ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การสร้างและการพัฒนาเครื่องจักรเพื่อการผลิตเส้นไหมอีรี่

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การสร้างและการพัฒนาเครื่องจักรเพื่อการผลิตเส้นไหมอีรี่
นักวิจัย : ศุภชัย กมลทิพย์
คำค้น : เครื่องจักร , ไหมอีรี่
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2552
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4820027 , http://research.trf.or.th/node/3652
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

รที่จะพัฒนาไหมอีรี่สู่อุตสาหกรรมในเบื้องต้นจำเป็นต้องมีการพัฒนาการผลิตเส้นไหมให้ มีศักยภาพ โดยการสร้างและพัฒนาเครื่องจักรเพื่อการผลิตเส้นไหมอีรี่ ซึ่งต้องคำนึงถึงการใช้งานได้จริง ในระดับครัวเรือน และลักษณะทางสัณฐานของรังไหมอีรี่ซึ่งเป็นรังเปิด (opened - mouth cocoon) ที่มี ความแตกต่างจากไหมบ้าน จึงได้สร้างและพัฒนาเครื่องผลิตเส้นไหมอีรี่ที่มีศักยภาพต่างๆกัน ได้แก่ เครื่อง ผลิตเส้นไหมอีรี่แบบ Doupion ใช้มอเตอร์ ? HP, ? HP , รุ่นพัฒนา 1 ใช้มอเตอร์ ? HP และรุ่นพัฒนา 2 ใช้มอเตอร์ ? HP รวมทั้งเครื่องผลิตเส้นไหมอีรี่แบบปั่นออกด้วยไฟฟ้า ใช้มอเตอร์จักร เครื่องปั่นควบตี เกลียว 3 แกน ซึ่งเครื่องต่างๆเหล่านี้ ใช้เพื่อการผลิตและแปรรูปเส้นไหมอีรี่ให้มีความเหมาะสมในการ นำไปทอและผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ผ้าไหมอีรี่ที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ต่อไป จากการสร้างและพัฒนาเครื่องผลิตเส้นไหมอีรี่แบบ Doupion ใช้มอเตอร์ ? HP นั้นสามารถผลิต เส้นไหมด้วยการสาวได้อย่างดี ซึ่งเหมาะสมกับการใช้ในระดับครัวเรือน ได้เส้นไหมที่มีความสวยงาม โดยสามารถสาวเส้นไหมได้และมีปริมาณมาก 1.5- 2 เท่าของการสาวมือ ซึ่งเมื่อนำเส้นไหมที่ได้มา ทดสอบคุณสมบัติทางกายภาพ พบว่า เส้นเดี่ยวตีเกลียวและ 2 เส้นควบตีเกลียว มีขนาดเส้นไหม 987.5 และ 1,025.9 ดีเนียร์ แรงดึงขาด 2.44 และ 15.85 นิวตัน ตามลำดับ และผ้าที่ทอด้วยเส้นเดี่ยวตีเกลียวและ 2 เส้นควบตีเกลียว มีแรงดึงขาดและการยืดตัวขณะขาดในแนวเส้นพุ่ง เท่ากับ 833.60, 845.14 นิวตัน และ 28.43, 30.82 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ส่วนการประเมินราคาผ้าไหมในเบื้องต้น มีค่าเท่ากับ 200-300 บาทต่อ เมตร (เส้นเดี่ยวตีเกลียว) และ 240-350 บาทต่อเมตร (2 เส้นควบตีเกลียว) ส่วนการสร้างและพัฒนาเครื่องผลิตเส้นไหมอีรี่แบบ Doupion ใช้มอเตอร์ ? HP ได้พัฒนาโดย เพิ่มอัตราการผลิตเป็น 2 อ่างสาว ในเครื่องเดียวกัน ใช้มอเตอร์ ? HP ในการขับเคลื่อน และปรับความเร็ว ในการสาวได้ 2 ระดับ พบว่าสามารถผลิตเส้นไหมได้ 3 เท่า (สำหรับผู้ที่ชำนาญ) และ 2-3 เท่า (สำหรับผู้ ไม่ชำนาญ) เมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องที่ใช้มอเตอร์ ? HP โดยมีความแตกต่างกันทางสถิติ (P<0.05) และ เมื่อมีการนำเส้นเดี่ยวตีเกลียวและ 2 เส้นควบตีเกลียวมาทดสอบคุณสมบัติทางกายภาพ พบว่ามีขนาด 925.0 และ 1,746.6 ดีเนียร์, แรงดึงขาด 10.18 และ 24.34 นิวตัน และการยืดตัวขณะขาด 13.77 และ 19.07 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ เมื่อนำเส้นไหมทั้งเส้นเดี่ยวตีเกลียวและ 2 เส้นควบตีเกลียวไปทอ และนำผ้าที่ได้ไป ทดสอบ พบว่าแรงดึงขาดในแนวเส้นพุ่ง เท่ากับ 694.81 และ 591.01 นิวตัน ส่วนการยืดตัวขณะขาดใน แนวเส้นพุ่งเท่ากับ 27.40 และ 27.90 