| ชื่อเรื่อง | : | การติดตามอันตรกิริยาของยาในผู้ป่วยนอกที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า |
| นักวิจัย | : | นงลักษณ์ โตรักษา |
| คำค้น | : | ยา -- ผลข้างเคียง |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | นารัต เกษตรทัต , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะเภสัชศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2549 |
| อ้างอิง | : | 9741427247 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/9156 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ภ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549 วัตถุประสงค์ เพื่อวิเคราะห์อัตราการได้รับยาที่มีแนวโน้มจะเกิดอันตรกิริยาที่มีความสำคัญทางคลินิกและการเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์จากอันตรกิริยาของยาที่เกิดขึ้นจริงในผู้ป่วยนอก และศึกษาผลของการมีระบบการตรวจสอบอันตรกิริยาของยาในผู้ป่วยนอก วิธีการวิจัย เป็นการวิจัยเชิงพรรณนาโดยติดตามผู้ป่วยที่ได้รับการสั่งใช้ยาคู่ที่มีแนวโน้มเกิดอันตรกิริยาที่มีความสำคัญทางคลินิก ณ ห้องจ่ายยาผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2548 ถึง เดือน เมษายน 2549 คัดเลือกผู้ป่วยที่ได้รับคู่ยาอันตรกิริยาของยาจากการตรวจสอบด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของโรงพยาบาลขณะบันทึกข้อมูลการจ่ายยาร่วมกับการมีเภสัชกรคัดกรองผู้ป่วยเพื่อค้นหาและป้องกันหรือแก้ไขอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา ผลการศึกษา พบการใช้ยาที่มีแนวโน้มเกิดอันตรกิริยาที่มีความสำคัญทางคลินิกจากระบบการตรวจสอบด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์พบร้อยละ 1.8 เภสัชกรทำการคัดกรองและติดตามผู้ป่วยต่อจากระบบคอมพิวเตอร์โดยการใช้ปัจจัยเสี่ยงในผู้ป่วย 299 ราย (ร้อยละ 36.2 ของผู้ป่วยที่คัดกรองด้วยคอมพิวเตอร์) เป็นเพศชายเพศหญิงเท่ากับ 1:0.9 อายุเฉลี่ย 61.3 ปี (อายุระหว่าง 18-88 ปี) รายการยาที่ได้รับเฉลี่ย 7.9 รายการต่อในสั่งยา อัตราการเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์จากอันตรกริยาเท่ากับร้อยละ 8.7 พบในผู้ป่วย 26 ราย ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของปัจจัยเสี่ยงที่ใช้คัดกรองผู้ป่วย ได้แก่ อายุ Serum creatinine และจำนวนรายการยา ระหว่างกลุ่มผู้ป่วยที่เกิดและไม่เกิดอาการไม่พึงประสงค์จากอันตรกิริยาของยา อันตรกิริยาของยาที่พบมากที่สุดคืออันตรกิริยาของยา digoxin (188 ครั้ง) รองลงมาคือ potassium sparing diuretics (105 ครั้ง) และ warfarin (65 ครั้ง) อันตรกิริยาของยาที่ทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ในอัตราสูงที่สุดคือจากยา warfarin (ร้อยละ 12.3 ของครั้งที่ใช้) รองลงมาคือ potassium-sparing diuretic (ร้อยละ 7.0) และ digoxin (ร้อยละ 6.7) มีการขอคำปรึกษาแพทย์จากเภสัชกรในอัตราร้อยละ 25.3 จากผู้ป่วย 77 ราย จากแบบสอบถามความคิดเห็นแพทย์เกี่ยวกับโครงการ พบว่าแพทย์ทุกคนเห็นด้วยกับการจัดทำโครงการ ร้อยละ 66.7 พอใจกับการปรึกษาแพทย์ของเภสัชกร จากการศึกษาระบบตรวจสอบคัดกรองอันตรกิริยาในใบสั่งยาโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ร่วมกับการคัดกรองและติดตามผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงโดยใช้เภสัชกร พบว่าสามารถช่วยลดและป้องกันการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ที่รุนแรงในผู้ป่วยนอกได้ |
| บรรณานุกรม | : |
นงลักษณ์ โตรักษา . (2549). การติดตามอันตรกิริยาของยาในผู้ป่วยนอกที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. นงลักษณ์ โตรักษา . 2549. "การติดตามอันตรกิริยาของยาในผู้ป่วยนอกที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. นงลักษณ์ โตรักษา . "การติดตามอันตรกิริยาของยาในผู้ป่วยนอกที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549. Print. นงลักษณ์ โตรักษา . การติดตามอันตรกิริยาของยาในผู้ป่วยนอกที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2549.
|
