| ชื่อเรื่อง | : | ลักษณะไทยภาคกลางสมัยใหม่ในงานออกแบบสถาปัตยกรรมประเภทบ้านพักอาศัยในปัจจุบัน |
| นักวิจัย | : | อภินันท์ พงศ์เมธากุล |
| คำค้น | : | บ้าน -- ไทย (ภาคกลาง) , การออกแบบสถาปัตยกรรม , สถาปัตยกรรมไทย , เรือนไทย |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | วิมลสิทธิ์ หรยางกูร , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2542 |
| อ้างอิง | : | 9743330879 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/12168 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (สถ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2542 ปัจจุบันพบว่า สถาปนิกผู้ออกแบบได้นำลักษณะไทยภาคกลางมาใช้ในงานออกแบบบ้านพักอาศัยอย่างกว้างขวาง ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ของการออกแบบสถาปัตยกรมแนวใหม่ ดังสมมุติฐานการวิจัยที่ว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดรูปแบบสถาปัตยกรรมที่มีคุณค่าลักษณะไทยภาคกลางสมัยใหม่อันเป็นที่ยอมรับได้ ดังนั้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำการศึกษา เพื่อทราบถึงความคิดเห็นของสถาปนิกทั่วไปต่อการยอมรับแนวทางการออกแบบแนวใหม่ ตลอดจนเพื่อทราบถึงคุณค่าของลักษณะไทยภาคกลางสมัยใหม่ในงานออกแบบบ้านพักอาศัยในปัจจุบัน การวิจัยนี้ได้ศึกษาแนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวกับลักษณะไทยภาคกลาง รวมทั้งการศึกษาที่ได้จากการสัมภาษณ์สถาปนิกผู้ออกแบบบ้านพักอาศัยที่มีลักษณะไทยภาคกลางสมัยใหม่ ซึ่งใช้เป็นอาคารตัวอย่างในการศึกษาครั้งนี้ตลอดจนทำการสำรวจลักษณะทางกายภาพของอาคารตัวอย่างที่ศึกษา ทั้งนี้ เพื่อนำผลการศึกษาที่ได้ทั้งหมดไปจัดทำแบบสอบถาม ซึ่งมีแนวคำถามที่เกี่ยวกับคุณค่า และการยอมรับลักษณะไทยภาคกลางที่นำมาใช้ในงานออกแบบบ้านพักอาศัยในปัจจุบัน และนำแบบสอบถามไปสอบถามกลุ่มสถาปนิกทั่วไปจำนวน 300 คน ผลการวิจัยพบว่า สถาปนิกทั่วไปมีความคิดเห็นโดยรวมเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ดังนี้ 1. ความคิดเห็นทั่วไปเกี่ยวกับเอกลักษณ์ไทย บ้านพักอาศัยทั่วไปยังไม่มีเอกลักษณ์ไทย ในยุคโลกาภิวัตน์ สถาปนิกส่วนใหญ่เริ่มให้ความสำคัญต่อเอกลักษณ์ไทยในงานออกแบบ แนวทางการนำรูปแบบสถาปัตยกรรมไทยเดิมมาพัฒนาให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงในปัจจุบัน เป็นแนวทางการออกแบบในเชิงอนุรักษ์สืบสานศิลปวัฒนธรรมไทย อันเป็นที่ยอมรับของสถาปนิกทั่วไป 2. คุณค่าลักษณะไทยภาคกลางสมัยใหม่ ก) รูปแบบที่มีคุณค่าค่อนข้างมาก ได้แก่ การนำต้นไม้มาใช้เป็นองค์ประกอบ การจัดวางอาคารเป็นกลุ่ม ชานหรือนอกชาน การยื่นชายคายาว หลังคาทรงสูงหน้าจั่ว และองค์ประกอบทั่วไป ได้แก่ ค้ำยัน ซุ้มประตู และเสาลอยข) รูปแบบที่มีคุณค่าไม่เด่นชัด ได้แก่ การนำเส้นสายแบบไทยมาประยุกต์ การจัดวางอาคารหลังเดี่ยว การนำลักษณะใต้ถุนมาใช้ในงานออกแบบ การแสดงออกถึงสัจจะของการใช้วัสดุ และหลังคาทรงสูงลักษณะอื่นๆ ค) รูปแบบที่มีคุณค่าค่อนข้างน้อย ได้แก่ การนำเส้นสายของหน้าบันมาประยุกต์ และการยื่นชายคาสั้น 3. การยอมรับต่อการนำลักษณะไทยภาคกลางมาใช้ในงานออกแบบ สถาปนิกทั่วไปยอมรับการนำลักษณะไทยภาคกลางมาใช้ในงานออกแบบ แต่ควรคำนึงประเด็นที่ยังไม่เป็นที่ยอมรับการนำลักษณะไทยภาคกลางมาใช้ในงานออกแบบเป็นสำคัญอย่างไรก็ตาม นับว่ายังมีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนางานออกแบบบ้านพักอาศัยให้มีลักษณะไทยที่เด่นชัดต่อไป โดยศึกษาเพิ่มเติมในประเด็นต่างๆ คือ 1. ประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมไทย ซึ่งทำให้ทราบถึงรากเหง้าที่มีความสำคัญต่อการพัฒนารูปแบบลักษณะไทยสมัยใหม่ได้อย่างถูกทิศทาง อันเป็นพื้นฐานอันสำคัญเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน 2. วัสดุและเทคโนโลยีการก่อสร้าง เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดความแตกต่างของรูปแบบสถาปัตยกรรมในอดีตกับปัจจุบัน และยังส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อไปในอนาคตอันใกล้ 3. สภาพการณ์ของการเปลี่ยนแปลงโดยรวม ได้แก่ สภาพทางสังคท เศรษฐกิจ วัฒนธรรม เทโนโลยี ตลอดจนวิถีชีวิตในปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวย่อมส่งผลให้รูปแบบสถาปัตยกรรมเปลี่ยนไปด้วย การวิจัยครั้งนี้สามารถนำผลที่ได้ใช้เป็นแนวทางในการพัฒนางานออกแบบบ้านพักอาศัยให้มีลักษณะไทยภาคกลางสมัยใหม่ได้อย่างเหมาะสม อันเป็นการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมไทยให้ยั่งยืนสืบไป |
| บรรณานุกรม | : |
อภินันท์ พงศ์เมธากุล . (2542). ลักษณะไทยภาคกลางสมัยใหม่ในงานออกแบบสถาปัตยกรรมประเภทบ้านพักอาศัยในปัจจุบัน.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. อภินันท์ พงศ์เมธากุล . 2542. "ลักษณะไทยภาคกลางสมัยใหม่ในงานออกแบบสถาปัตยกรรมประเภทบ้านพักอาศัยในปัจจุบัน".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. อภินันท์ พงศ์เมธากุล . "ลักษณะไทยภาคกลางสมัยใหม่ในงานออกแบบสถาปัตยกรรมประเภทบ้านพักอาศัยในปัจจุบัน."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2542. Print. อภินันท์ พงศ์เมธากุล . ลักษณะไทยภาคกลางสมัยใหม่ในงานออกแบบสถาปัตยกรรมประเภทบ้านพักอาศัยในปัจจุบัน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2542.
|