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ เมื่อให้เกษตรกรทดสอบและประเมินเครื่องนั้น เกษตรกร 80 เปอร์เซ็นต์ มีความพึงพอใจอัตราการสาวเส้นไหมอยู่ในระดับมากที่สุด สำหรับการประเมิน โดยผู้ประกอบการด้านธุรกิจผ้าไหม ในการนำผ้าไหมอีรี่ที่ผลิตจากเส้นไหมอีรี่ที่สาวด้วยเครื่องทั้ง 2 รุ่น ไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ พบว่าเส้นไหมที่สาวด้วยเครื่องมอเตอร์ ? HP มีความเหมาะสม กล่าวคือ เส้น เดี่ยวตีเกลียว สำหรับผลิต เฟอร์นิเจอร์, ผ้ารองจาน, ชุดสูท, ผ้าม่าน, เสื้อผ้าชุดทำงาน, กระเป๋า, เสื้อผ้าชุด ลำลอง และผ้าพันคอ/ผ้าคลุมไหล่ โดย 2 เส้นควบตีเกลียวสำหรับทำ กระเป๋า, ผ้าม่าน, ผ้ารองจาน, ชุด สูท, เสื้อผ้าชุดทำงาน, ผ้าพันคอ/ผ้าคลุมไหล่, เสื้อผ้าชุดลำลอง และเฟอร์นิเจอร์ ตามลำดับ ส่วนเส้นไหมที่ สาวด้วยเครื่องมอเตอร์ ? HP นั้น เส้นเดี่ยวตีเกลียวควรพัฒนาเป็น กระเป๋า,เฟอร์นิเจอร์, ชุดสูท, ผ้ารอง จาน, ผ้าม่าน, ผ้าพันคอ/ผ้าคลุมไหล่, เสื้อผ้าชุดลำลอง และเสื้อผ้าชุดทำงาน ซึ่ง 2 เส้นควบตีเกลียว เหมาะสมที่จะผลิตเป็น กระเป๋า, ชุดสูท, ผ้าม่าน, ผ้ารองจาน, เฟอร์นิเจอร์, ผ้าพันคอ/ผ้าคลุมไหล่, เสื้อผ้า ชุดทำงาน และ เสื้อผ้าชุดลำลอง ตามลำดับ และจากการเปรียบเทียบผ้า ผู้ประเมินมีความชอบ ผลิตภัณฑ์ ที่ทำจากเส้นไหมอีรี่ 2 เส้นควบตีเกลียว(? HP), 2 เส้นควบตีเกลียว(? HP), เส้นเดี่ยวตีเกลียวจากเครื่อง (? HP) และ(? HP) ตามลำดับ เนื่องจากการพัฒนาและสร้างเครื่องผลิตเส้นไหมอีรี่แบบ Doupion ใช้มอเตอร์ ? HP มีความ สมบูรณ์ มีประสิทธิภาพที่ดี เหมาะสมต่อการผลิตในระดับครัวเรือน และเป็นที่พอใจของเกษตรกร จึงได้มี การพัฒนาและสร้างเครื่องผลิตเส้นไหมอีรี่แบบ Doupion รุ่นพัฒนา 1 และ 2 หลายหัวสาว ใช้มอเตอร์ ? HP ซึ่งเครื่องรุ่นพัฒนา 1 มุ่งเน้นการสร้างเพื่อให้ประหยัดพลังงานและเพิ่มขีดความสามารถในการผลิต เส้นไหม จากการทดสอบการสาว รังเปล่า, รังสดใหม่ และรังสดแช่แข็ง โดยผู้สาวไหมที่มีและไม่มีความ ชำนาญ พบว่าผู้ที่มีความชำนาญสาวรังเปล่าได้ปริมาณเส้นไหม (107.33 กรัม) มากกว่าผู้ไม่ชำนาญ (36.88 กรัม) และได้ปริมาณเส้นไหมเรียงจากมากไปหาน้อย คือจาก การสาวรังเปล่า, รังสดใหม่ และรังสดแช่ แข็ง (รังสดเก่า) ซึ่งเส้นไหมที่สาวได้จากเครื่องพัฒนา 1 เมื่อนำเส้นเดี่ยวตีเกลียวมาทดสอบ ขนาดเส้นด้าย แรงดึงขาด และการยืดตัวขณะขาด ให้ค่าต่างๆ เท่ากับ 644.13 ดีเนียร์, 7.47 นิวตัน และ 22.14 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่สองเส้นควบตีเกลียวมีค่าดังกล่าวเท่ากับ 1,143.72 ดีเนียร์, 14.90 นิวตัน และ 21.50 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ส่วนการพัฒนาและสร้างเครื่องผลิตเส้นไหมอีรี่แบบ Doupion รุ่นพัฒนา 2 ใช้มอเตอร์ ? HP นี้ มุ่งเน้นการประหยัดแรงงานในการสาวไหม และจากการเปรียบเทียบการสาวรังสดและรังเปล่า ด้วยผู้ที่มี และไม่มีความชำนาญ พบว่า ผู้ที่มีความชำนาญสาวเส้นไหมได้มากกว่าผู้ที่ไม่มีความชำนาญ อีกทั้งมี ความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ทั้งรังสดและรังเปล่า นอกจากนั้นยังพบว่า ผู้สาวไหมที่มีความ ชำนาญสามารถสาวรังสด ได้ปริมาณเส้นไหม (23.13 กรัม) มากกว่าการสาวรังเปล่า (14.91 กรัม) ซึ่งมี ความแตกต่างกันทางสถิติ (P<0.05) และเมื่อนำเส้นเดี่ยวตีเกลียวไปทดสอบ ขนาดเส้นด้าย, แรงดึงขาด และการยืดตัวขณะขาด พบว่า มีค่าเท่ากับ 1,144.13 ดีเนียร์, 7.47 นิวตัน และ 22.14 