่ทุกสภาวะโดยปราศจากเชื้อรา จากนั้นทำการผลิตกล้าเชื้อผงโดยการทำแห้งแบบแช่เยือกแข็งและประยุกต์ใช้กับ ผลิตภัณฑ์มั่ม พบว่า การใช้กล้าเชื้อสดจะทำให้ค่าการทดสอบทางประสาทสัมผัสโดยรวมสูงกว่าการใช้ กล้าเชื้อผง และการผลิตแบบพื้นบ้าน ตามลำดับ เมื่อทำการสำรวจข้อมูลผู้บริโภคผลิตภัณฑ์มั่มที่ผลิตโดยเทคโนโลยีเชื้อ บริสุทธิ์เริ่มต้นผสม พบว่า ผู้บริโภคในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี และเชียงใหม่ ต่างให้การยอมรับค่อนข้างดี รวมทั้งแนวโน้มทางการตลาดแสดงให้เห็นว่า มีโอกาสและความเป็นไปได้ที่จะผลิตผลิตภัณฑ์มั่มโดยเทคโนโลยีเชื้อบริสุทธิ์ เริ่มต้นผสมในเชิงพาณิชย์

บรรณานุกรม :
ไพโรจน์ วิริยจารี , Pairote Wiriyacharee . (2549). การพัฒนาผลิตภัณฑ์มั่มโดยใช้เทคโนโลยีเชื้อบริสุทธิ์เริ่มต้นผสม.
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
ไพโรจน์ วิริยจารี , Pairote Wiriyacharee . 2549. "การพัฒนาผลิตภัณฑ์มั่มโดยใช้เทคโนโลยีเชื้อบริสุทธิ์เริ่มต้นผสม".
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
ไพโรจน์ วิริยจารี , Pairote Wiriyacharee . "การพัฒนาผลิตภัณฑ์มั่มโดยใช้เทคโนโลยีเชื้อบริสุทธิ์เริ่มต้นผสม."
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2549. Print.
ไพโรจน์ วิริยจารี , Pairote Wiriyacharee . การพัฒนาผลิตภัณฑ์มั่มโดยใช้เทคโนโลยีเชื้อบริสุทธิ์เริ่มต้นผสม. ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ; 2549.