ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การวิจัยเชิงปฎิบัติการเพื่อพัฒนากรรมวิธี/เครื่องมือในการผลิตเส้นไหมอีรี่และผลิตภัณฑ์จากไหมอีรี่

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การวิจัยเชิงปฎิบัติการเพื่อพัฒนากรรมวิธี/เครื่องมือในการผลิตเส้นไหมอีรี่และผลิตภัณฑ์จากไหมอีรี่
นักวิจัย : นิตยา มหาไชยวงศ์
คำค้น : ไหมอีรี่
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2552
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4920019 , http://research.trf.or.th/node/3010
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ไหมอีรี่ (Eri Silk) เป็นสายพันธุ์ไหมป่ากินใบมันสำปะหลัง ได้ถูกนำมาส่งเสริมการเลี้ยงในกลุ่ม เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง เพื่อให้มีรายได้จากการนำรังไหมมาทำเป็นสิ่งทอ และขายดักแด้ โครงการมี วัตถุประสงค์เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้การเพาะเลี้ยงไหมอีรี่ สำหรับใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเส้นใย ธรรมชาติให้กลุ่มผู้ผลิตสิ่งทอ พัฒนา/ปรับปรุงวิธีการและเครื่องมือในการทำเส้นใยจากรังไหมอีรี่ให้ เหมาะสม และพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าทอพื้นบ้านจากการใช้เส้นไหมอีรี่ทอผสมกับเส้นด้ายฝ้ายหรือเส้นไหม พื้นบ้าน ทำให้ผลิตภัณฑ์มีความแปลกใหม่และมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น กลุ่มเป้าหมายหลักในการดำเนินงาน 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มทอผ้าบ้านทัพคล้าย จ.อุทัยธานี กลุ่มทอผ้าแพรพนา จ.นครสวรรค์ กลุ่มทอผ้าบ่อแก้ว พัฒนา จ.กำแพงเพชร กลุ่มทอผ้าบ้านโซ้ จ.พะเยา และกลุ่มทอผ้าบ้านผาแดง จ.เชียงใหม่ ผลจากการ ดำเนินงานสามารถสร้างกระบวนการเลี้ยงไหมอีรี่ในพื้นที่ภาคเหนือเพื่อเป็นกลุ่มนำร่อง 4 พื้นที่ และสามารถ นำรังไหมสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ผ้าทอจากเส้นใยไหมอีรี่ที่มีคุณลักษณะพิเศษ มีความมันวาวเล็กน้อย น้ำหนัก เบาฟูนุ่ม และอบอุ่นคล้ายขนสัตว์ ไม่แข็งกระด้าง เหมาะสำหรับทำเป็นเครื่องนุ่งห่ม ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ และเคหะสิ่งทอ ไหมอีรี่จัดเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Green product ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ ผลิตภัณฑ์ได้โดยการบอกเล่าเรื่องราวการผลิตให้ผู้บริโภคได้รับทราบไปพร้อมกันด้วย Eri silk, a non-mulberry silk, is a new option for local textiles. Eri culture can be adopted as secondary occupation for cassava growing farmers. This can help to generate an additional income through the sale of Eri silk textiles as well as Eri silk pupae. The objective of the project is to develop and implement know how on the production of Eri silk cocoons as well as on the production methods and tools for producing Eri silk yarn. This study aims introduce a new generation of textile besides textiles made from mulberry silk or cotton. The project is targeted at 6 groups of textile producer groups in the northern region of Thailand, located in Uthai Thani, Nakorn Sawan, Kampangphet, Phayao and Chiang Mai provinces. From the results of the project it can be concluded that all 6 groups of weaving were able to implement and use the invented processes for the production of Eri silk yarn as well as Eri silk textiles. Eri silk has unique characteristics. It has a natural sheen, is light and soft as silk, is warm and fluffy as wool and is easy to take care. Eri silk textiles can be used for garments, accessories, home textiles and other purposes. With the developed production process, Eri silk can be designated as a “Green Product”. This fact can provide an additional value to Eri silk by telling its production story to the consumers.

บรรณานุกรม :
นิตยา มหาไชยวงศ์ . (2552). การวิจัยเชิงปฎิบัติการเพื่อพัฒนากรรมวิธี/เครื่องมือในการผลิตเส้นไหมอีรี่และผลิตภัณฑ์จากไหมอีรี่.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
นิตยา มหาไชยวงศ์ . 2552. "การวิจัยเชิงปฎิบัติการเพื่อพัฒนากรรมวิธี/เครื่องมือในการผลิตเส้นไหมอีรี่และผลิตภัณฑ์จากไหมอีรี่".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
นิตยา มหาไชยวงศ์ . "การวิจัยเชิงปฎิบัติการเพื่อพัฒนากรรมวิธี/เครื่องมือในการผลิตเส้นไหมอีรี่และผลิตภัณฑ์จากไหมอีรี่."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2552. Print.
นิตยา มหาไชยวงศ์ . การวิจัยเชิงปฎิบัติการเพื่อพัฒนากรรมวิธี/เครื่องมือในการผลิตเส้นไหมอีรี่และผลิตภัณฑ์จากไหมอีรี่. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2552.