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ 2 เส้นควบตีเกลียวมีค่าเท่ากับ 1,143.72 ดีเนียร์, 14.90 นิวตัน และ 21.50 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ในการนำผ้า ทอไหมอีรี่ที่ทอจากเส้นไหมที่ผลิตจากเครื่อง Doupion พัฒนา 1 และ Doupion พัฒนา 2 ไปประเมินความ เหมาะสมที่จะนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ พบว่า ผ้าทอจากเส้นเดี่ยวตีเกลียว จากเครื่อง Doupion พัฒนา 1 เหมาะสำหรับทำชุดสูท, เฟอร์นิเจอร์, เสื้อผ้าชุดลำลอง, เสื้อผ้าชุดทำงาน และกระเป๋า ตามลำดับ ในขณะที่ ผ้าทอจาก 2 เส้นควบตีเกลียว จากเครื่อง Doupion พัฒนา 1 เหมาะสมสำหรับทำเฟอร์นิเจอร์, ชุดสูท, เสื้อผ้าชุดทำงาน, เสื้อผ้าชุดลำลอง และกระเป๋า ตามลำดับ ส่วนผ้าทอจากเส้นเดี่ยวตีเกลียวจากเครื่อง Doupion พัฒนา 2 นั้น เหมาะสำหรับแปรรูปเป็น ชุดสูท, เฟอร์นิเจอร์, กระเป๋า, เสื้อผ้าชุดทำงาน และ เสื้อผ้าชุดลำลอง ตามลำดับ และผ้าทอจาก 2 เส้นควบตีเกลียว จากเครื่อง Doupion พัฒนา 2 เหมาะสำหรับ แปรรูปเป็น เสื้อผ้าชุดลำลอง, เฟอร์นิเจอร์, ชุดสูท, เสื้อผ้าชุดทำงาน และกระเป๋า ตามลำดับ จากการ ประเมินความพึงพอใจในผ้าทอจากเครื่องผลิตเส้นไหมอีรี่แบบ Doupion รุ่นพัฒนา 1 และ 2 นั้น มีระดับ ความพึงพอใจเรียงตามลำดับดังนี้ คือ ผ้าชนิดเส้นเดี่ยวตีเกลียว (พัฒนา 1), ผ้าชนิดเส้นเดี่ยวตีเกลียว (พัฒนา 2), ผ้าชนิด 2 เส้นควบตีเกลียว (พัฒนา 1)/ผ้าชนิด 2 เส้นควบตีเกลียว(พัฒนา 2) ตามลำดับ สำหรับในต่างประเทศ การผลิตเส้นไหมอีรี่แบบการปั่นออกมีการพัฒนามานานจนมีการผลิตใน ระดับอุตสาหกรรม ส่วนในประเทศไทยนั้นยังไม่ได้รับความสนใจในการผลิตเส้นไหมอีรี่แบบนี้เท่าที่ควร การพัฒนาและสร้างเครื่องปั่นออกเส้นไหมอีรี่ด้วยไฟฟ้าใช้มอเตอร์จักรครั้งนี้ พบว่า สามารถผลิตเส้น ไหมทั้งจาก รังเปล่า รังปาด รังที่ไม่สมบูรณ์ และรังที่เหลือทิ้ง ได้เป็นอย่างดี เส้นไหมปั่นออกที่ได้มี ลักษณะเป็นเอกลักษณ์ เกลียวแน่น เหนียวทนทานแตกต่างจากเส้นไหมอีรี่ที่ได้จากการสาวด้วยเครื่องรุ่น ต่างๆ นอกจากนั้นในการผลิตยังสามารถปรับขนาดของเส้นไหมได้ตามต้องการ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความ ชำนาญและวัตถุประสงค์ในการผลิต อีกทั้งมีความสวยงามเทียบเท่ากับเส้นปั่นออกที่ผลิตด้วยเครื่องจักร ของต่างประเทศ เส้นไหมอีรี่ที่ได้จากทั้งเครื่องสาวไหมรุ่นต่างๆ รวมถึงการสาวด้วยมือ นั้นเป็นเส้นไหมที่หลวม ไม่แน่น ไม่มีความเรียบ และไม่สม่ำเสมอ ทำให้เส้นไหมพันกันและขาดง่ายในขณะทอ เกษตรกรจะใช้ไน ปั่นด้ายตีเกลียวเส้นไหมให้แน่นก่อนนำไปทอ ซึ่งใช้เวลามาก การพัฒนาและสร้างเครื่องปั่นควบตีเกลียว 3 แกน ที่มีขนาดเล็กจึงเหมาะสำหรับใช้ในระดับครัวเรือน เครื่องปั่นควบตีเกลียว 3 แกนนี้ สามารถลด ระยะเวลา และแรงงานในการปฏิบัติงานได้มาก เมื่อเปรียบเทียบกับการตีเกลียวด้วยไนปั่นด้าย สามารถตี เกลียวเส้นไหมได้ทั้ง เส้นเดี่ยว, 2 เส้นควบ หรือแม้แต่หลายๆเส้นได้เป็นอย่างดี ได้เส้นไหมที่มีความเรียบ สม่ำเสมอ แน่น และแข็งแรงมากยิ่งขึ้น เหมาะสมต่อการนำไปทอเป็นผืนผ้า ซึ่งเป็นที่พอใจของเกษตรกร ผลการวิจัยครั้งนี้ สามารถนำไปสู่การผลิตและพัฒนาเครื่องจักรรุ่นต่างๆเพื่อผลิตเส้นไหมอีรี่ด้วย การสาว การปั่นออก และการตีเกลียว จำนวน 6 เครื่อง ได้แก่ เครื่องจักรสาวเส้นไหมอีรี่จำนวน 4 เครื่อง (รุ่น) เครื่องปั่นออกเส้นไหมด้วยไฟฟ้าใช้มอเตอร์จักร จำนวน 1 เครื่อง และเครื่องปั่นควบตีเกลียว 3 แกน จำนวน 