| ชื่อเรื่อง | : | การเปลี่ยนแปลงที่อยู่อาศัยของบุคลากรจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเมื่อมีระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน |
| นักวิจัย | : | ธีรนันท์ โอภาสสัมพันธ์ |
| คำค้น | : | ที่อยู่อาศัย , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย -- ข้าราชการ , เมือง -- การเจริญเติบโต , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย -- การบริหาร , รถไฟฟ้า |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | วิมลสิทธิ์ หรยางกูร , สุปรีชา หิรัญโร , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2540 |
| อ้างอิง | : | 9746387391 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/9272 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (คพ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2540 กรุงเทพมหานคร มีปัญหาการจราจรติดขัดอย่างมาก และส่งผลกระทบต่อการเดินทางไปทำงาน ของบุคลากรจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รถไฟฟ้าเป็นทางเลือกใหม่ในการเดินทางที่มีประสิทธิภาพ ในการศึกษาครั้งนี้จึงมุ่งศึกษาการเปลี่ยนแปลงที่อยู่อาศัยของบุคลากรจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อมีระบบรถไฟฟ้า โดยได้เก็บข้อมูลจากบุคลากรจุฬาฯทั้งหมด 7,623 คน ในทุกหน่วยงาน โดยแบ่งเป็น 2 รอบ คือ รอบที่ 1 แจกทุกคน เพื่อถามใน 2 ประเด็น คือ แนวโน้มการเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางมาใช้บริการรถไฟฟ้าและแนวโน้มการเปลี่ยนแหล่งที่อยู่อาศัยใหม่ โดยได้รับคืนมา 802 ตัวอย่าง ส่วนรอบที่ 2 แจกเฉพาะกลุ่มที่คาดว่าจะเปลี่ยนทั้งรูปแบบการเดินทางและเปลี่ยนแหล่งที่อยู่อาศัยใหม่ ซึ่งมีจำนวน 155 คน จาก 802 ตัวอย่าง เพื่อถามในประเด็นที่ 3 คือ แนวโน้มการเลือกแหล่งและลักษณะที่อยู่อาศัยใหม่ และได้รับคืนมา 133 ตัวอย่าง จากการวิเคราะห์ด้วยค่าสถิติอัตราส่วนร้อย เพื่ออธิบายแนวโน้มและเหตุผลของการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเดินทางมาใช้บริการรถไฟฟ้าและเปลี่ยนแหล่งที่อยู่อาศัย การเลือกแหล่งและลักษณะที่อยู่อาศัยใหม่ และใช้ค่าสถิติไคสแควร์อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต่างๆ พบว่า บุคลากรจุฬาฯ มีแนวโน้มการเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางมาใช้บริการรถไฟฟ้าถึงร้อยละ 71.3 ด้วยเหตุผลอันดับที่ 1 คือ ควบคุมเวลาในการเดินทางได้ อันดับที่ 2 คือ สะดวกสบาย รวดเร็วมากขึ้น ซึ่งแบ่งเป็นกลุ่มผู้ใช้เป็นประจำร้อยละ 34.4 และกลุ่มที่ใช้เป็นครั้งคราวร้อยละ 62.4 ในกลุ่มที่คาดว่าจะใช้บริการรถไฟฟ้านี้มีร้อยละ 27.1 คาดว่าจะเปลี่ยนแหล่งที่อยู่อาศัยใหม่ ด้วยเหตุผลอันดับที่ 1 คือต้องการที่อยู่อาศัยใหม่ที่มีความสะดวกเรื่องการเดินทาง โดยมีการเปลี่ยนที่อยู่อาศัยใหม่ในลักษณะการซื้อใหม่ร้อยละ 71.0 และในกลุ่มที่คาดว่าจะเปลี่ยนทั้งรูปแบบการเดินทาง และเปลี่ยนแหล่งที่อยู่อาศัยนี้ คาดว่าจะเลือกแหล่งที่อยู่อาศัยใหม่ในเขตจังหวัดใกล้เคียงกรุงเทพฯถึงร้อยละ 60.6 ส่วนลักษณะที่อยู่อาศัยใหม่นั้นแบ่งได้ ดังนี้ ในรูปแบบบ้านเดี่ยวร้อยละ 36.1 ในระดับราคาไม่เกิน 2,000,000 บาท ขนาดที่ดินไม่น้อยกว่า 50 ตรว. รองลงมาคือ บ้านแบบทาวน์เฮ้าส์ร้อยละ 33.8 ในระดับราคาไม่เกิน 800,000 บาท ขนาดที่ดินไม่เกิน 20 ตรว. และอาคารชุดพักอาศัยร้อยละ 27.8 ในระดับราคา 300,001-500,000 บาท ขนาดพื้นที่ใช้สอย 31-40 ตรม. และแนวโน้มการเลือกแหล่งที่อยู่อาศัยใหม่นั้นจะสอดคล้องกับเส้นทาง และสถานีรถไฟฟ้า โดยส่วนใหญ่ คาดว่าจำเป็นต้องเลือกที่ตั้งที่อยู่อาศัยใกล้สถานีรถไฟฟ้าในรัศมีไม่เกิน 1-2 กม. ข้อค้นพบดังกล่าวนำไปสู่ข้อสรุปว่า ระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนส่งผลกระทบต่อบุคลากรจุฬาฯ ในเรื่องแนวโน้มการเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางไปทำงานอย่างมาก และการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนี้ส่งผลต่อแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่อยู่อาศัยใหม่ |
| บรรณานุกรม | : |
ธีรนันท์ โอภาสสัมพันธ์ . (2540). การเปลี่ยนแปลงที่อยู่อาศัยของบุคลากรจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเมื่อมีระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ธีรนันท์ โอภาสสัมพันธ์ . 2540. "การเปลี่ยนแปลงที่อยู่อาศัยของบุคลากรจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเมื่อมีระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ธีรนันท์ โอภาสสัมพันธ์ . "การเปลี่ยนแปลงที่อยู่อาศัยของบุคลากรจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเมื่อมีระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2540. Print. ธีรนันท์ โอภาสสัมพันธ์ . การเปลี่ยนแปลงที่อยู่อาศัยของบุคลากรจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเมื่อมีระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2540.
|
