| ชื่อเรื่อง | : | ความสัมพันธ์ระหว่างการสำเหนียกรู้ระบบเสียงกับสมิทธิภาพในการอ่านหนังสือ ของเด็กไทยกลุ่มอายุ 10 ปี |
| นักวิจัย | : | ปราจรีย์ แท่นทอง, 2513- |
| คำค้น | : | ภาษาไทย--หน่วยเสียง , ภาษาไทย--การอ่าน , ความสามารถในการอ่าน , เด็ก--หนังสือและการอ่าน , เด็ก--ไทย |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | สุดาพร ลักษณียนาวิน , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะอักษรศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2546 |
| อ้างอิง | : | 9741744935 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/2692 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (อ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2546 ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการสำเหนียกรู้ระบบเสียง กับสมิทธิภาพในการอ่านหนังสือของเด็กไทยกลุ่มอายุ 10 ปีในประเด็นดังต่อไปนี้ การสำเหนียกรู้ระบบเสียง อันได้แก่ ความสามารถในการอ่านรายการคำที่เป็นคำและไม่เป็นคำในภาษา และความสามารถในการหาคำที่ไม่เข้าพวก สมิทธิภาพในการอ่าน ความสัมพันธ์ระหว่างการสำเหนียกรู้ระบบเสียงกับสมิทธิภาพในการอ่าน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ 1) แบบทดสอบที่ใช้กับประชากร 2 แบบ ได้แก่ แบบวัดสมิทธิภาพในการอ่าน และแบบวัดความเฉลียวฉลาดซึ่งแบบวัดความเฉลียวฉลาด ประกอบด้วยแบบทดสอบ 2 แบบคือ แบบวัดการใช้เหตุผลของราเวนเป็นแบบวัดความเฉลียวฉลาดในด้านการใช้เหตุผล กับสิ่งที่ไม่ได้เป็นถ้อยคำและแบบทดสอบการจำตัวเลขแบบไปข้างหน้าและย้อนกลับ เป็นแบบวัดความเฉลียวฉลาดในด้านความจำระยะสั้นๆ ทางด้านเสียง 2) แบบทดสอบที่ใช้กับกลุ่มตัวอย่าง 2 แบบ ได้แก่ แบบทดสอบการอ่านรายการคำที่เป็นคำและไม่เป็นคำ และแบบทดสอบการหาคำที่ไม่เข้าพวก การคัดเลือกกลุ่มตัวอย่าง ใช้การสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจงโดยคัดเลือกจากประชากร 152 คน ซึ่งเป็นนักเรียนชายและนักเรียนหญิงที่มีอายุ 10 ปี ได้กลุ่มตัวอย่าง 28 คน โดยการนำคะแนนที่ได้จากแบบทดสอบทั้งหมดมาหาค่าเฉลี่ยของทุกแบบทดสอบ เพื่อแบ่งกลุ่มตัวอย่างที่จะนำมาศึกษาเป็น 3 กลุ่มได้แก่ กลุ่มที่มีสมิทธิภาพในการอ่านสูง กลุ่มที่มีสมิทธิภาพในการอ่านต่ำ และกลุ่มที่มีสมิทธิภาพในการอ่านต่ำและความเฉลียวฉลาดต่ำ จากนั้นจึงใช้แบบทดสอบการสำเหนียกรู้ระบบเสียง ได้แก่ แบบทดสอบการอ่านรายการคำที่เป็นคำ และไม่เป็นคำโดยให้เด็กอ่านรายการคำที่เป็นคำและคำที่ไม่เป็นคำ และแบบทดสอบการหาคำที่ไม่เข้าพวก โดยเด็กจะได้ฟังชุดคำแล้วต้องตอบว่าคำใดในชุดนั้นไม่เข้าพวก ผลการวิจัย พบว่า 1) สมิทธิภาพในการอ่านกับการอ่านรายการคำที่เป็นคำและไม่เป็นคำ มีความสัมพันธ์กันทางบวกในระดับปานกลาง (r = 0.579) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่นที่ 0.01 2) สมิทธิภาพในการอ่านกับการหาคำที่ไม่เข้าพวก มีความสัมพันธ์กันทางบวกในระดับปานกลาง (r = 0.443) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่นที่ 0.05 3) สมิทธิภาพในการอ่านกับการสำเหนียกรู้ระบบเสียง (ซึ่งวัดจากการอ่านรายการคำที่เป็นคำและไม่เป็นคำและการหาคำที่ไม่เข้าพวก) มีความสัมพันธ์กันทางบวกในระดับปานกลาง (r = 0.621) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่นที่ 0.05 ผลความสัมพันธ์กันที่ได้ทั้งหมดมีความสัมพันธ์กันทางบวกตรงกับสมมติฐานที่ได้ตั้งไว้ และผลที่ได้จากการวิจัยสนับสนุนแนวคิดที่เสนอว่าการมีสมิทธิภาพในการอ่านต่ำเกิดเนื่องมาจากความบกพร่องของการประมวลผลภาษาในระดับสูง |
| บรรณานุกรม | : |
ปราจรีย์ แท่นทอง, 2513- . (2546). ความสัมพันธ์ระหว่างการสำเหนียกรู้ระบบเสียงกับสมิทธิภาพในการอ่านหนังสือ ของเด็กไทยกลุ่มอายุ 10 ปี.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ปราจรีย์ แท่นทอง, 2513- . 2546. "ความสัมพันธ์ระหว่างการสำเหนียกรู้ระบบเสียงกับสมิทธิภาพในการอ่านหนังสือ ของเด็กไทยกลุ่มอายุ 10 ปี".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ปราจรีย์ แท่นทอง, 2513- . "ความสัมพันธ์ระหว่างการสำเหนียกรู้ระบบเสียงกับสมิทธิภาพในการอ่านหนังสือ ของเด็กไทยกลุ่มอายุ 10 ปี."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2546. Print. ปราจรีย์ แท่นทอง, 2513- . ความสัมพันธ์ระหว่างการสำเหนียกรู้ระบบเสียงกับสมิทธิภาพในการอ่านหนังสือ ของเด็กไทยกลุ่มอายุ 10 ปี. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2546.
|
