| ชื่อเรื่อง | : | การพัฒนาการเรือนพื้นบ้านกะเลิง : กรณีศึกษาบ้านหนองหนาว จังหวัดมุกดาหาร |
| นักวิจัย | : | จันทนีย์ วงศ์คำ |
| คำค้น | : | พัฒนาการเรือนพื้นถิ่น , เรือนเกย , เรือนกะเลิง , มุกดาหาร , เรือนอีสาน , DEVELOPMENT OF VERNACULAR HOUSE , RUEN KO-El , KALOENG HOUSE , MUKDAHAN , RUEN ISAN |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2544 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=57244 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การค้นหาเอกลักษณ์ในเรือนพื้นถิ่นเพื่อนำไปสู่การศึกษาเรือนพื้นถิ่น ร่วมสมัย มีความจำเป็นต้องค้นคว้าถึงเนื้อหาจากรากฐานแต่ละชุมชนนั้นอย่าง แท้จริงและมิอาจใช้การอ้างอิงเพื่อใช้กับแหล่งที่ตั้งอื่น ๆ ได้ เนื่องด้วย แต่ละพื้นที่ย่อมมีความแตกต่างแม้เพียงเล็กน้อยก็มีผลต่อพัฒนาการของเรือน ในแต่ละชุมชนนั้น การศึกษาพัฒนาการเรือนเป็นแนวทางหนึ่งที่จะทำให้เกิด องค์ความรู้และเข้าใจถึงรูปแบบเรือน วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ ตลอดจนลักษณะ และข้อกำหนดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งยังพบว่าการศึกษาในแนวทางนี้ยังมี ไม่มากและยังขาดการนำมาประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์ เพื่อให้ได้เรือนที่ ผสมผสานความรู้จากการวิจัยกับการออกแบบใหม่ ๆ การศึกษานี้เป็นการศึกษาถึงการพัฒนาการของเรือนกะเลิง บ้านหนองหนาว อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร เพื่อมุ่งหมายให้เข้าใจถึงทิศทางและรูปแบบของ พัฒนาการเรือนรวมถึงปัจจัยที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงนั้น และเพื่อค้นหาว่า การสร้างเรือนในช่วงเวลาใดที่สามารถสะท้อนลักษณะดั้งเดิมของเรือนในชุมชน วิธีการศึกษาเน้นการสำรวจภาคสนามและการวิเคราะห์ทั้งเชิงคุณภาพและปริมาณ โดยการใช้กรอบการศึกษาที่ยึดกับระยะเวลาการสร้างเรือนเป็นหลัก ซึ่งแบ่งเป็น 3 ช่วงเวลา คือ เรือนกลุ่มใหม่ (0-30 ปี) เรือนกลุ่มกลาง (31-60 ปี) และ เรือนกลุ่มเก่า (61-110 ปี) ผลการศึกษาพบว่ารูปแบบเรือนดั้งเดิมของกะเลิงบ้านหนองหนาวคือ เรือนเกย แบบเรือนอีสาน โดยกลุ่มเรือนที่สามารถสะท้อนให้เห็นรูปแบบดังกล่าวได้ชัดเจนที่สุด คือ เรือนกลุ่มกลาง และพบว่ากลุ่มเรือนอายุน้อยกับเรือนกลุ่มเก่า มีรูปแบบ และสภาพทางกายภาพใกล้เคียงกัน ทั้งนี้เนื่องจากเรือนกลุ่มเก่ามีการซ่อมแซม ต่อเติมและดัดแปลง รวมไปถึงการใช้วัสดุที่มีอายุการใช้งานสั้นทำให้ระยะต่อมา มีการเปลี่ยนวัสดุและวิธีการใช้เป็นแบบเดียวกับเรือนอายุน้อย การพัฒนาการที่เด่นชัดมี 2 ด้าน คือ พัฒนาการในด้านรูปทรงเรือน โดย มีแนวทางการเปลี่ยนแปลงจากรูปทรงเรือนดั้งเดิมสู่รูปทรงในเรือนกลุ่มใหม่ ส่วน อีกด้านคือการพัฒนาการในผังเรือน พบว่าแม้รูปแบบและรูปทรงเรือนภายนอกโดย รวมจะแตกต่างกันแต่ลักษณะผังเรือน และการใช้สอยส่วนต่าง ๆ ยังคล้ายเดิม ทั้งนเนื่องจากความเชื่อด้านต่าง ๆ ที่ส่งผลมายังตัวเรือน เช่น ทิศการวางเรือน และการวางตำแหน่งพื้นที่ใช้สอยต่าง ๆ แนวโน้มของพัฒนาการเรือน พบว่ายังคงรูปแบบผังเรือนดั้งเดิมโดยมีขนาดและสัดส่วนเรือนที่ใหญ่โตขึ้น แต่ยังคงเป็นเรือนใต้ถุนโล่งมากกว่าจะเปลี่ยนเป็นเรือนใต้ถุนทึบ เนื่องจากมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับลักษณะชีวิต วัฒนธรรม ความเป็นอยู่และ ลักษณะสังคมเกษตรกรรมที่ยังเด่นชัด การทดลองการออกแบบเรือนร่วมสมัย แยกเป็น 2 แบบ คือ เรือนกะเลิงร่วมสมัย ประเภทใต้ถุนโล่ง สำหรับใช้เป็นตัวแทนกลุ่มเรือนที่มีการใช้งานแบบดั้งเดิม และเรือนประเภทใต้ถุนทึบ สำหรับเรือนที่มีแนวโน้มความต้องการที่เพิ่มขึ้นและ มีการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเป็นแบบเมือง การนำเสนอแนวทางการสร้างสรรค์เรือน ร่วมสมัยครั้งนี้ เป็นการทดลองผสมผสานข้อมูลการศึกษาวิจัยกับแนวคิด การออกแบบ เพื่อสร้างอาคารพักอาศัยที่สะท้อนรูปแบบเรือนและ เอกลักษณ์ของชุมชนได้ โดยสามารถตอบสนองต่อชีวิตและความเป็นอยู่ปัจจุบัน |
| บรรณานุกรม | : |
จันทนีย์ วงศ์คำ . (2544). การพัฒนาการเรือนพื้นบ้านกะเลิง : กรณีศึกษาบ้านหนองหนาว จังหวัดมุกดาหาร.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. จันทนีย์ วงศ์คำ . 2544. "การพัฒนาการเรือนพื้นบ้านกะเลิง : กรณีศึกษาบ้านหนองหนาว จังหวัดมุกดาหาร".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. จันทนีย์ วงศ์คำ . "การพัฒนาการเรือนพื้นบ้านกะเลิง : กรณีศึกษาบ้านหนองหนาว จังหวัดมุกดาหาร."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print. จันทนีย์ วงศ์คำ . การพัฒนาการเรือนพื้นบ้านกะเลิง : กรณีศึกษาบ้านหนองหนาว จังหวัดมุกดาหาร. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.
|
