| ชื่อเรื่อง | : | การประเมิณค่าอัตราพันธุกรรมต่อการเติบโตของหอยตะโกรมกรามดำ Crassostrea lugubris, sowerby 1871 โดยวิธี sib analysis |
| นักวิจัย | : | รุ่งตะวัน ยมหล้า |
| คำค้น | : | หอยตะโกรมกรามดำ , การปรับปรุงพันธุ์ , หอยนางรม -- การเพาะเลี้ยง |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | เผดิมศักดิ์ จารยะพันธุ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2539 |
| อ้างอิง | : | 9746366122 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/11576 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2539 ประเมินค่าอัตราพันธุกรรมต่อการเติบโตของหอยตะโกรมกรามดำ Crassostres lugubris ที่ผลิตจากโรงเพาะฟักในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2539 โดยวิธี sib analysis หอยตะโกรมกรามดำที่ผลิตได้มี 2 ชุด จำนวน 27 ครอบครัว (จากเพศผู้ 10 ตัว และ เพศเมีย 27 ตัว) หอยตะโกรมกรามดำดังกล่าวเมื่ออนุบาลจนมีขนาดความยาวเปลือกประมาณ 1.5 ซม. จึงติดเบอร์เป็นรายตัวแล้วนำมาเลี้ยงในถุงอวนขนาด 40x40 ตร.ซม. ที่ความหนาแน่นจำนวน 80 ตัวต่อถุงอวน โดยเลี้ยงในสภาพแวดล้อม 2 แบบคือ แบบที่ 1 เลี้ยงในระบบรางน้ำไหล ซึ่งใช้เป็นตัวแทนระบบการเลี้ยงแบบกึ่งพัฒนา และแบบที่ 2 เลี้ยงในทะเลซึ่งใช้เป็นตัวแทนระบบการเลี้ยงในสภาพแวดล้อมธรรมชาติ นำข้อมูลการเติบโตรายตัวที่แสดงในรูปของความกว้างเปลือกและความยาวเปลือก มาวิเคราะห์หาองค์ประกอบของความแปรปรวนที่เกิดขึ้น แล้วนำค่าที่ได้มาคำนวณหาอัตราพันธุกรรมที่ช่วงอายุต่างๆ กันได้แก่ 150, 180, และ 210 วัน จากนั้นประเมินค่าสหสัมพันธ์ทางพันธุกรรม สหสัมพันธ์ทางสภาพแวดล้อมและสหสัมพันธุ์ทางลักษณะปรากฎ ระหว่างความกว้างเปลือกกับความยาวเปลือกในหอยตะโกรมกรามดำอายุ 210 วัน รวมทั้งค่าสหสัมพันธุ์ของลักษณะปรากฎของความกว้างเปลือกและความยาวเปลือก ระหว่างการเลี้ยงในสภาพแวดล้อมทั้งสองแบบอีกด้วย พบว่าค่าอัตราพันธุกรรมของลักษณะความกว้างเปลือกและความยาวเปลือกของหอยที่ เลี้ยงในแบบที่ 1 ได้แก่ระบบรางน้ำไหลมีค่าเท่ากับ 0.34+-0.115, 0.39+-0.121 และ 0.36+-0.171 และเท่ากับ 0.26+-0.079, 0.34+-0.100 และ 0.33+-0.100 ที่อายุ 150, 180 และ 210 วันตามลำดับ ส่วนหอยตะโกรมกรามดำที่เลี้ยงในแบบที่ 2 ได้แก่ในทะเลมีค่าอัตราพันธุกรรมของลักษณะความกว้างเปลือกและความยาวเปลือก เท่ากับ 0.21+-0.078, 0.26+-0.091และ 0.25+-0.099 และเท่ากับ 0.32+-0.117, 0.24+-0.091 และ 0.27+-0.106 ที่อายุ 150, 180 และ 210 วันตามลำดับ ผลการศึกษาค่าสหสัมพันธ์ทางพันธุกรรมระหว่างความกว้างเปลือกกับความยาว เปลือก ของหอยตะโกรมกรามดำที่อายุ 210 วันที่เลี้ยงในระบบรางน้ำไหลมีค่าเท่ากับ 0.97 และเลี้ยงในทะเลมีค่าเท่ากับ 0.55 ในทำนองเดียวกันค่าสหสัมพันธ์ทางสภาพแวดล้อมสำหรับการเลี้ยงในระบบรางน้ำไหล มีค่าเท่ากับ 1.14 และเลี้ยงในทะเลมีค่าเท่ากับ 1.79 ส่วนค่าสหสัมพันธ์ทางลักษณะปรากฎ สำหรับการเลี้ยงในระบบรางน้ำไหลมีค่าเท่ากับ 0.82 และเลี้ยงในทะเลมีค่าเท่ากับ 0.89 และค่าสหสัมพันธ์ของลักษณะปรากฏระหว่างความกว้างเปลือกและความยาวเปลือก ของหอยที่เลี้ยงในระบบรางน้ำไหลและเลี้ยงในทะเลมีค่าเท่ากับ 0.61+-0.148 และ 0.74+-0.122 ตามลำดับ จากผลที่กล่าวมาทั้งหมดทำให้สรุปได้ว่า สามารถจะเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตหอยตะโกรมกรามดำได้ โดยการคัดเลือกพันธุ์โดยใช้ลักษณะความกว้างเปลือกหรือความยาวเปลือกเพียง ลักษณะหนึ่งได้ ทั้งนี้เพราะลักษณะทั้งสองดังกล่าวมีความสัมพันธุ์กันเชิงบวก และเมื่อนำค่าอัตราพันธุกรรมที่คำนวณได้ที่อายุ 210 วัน มาประเมินหาค่าผลตอบสนองต่อการคัดเลือกในรุ่นลูก จากการคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์จากประชากรเดิม 10% พบว่าจะได้รุ่นลูกมีความกว้างเปลือกและความยาวเปลือกเพิ่มขึ้นประมาณ 11% ต่อรุ่นสำหรับพ่อแม่พันธุ์ที่เลี้ยงในระบบรางน้ำไหลและเพิ่มขึ้นประมาณ 8 และ 10% ต่อรุ่นสำหรับการเลี้ยงในทะเล |
| บรรณานุกรม | : |
รุ่งตะวัน ยมหล้า . (2539). การประเมิณค่าอัตราพันธุกรรมต่อการเติบโตของหอยตะโกรมกรามดำ Crassostrea lugubris, sowerby 1871 โดยวิธี sib analysis.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. รุ่งตะวัน ยมหล้า . 2539. "การประเมิณค่าอัตราพันธุกรรมต่อการเติบโตของหอยตะโกรมกรามดำ Crassostrea lugubris, sowerby 1871 โดยวิธี sib analysis".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. รุ่งตะวัน ยมหล้า . "การประเมิณค่าอัตราพันธุกรรมต่อการเติบโตของหอยตะโกรมกรามดำ Crassostrea lugubris, sowerby 1871 โดยวิธี sib analysis."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2539. Print. รุ่งตะวัน ยมหล้า . การประเมิณค่าอัตราพันธุกรรมต่อการเติบโตของหอยตะโกรมกรามดำ Crassostrea lugubris, sowerby 1871 โดยวิธี sib analysis. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2539.
|
