| ชื่อเรื่อง | : | ปัจจัยที่มีผลต่อการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการพัฒนาสตรีตำบล |
| นักวิจัย | : | วรลักษณ์ มนัสเอื้อศิริ |
| คำค้น | : | 199 P. |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2538 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1222538000040 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาเรื่องปัจจัยที่มีผลต่อการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการพัฒนาสตรีตำบล (กพสต.)มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1. เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการพัฒนาสตรีตำบล (กพสต.) 2. เพื่อศึกษาปัญหา อุปสรรค รวมทั้งความต้องการในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการพัฒนาสตรีตำบล 3. เพื่อค้นหาข้อเสนอแนะแนวทางปรับปรุง แก้ไขการดำเนินงานแผนพัฒนาสตรีในส่วนของการจัดตั้งและพัฒนาองค์กรสตรีให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ คณะกรรมการพัฒนาสตรีตำบลที่ดำรงตำแหน่งประธาน รองประธาน กรรมการฝ่ายจาก 150 คณะ ใน 75 จังหวัด จำนวนทั้งสิ้น 362 คน การคัดเลือกตัวอย่างใช้วิธีเจาะจงโดยการสัมภาษณ์ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่า T-testมีระดับความนัยสำคัญทางสถิติที่ .05 ผลการศึกษาพบว่า ลักษณะทั่วไปของกลุ่มตัวอย่าง 362 คน ส่วนใหญ่ ร้อยละ77.9 มีอายุระหว่าง 30-49 ปี ร้อยละ 48.3 จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ร้อยละ 84.3 สมรสแล้วร้อยละ 94.2 ประกอบอาชีพภายในหมู่บ้าน ตำบล ร้อยละ 66.0 มีลักษณะอาชีพที่ไม่ใช่ทางธุรกิจ โดยมีรายได้เฉลี่ยคนละ 71,053 บาทต่อปี ร้อยละ77.9 มีคนใกล้ชิดเป็นผู้นำท้องถิ่น และร้อยละ 55.8 มีบุคคลภายในครอบครัวรับราชการหรือเคยรับราชการ ผลการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ของ กพสต. ตามที่กรมการพัฒนาชุมชนกำหนด 7 ประการ จัดอยู่ในระดับปานกลางค่อนข้างสูง ปัจจัยที่มีผลต่อการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ของ กพสต. คือ ลักษณะอาชีพ ฐานะทางเศรษฐกิจ ความคาดหวังผลประโยชน์ส่วนตัว ความคาดหวังผลประโยชน์ชุมชน การเข้าถึงระบบข้อมูลเพื่อการพัฒนาชนบท การรับรู้ข่าวสารจากภายนอกการได้รับการสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่ทางราชการ การได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาคเอกชนและการได้รับการสนับสนุนจากผู้นำท้องถิ่น ส่วนปัจจัยด้านอายุกับการมีผู้ใกล้ชิดสนับสนุน ไม่มีผลต่อการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ของกพสต. ปัญหาอุปสรรคและความต้องการที่จะส่งผลต่อการปฏิบัติงานของ กพสต. ประกอบด้วยการขาดความรู้ด้านวิชาการขาดงบประมาณประเภทเงินทุนหมุนเวียน ขาดความต่อเนื่องในกิจกรรม โดยเฉพาะด้านการส่งเสริมอาชีพ และการเพิ่มพูนประสิทธิภาพต่อการปฏิบัติงานของ กพสต. ข้อเสนอแนะ 1. ควรสนับสนุนบทบาทหน้าที่ กพสต. ด้านการบริหารการจัดการให้มีการปฏิบัติอย่างมีระบบมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะด้านการวางแผนและการติดตามผล 2. ควรสนับสนุนด้านวิชาการ เพิ่มพูนประสิทธิภาพในการทำงานโดยวิธีการฝึกอบรม ประชุม สัมมนา จัดชุมนุมศึกษาดูงาน และใช้สื่อกิจกรรมรูปแบบต่าง ๆ เป็นเครื่องมือในการพัฒนา กพสต. 3. ควรสนับสนุนให้กำลังใจ โดยการให้เกียรติยกย่องผลักดันให้เกิดการยอมรับในบทบาท กพสต. แพร่หลายมากขึ้นพัฒนาอาชีพให้มั่นคง ถาวรจนเกิดเป็นรายได้ที่ต่อเนื่องรวมทั้งการประสานงานกับองค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาสตรีให้มีส่วนร่วมสนับสนุน กพสต.ให้มีศักยภาพและสถานภาพเพิ่มสูงขึ้น 4. ควรมีการศึกษาวิจัยในด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาองค์กรสตรี เพื่อนำไปเป็นแนวทางเสริมบทบาท กพสต.ให้มากยิ่งขึ้น |
| บรรณานุกรม | : |
วรลักษณ์ มนัสเอื้อศิริ . (2538). ปัจจัยที่มีผลต่อการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการพัฒนาสตรีตำบล.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วรลักษณ์ มนัสเอื้อศิริ . 2538. "ปัจจัยที่มีผลต่อการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการพัฒนาสตรีตำบล".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วรลักษณ์ มนัสเอื้อศิริ . "ปัจจัยที่มีผลต่อการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการพัฒนาสตรีตำบล."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2538. Print. วรลักษณ์ มนัสเอื้อศิริ . ปัจจัยที่มีผลต่อการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการพัฒนาสตรีตำบล. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2538.
|
