| ชื่อเรื่อง | : | การบำบัดน้ำกากส่าจากโรงงานสุราโดยใช้ถังหมักแบบลูกผสมระหว่างระบบชั้นตะกอน จุลินทรีย์ไร้อากาศแบบไหลขึ้น (UASB) กับระบบถังกรองไร้อากาศ (AF) |
| นักวิจัย | : | ปรีชา ด้วงเขียว |
| คำค้น | : | HYBRID REACTOR , ANAEROBIC FILTER (AF) , UPFLOW ANAEROBIC SLUDGE BLANKET (UASB) , DISTILLERY SLOP |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2545 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=46899 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลองในห้องปฏิบัติการ (Experimental Research) โดยถังหมักแบบลูกผสม (Hybrid Reactor) ได้ถูกออกแบบขึ้นเพื่อแก้ปัญหา ตะกอนจุลินทรีย์ที่ถูกพัดพาออกจากระบบ และแก้ปัญหาการอุดตันของถังหมักแบบมีตัวกลาง (Anaerobic Filter) เมื่อระบบดำเนินไปเป็นเวลานาน อีกทั้งลดค่าใช้จ่ายในส่วนของ วัสดุตัวกลาง ถังหมักแบบลูกผสมที่ใช้ในการทดลองเป็นถังหมักแบบลูกผสมระหว่างระบบ UASB และ ระบบ AF มีลักษณะเป็นทรงกระบอกทำด้วยท่อ PVC ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 20 ซม. สูง 112 ซม. ความจุ 35 ลิตร ภายในบรรจุตัวกลางทำด้วยพลาสติก ในอัตราส่วน 30% ของปริมาตรถังหมัก น้ำเสียที่ใช้ในการทดลองเป็นน้ำกากส่าจากโรงงานสุราซึ่งใช้กากน้ำตาลเป็นวัตถุดิบ ในการผลิต มีค่าความเข้มข้นของค่า COD(,s) อยู่ในช่วง 100,000-150,000 mg/L จากการทดลองต่อเนื่องเป็นเวลา 296 วัน โดยเพิ่มอัตราภาระสารอินทรีย์จาก 0.23-8.26 kgCOD(,s)/m(3).day พบว่าระบบหมักแบบลูกผสมสามารถรับภาระสารอินทรีย์ได้สูงสุด ที่ 7.16 kgCOD(,s)/m(3).day โดยไม่ต้องเจือจางน้ำกากส่าก่อนป้อนเข้าระบบ ประสิทธิภาพในการกำจัดสารอินทรีย์ (COD(,s)) 51.90% อัตราการผลิตแก๊สชีวภาพ 0.21 m(3)/kg COD(,s) feed 0.40 m(3)/kg COD(,s) removal และ 27.71 m(3)/m(3) wastewater แก๊สชีวภาพประกอบด้วย แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ 33% และแก๊สมีเทน 67% ที่อัตราภาระสารอินทรีย์ 8.26 kg COD(,s)/m(3).day ระบบมีแนวโน้มเสียเสถียรภาพ กล่าวคือมีการสะสมของกรดอินทรีย์ภายในระบบสูงถึง 3,175 mg/L ประสิทธิภาพในการกำจัด สารอินทรีย์ (COD(,s) ลดลงเหลือเพียง 43.74% เมื่อเปรียบเทียบระบบหมักแบบลูกผสม (Hybrid Reactor) ที่ใช้ในการทดลอง กับระบบ UASB ที่ใช้งานจริงในการบำบัดน้ำกากส่า จากโรงงานสุราโดยไม่มีการเจือจางน้ำกากส่าก่อนป้อนเข้าระบบ พบว่า ระบบหมักแบบลูกผสม ระหว่างระบบ UASB กับระบบ AF สามารถรับภาระสารอินทรีย์ได้สูงถึง 7.16 kgCOD(,s)/ m(3).day ในขณะที่ระบบ UASB รับภาระสารอินทรีย์ได้เพียง 3 - 4 kg COD(,s)/m(3).day จากการวิจัยนี้ จึงสรุปได้ว่าระบบหมักแบบลูกผสมสามารถรับภาระสารอินทรีย์ได้ สูงกว่าระบบ UASB ในการบำบัดน้ำกากส่าจากโรงงานสุรา อย่างไรก็ตามขนาดของระบบหมัก แบบลูกผสมที่ใช้ในการทดลองกับระบบหมักแบบ UASB ที่ใช้งานจริงมีความแตกต่างกันมาก เมื่อทำระบบที่ใช้งานจริงค่าที่ได้อาจแตกต่างออกไป ดังนั้นควรศึกษาระบบหมักแบบ ลูกผสมในระดับ pilot scale ก่อนเพื่อนำข้อมูลที่ได้มาใช้งานในขนาดจริงต่อไป |
| บรรณานุกรม | : |
ปรีชา ด้วงเขียว . (2545). การบำบัดน้ำกากส่าจากโรงงานสุราโดยใช้ถังหมักแบบลูกผสมระหว่างระบบชั้นตะกอน จุลินทรีย์ไร้อากาศแบบไหลขึ้น (UASB) กับระบบถังกรองไร้อากาศ (AF).
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ปรีชา ด้วงเขียว . 2545. "การบำบัดน้ำกากส่าจากโรงงานสุราโดยใช้ถังหมักแบบลูกผสมระหว่างระบบชั้นตะกอน จุลินทรีย์ไร้อากาศแบบไหลขึ้น (UASB) กับระบบถังกรองไร้อากาศ (AF)".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ปรีชา ด้วงเขียว . "การบำบัดน้ำกากส่าจากโรงงานสุราโดยใช้ถังหมักแบบลูกผสมระหว่างระบบชั้นตะกอน จุลินทรีย์ไร้อากาศแบบไหลขึ้น (UASB) กับระบบถังกรองไร้อากาศ (AF)."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print. ปรีชา ด้วงเขียว . การบำบัดน้ำกากส่าจากโรงงานสุราโดยใช้ถังหมักแบบลูกผสมระหว่างระบบชั้นตะกอน จุลินทรีย์ไร้อากาศแบบไหลขึ้น (UASB) กับระบบถังกรองไร้อากาศ (AF). กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.
|
