ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การทรุดตัวของฐานรากเสาเข็มแผ่กรณีฐานรากรับน้ำหนักไม่เพียงพอ

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การทรุดตัวของฐานรากเสาเข็มแผ่กรณีฐานรากรับน้ำหนักไม่เพียงพอ
นักวิจัย : นรากร แซ่เล่า
คำค้น : ไฟไนต์เอลิเมนต์ , เสาเข็ม , อุโมงค์
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : วันชัย เทพรักษ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิศวกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2546
อ้างอิง : 9741738196 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/10789
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2546

งานวิจัยฉบับนี้ทำการศึกษาพฤติกรรม และการประมาณค่าการทรุดตัวของอุโมงค์ที่ก่อสร้างด้วยวิธีการถมกลับ (Cut and Cover Tunnel) จากการก่อสร้างอุโมงค์ที่อยู่บนฐานรากเสาเข็มแผ่ (Pile Raft Foundation) โดยเปรียบเทียบกับข้อมูลการวัดการทรุดตัวจากการก่อสร้างจริง ที่มีระดับปลายเสาเข็มอยู่ในชั้นดินเหนียวแข็งที่ระดับ 17.40 m. จากระดับผิวดิน และมีความลึกในการขุดตั้งแต่ 0.40 ถึง 10.20 m. จำนวน 6 ตำแหน่งคือ SP-02, SP-03, SP-05, SP-07, SP-10 และ SP-12 นอกจากนี้ยังได้ทำการศึกษาในส่วนของเสถียรภาพระบบกำแพงกันดินชนิดเข็มพืด, กำลังของเสาเข็ม และกำลังของดินที่อยู่ใต้ฐาน เพื่อวิเคราะห์หาค่าพารามิเตอร์ที่เหมาะสมในการประมาณค่าการทรุดตัว และผลกระทบที่เกิดขึ้น การวิจัยครั้งนี้ได้เลือกใช้วิธีการวิเคราะห์เสถียรภาพของ Terzaghi (1943) เพื่อวิเคราะห์เสถียรภาพของระบบกำแพงกันดินชนิดเข็มพืด และใช้วิธี Static Method เพื่อวิเคราะห์กำลังรับน้ำหนักบรรทุกเสาเข็ม กำลังรับน้ำหนักประลัยของดินได้ใช้ Classical Failure Theory เสนอโดย Terzaghi (1943) การประมาณค่าการทรุดตัวได้ทำการประเมินโดยวิธีไฟไนท์อิลิเมนท์ (FEM) และใช้โมเดลพฤติกรรมของดินชนิด Mohr Coulomb ผลการวิจัยพบว่า งานขุดที่ใช้ระบบกำแพงกันดินชนิดเข็มพืดมีเสถียรภาพเพียงพอที่จะป้องกันการปูดขึ้นของดินก้นหลุม (heave)ได้ ในส่วนของระบบฐานรากเสาเข็มแผ่พบว่า เสาเข็มทุกต้นรับน้ำหนักเกินกำลังประลัย และทำให้ดินเหนียวอ่อนที่อยู่ใต้ฐานต้องรับแรงแบกทานมากเกินไป จึงทำให้ระบบฐานรากเสาเข็มแผ่ในตำแหน่ง SP-02, SP-03 และ SP-07 เกิดการวิบัติแบบ Bearing Foundation Failure ส่วนในตำแหน่ง SP-05, SP-10 และ SP-12 ซึ่งเสาเข็มทุกต้นรับน้ำหนักเกินกำลังประลัย ในขณะที่ดินอ่อนใต้ฐานสามารถแบกทานน้ำหนักได้จึงทำให้ระบบฐานรากเสาเข็มแผ่เกิดการวิบัติแบบ Pile Foundation Failure จากพฤติกรรมดังกล่าวพบว่าอุโมงค์ Cut and Cover แห่งนี้ได้ใช้จำนวน และความยาวของเสาเข็มรับน้ำหนักไม่เพียงพอกับสภาพการน้ำหนักที่เกิดขึ้นจริง การวิเคราะห์การทรุดตัวของอุโมงค์ Cut and Cover ด้วยวิธีไฟไนท์อิลิเมนท์ พบว่า ความสัมพันธ์ระว่าง E[subscript U]/S[subscript U] ที่เหมาะสม และให้ผลใกล้เคียงกับผลการตรวจวัดจริงในสนามคือ E[subscript U]/S[subscript U (Soft Clay)] ป 100 120, E[subscript U]/S[subscript U (Medium Clay)] ~ 200 และ E[subscript U]/S[subscript U](Stiff Clay)] ~ 350

บรรณานุกรม :
นรากร แซ่เล่า . (2546). การทรุดตัวของฐานรากเสาเข็มแผ่กรณีฐานรากรับน้ำหนักไม่เพียงพอ.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นรากร แซ่เล่า . 2546. "การทรุดตัวของฐานรากเสาเข็มแผ่กรณีฐานรากรับน้ำหนักไม่เพียงพอ".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นรากร แซ่เล่า . "การทรุดตัวของฐานรากเสาเข็มแผ่กรณีฐานรากรับน้ำหนักไม่เพียงพอ."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2546. Print.
นรากร แซ่เล่า . การทรุดตัวของฐานรากเสาเข็มแผ่กรณีฐานรากรับน้ำหนักไม่เพียงพอ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2546.