1 เครื่อง เพื่อนำไปสู่การสร้างความหลากหลายและทางเลือกให้กับการผลิตผลิตภัณฑ์ไหมอีรี่ อัน จะเป็นหนทางนำไปสู่การพัฒนาไหมอีรี่สู่อุตสาหกรรมขนาดย่อมและขนาดกลางได้อย่างดียิ่งต่อไป Eri silk yarn production in Thailand is based on the conventional method by using spinning technique, which spun cocoon by cocoon. Effort to develop eri silk toward industrial levels, the relevant machines should be primarily developed for support the eri silkworm rearers and production line. Because of eri cocoon is opened-mouth cocoon, therefore the eri yarn production machines were constructed in series, which to be applied in eri yarn production and processing: eri producing machines model Doupion ? HP, ? HP, Doupion develop I ? HP, Doupion develop II ? HP, electro spinning machine with motor (sewing machine motor) and yarn furnishing machine 3 axis. These machines are used to produce and furnish eri silk yarn for weaving and eri fabric production. The Doupion ? HP was constructed and used to reel eri cocoon. This machine was suitable for household level. Eri yarn obtained from the machine was beauty, reelable and derived in 1.5-2-folds, compared to hand reeling. The physical properties of single yarn coupled and double yarn coupled were as follows, respectively: size 987.5 and 1,025.9 Denior; strength 2.44 and 15.89 Newton. Fabrics produced by single yarn coupled and double yarn coupled as weft were analyzed physically and found that tensile strength were 833.60 and 845.14 Newton and elongation at break 28.43% and 30.82%, respectively. Fabrics, single yarn coupled valued estimatly 200-300 Baht/m., while double yarn coupled 240-350 Baht/m. The Doupion ? HP was improved from Doupion ? HP by installing 2 cocoon boilers in a machine, using ? HP motor for generating power and adjust reeling speed at 2 levels. Result showed that eri yarn quantity was increased significantly (P<0.05) up to 3-fold for experienced reeler and 2-3-fold for inexperienced reeler, when compared with Doupion ? HP. The single yarn coupled and double yarn coupled obtained from this machine were analyzed physically and used as weft for fabric weaving, which were tested for physical property. The result revealed that size of single yarn coupled and double yarn coupled were 925.0 and 1,746.6 Denior; strength 10.18 and 24.34 Newton, respectively. For fabrics, they showed strength in weft direction 694.81 and 591.01 Newton, elongation at break 27.40 and 27.90% obtained from single yarn coupled and double yarn coupled, respectively. Eri silkworm rearers tested and evaluated this machine and they preferred reeling rate at high percentage of 80%. In comparison between eri fabrics woven with single yarn coupled and double yarn coupled as weft obtained from Doupion ? HP and ? HP by silk fabric enterperneurs, the results exhibited as follows : Doupion ? HP; the single yarn coupled fabric was suitable for furniture