ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การประเมินระบบกระจายยาสำหรับ 1 วันในหอผู้ป่วยอายุรกรรมชาย ที่โรงพยาบาลปทุมธานี

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การประเมินระบบกระจายยาสำหรับ 1 วันในหอผู้ป่วยอายุรกรรมชาย ที่โรงพยาบาลปทุมธานี
นักวิจัย : กฤติมา ขาวละออ
คำค้น : โรงพยาบาลปทุมธานี , โรงพยาบาล -- ระบบการจ่ายยา , ยา -- การบริหาร
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : นารัต เกษตรทัต , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะเภสัชศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : 9741724063 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/10417
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ภ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2545

ประเมินระบบกระจายยาผู้ป่วยในสำหรับ 1 วันที่พัฒนาขึ้น โดยเปรียบเทียบข้อมูลก่อนและหลังการเปลี่ยนแปลงระบบกระจายยา ได้แก่ 1) จำนวนและลักษณะของความคลาดเคลื่อนในการใช้ยาที่เกิดขึ้น 2) ระยะเวลาในการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง 3) จำนวนขนานยาและมูลค่าของยาสำรองบนหอผู้ป่วย และสำรวจความคิดเห็นของบุคลากรทางการแพทย์ ต่อระบบกระจายยาที่พัฒนาขึ้น ดำเนินการเก็บข้อมูลบนหอผู้ป่วยอายุรกรรมชาย โดยแบ่งผู้ป่วยเป็น 2 กลุ่ม ตามช่วงเวลาและระบบกระจายยาที่ใช้ กลุ่มแรกเป็นผู้ป่วยที่เข้ามารักษาตัวในช่วงวันที่ 1-30 กันยายน 2545 และยังใช้ระบบกระจายยาแบบเดิม มีจำนวน 226 ราย กลุ่มที่ 2 เป็นผู้ป่วยที่เข้ามารักษาตัวในช่วงวันที่ 1-31 ธันวาคม 2545 และใช้ระบบกระจายยาที่พัฒนาขึ้น จำนวน 217 ราย ผลการวิจัย ในระบบเดิม พบความคลาดเคลื่อนในการใช้ยารวม 759 ครั้ง คิดเป็น 3.51% ของโอกาสในการเกิดความคลาดเคลื่อนในการใช้ยาทั้งหมดในระบบเดิม ซึ่งมีจำนวนมากกว่าในระบบใหม่ที่พบความคลาดเคลื่อนในการใช้ยา 203 ครั้ง คิดเป็น 0.99% ของโอกาสในการเกิดความคลาดเคลื่อนในการใช้ยาทั้งหมดในระบบใหม่ ความคลาดเคลื่อนในการใช้ยาที่พบจาก 2 ระบบ มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) ประเภทของความคลาดเคลื่อนในการใช้ยาที่พบมากที่สุดในทั้ง 2 ระบบคือ ความคลาดเคลื่อนในการคัดลอกคำสั่งใช้ยา ในระบบเดิม พบ 662 ครั้ง คิดเป็น 87.22% ของความคลาดเคลื่อนในการใช้ยาที่เกิดขึ้น และในระบบใหม่พบ 134 ครั้ง คิดเป็น 66.01% ของความคลาดเคลื่อนในการใช้ยาที่เกิดขึ้น แต่ไม่พบว่ามีความแตกต่างของความคลาดเคลื่อน ในการเขียนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ในทั้ง 2 ระบบ (p = 0.09) เมื่อศึกษาระยะเวลาในการทำงาน ระยะเวลาในการทำงานในระบบใหม่เพิ่มขึ้นจากระบบเดิมในขั้นตอนต่อไปนี้ การคัดลอกคำสั่งใช้ยาลงในใบลงเวชภัณฑ์หรือแบบบันทึกการใช้ยา การเตรียมฉลาก การจัดยา การตรวจสอบความถูกต้องของยาก่อนส่งกลับไปยังหอผู้ป่วย และการจัดยารับประทานชนิดเม็ด โดยมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) ในส่วนของจำนวนขนานและมูลค่ายาสำรองบนหอผู้ป่วย จำนวนขนานยาในระบบใหม่ลดลง 23.08% หรือ 25 รายการ และมูลค่ายาสำรองบนหอผู้ป่วยลดลง 62.05% เป็นเงิน 20,390.07 บาท จากการสำรวจความคิดเห็นของบุคลากรทางการแพทย์ ที่มีต่อระบบกระจายยาผู้ป่วยใน จำนวน 29 ราย ที่เกี่ยวข้องกับระบบกระจายยาผู้ป่วยใน พบว่า ส่วนใหญ่คิดว่าระบบใหม่จะเกิดความคลาดเคลื่อนในการใช้ยาน้อยลง มีระบบตรวจสอบซึ่งกันและกันระหว่างเภสัชกรและพยาบาล สามารถควบคุมยาสำรองบนหอผู้ป่วยได้ ถึงแม้ว่า ระบบกระจายยาใหม่จะพลความคลาดเคลื่อนในการใช้ยาน้อยลง แต่เพิ่มภาระงานให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ดังนั้น จึงควรมีการพัฒนาระบบให้มีประสิทธิภาพและชี้แจงทำความเข้าใจกับบุคลากรทางการแพทย์ในการใช้ระบบใหม่ที่พัฒนาขึ้น และขยายไปใช้ในหอผู้ป่วยอื่นต่อไปเมื่อระบบมีประสิทธิภาพแล้ว

บรรณานุกรม :
กฤติมา ขาวละออ . (2545). การประเมินระบบกระจายยาสำหรับ 1 วันในหอผู้ป่วยอายุรกรรมชาย ที่โรงพยาบาลปทุมธานี.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กฤติมา ขาวละออ . 2545. "การประเมินระบบกระจายยาสำหรับ 1 วันในหอผู้ป่วยอายุรกรรมชาย ที่โรงพยาบาลปทุมธานี".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กฤติมา ขาวละออ . "การประเมินระบบกระจายยาสำหรับ 1 วันในหอผู้ป่วยอายุรกรรมชาย ที่โรงพยาบาลปทุมธานี."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2545. Print.
กฤติมา ขาวละออ . การประเมินระบบกระจายยาสำหรับ 1 วันในหอผู้ป่วยอายุรกรรมชาย ที่โรงพยาบาลปทุมธานี. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2545.