fabric, plate supporter, suit, curtain, official costume, purse, casual costume, scarf/scarf for shoulder, while the double yarn coupled for purse, curtain, plate supporter, suit, official costume, scarf/scarf for shoulder, casual costume, furniture fabric, Doupion ? HP; the single yarn coupled fabric was suitable for purse, furniture fabric, suit, plate supporter, curtain, scarf/scarf for shoulder, casual costume and official costume, and the doupled yarn coupled for purse, suit, curtain, plate supporter, furniture fabric, scarf/scarf for shoulder, official costume and casual costume, respectively. In fabric comparison, the products made from double yarn coupled of ? HP, double yarn coupled of ? HP, single yarn coupled of ? HP and ? HP were preferred by evaluators, respectively. Because of the development and construction of eri silk yarn production machine model Doupion ? HP were complete and well efficiency. This machine was suitable for yarn production in household level and preferent acceptance from the farmers. Therefore, reeling machines, Doupion Develop I and Doupion Develop II were designed for medium scale of eri yarn production. The Doupion Develop I was focused on energy save and high productivity. Operation test of the machine by the experienced reeler and inexperienced reeler was performed using cocoon shell, fresh cocoons and frozen fresh cocoons. These cocoons were reeled both by the experienced reeler and inexperienced reeler. It was indicated that eri yarn from empty cocoons of 107.33 g and 36.88 g were produced by the experienced reeler and inexperienced reeler, respectively. Yarn quantity was ranked from high to low based on types of cocoons : cocoon shells, fresh cocoons and frozen fresh cocoons. Single coupled yarn obtained from this machine showed physical property as size 644.13 Denior, strength 7.47 Newton and elongation at break 22.14%, while double coupled yarn had size 1,143.72 Denior, strength 14.9 Newton and elongation at break 21.50%. The Doupion Develop II ? HP was designed for labour saving in reeling. The machine was tested by reelers with experience and without experience using fresh cocoons and cocoon shell. The experienced reeler produced yarn significantly (P<0.05) more quantity (23.13 g) than the inexperienced reeler (14.91 g). Single coupled yarn had size, strength and elongation at break as 1,144.13 Denior, 7.47 Newton and 22.14%, respectively, while double coupled yarn were 1,143.72 Denior, 14.90 Newton and 21.50%, respectively. Eri fabrics woven using yarns produced from Doupion develop I and Doupion develop II were evaluated for their suitability to be processed into textile products. The result showed that fabric woven with single coupled yarn from Doupion develop I was suitable for making suit, furniture, casual costume, official costume and purse, while fabric woven with double coupled yarn from Doupion develop I was proper for making furniture, suit, official costume, casual costume and purse, respectively. For fabric woven with single coupled yarn from Doupion develop II, it was suitable for making suit, furniture, purse, official costume and casual costume, whereas fabric woven using douple coupled yarn from Doupion develop II was suitable for making casual costume, furniture, suit, official costume and purse, respectively. Eri fabric preferences were ranked as following, single coupled yarn fabric (Doupion Develop I), single coupled yarn fabric (Doupion Develop II), double yarn coupled fabric (Doupion Develop I)/Doupion Develop II. Most eri yarn production in aboard was normally used spinning method. In some countries spinning machine was developed for long time ago and used in industrial level. The spinning machine is needed in Thailand, therefore, the project aimed to develop spinning machine using a small electronic motor (sewing machine motor). This machine could produce eri yarn from cocoon shell, cut cocoons, incomplete cocoons and waste cocoons. The yarn obtained from the machine was unique, densely spun and good strength different characteristic from reeled yarn produced from other reeling machines. Moreover, the reeler was able to adjust the yarn size during spinning process. Spun yarn from this machine was comparable beauty to the spun yarn from foreign country. Eri reeled yarn from reeling machines including hand reeled yarn were mostly loose, not smooth and irregular, making trouble during weaving process. This project developed the coupling machine 3 axis, which small size and convenient to be used in household level. This machine could reduce time and labour consuming during operation. In comparison in yarn coupling to traditional spinning wheel, the machine span and coupled eri single yarn, double or multiple yarn together that gave rise to a good quality yarn with smooth, regular, dense and strength for weaving in preferable acceptance of farmers. This project exhibited six machines to be applied in eri silk yarn production with 4 reeling machines, 1 electro spinning machine with motor and 1 spining and coupling machine. These machines were designed and proposed to different directions towards the eri silk product development to small scale and medium scale of eri silk industries.

บรรณานุกรม :
ศุภชัย กมลทิพย์ . (2552). การสร้างและการพัฒนาเครื่องจักรเพื่อการผลิตเส้นไหมอีรี่.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ศุภชัย กมลทิพย์ . 2552. "การสร้างและการพัฒนาเครื่องจักรเพื่อการผลิตเส้นไหมอีรี่".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ศุภชัย กมลทิพย์ . "การสร้างและการพัฒนาเครื่องจักรเพื่อการผลิตเส้นไหมอีรี่."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2552. Print.
ศุภชัย กมลทิพย์ . การสร้างและการพัฒนาเครื่องจักรเพื่อการผลิตเส้นไหมอีรี่. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2552.