ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การประยุกต์ใช้ถังปฏิกรณ์อีจีเอสบีสำหรับบำบัดสารอินทรีย์ในน้ำเสียกากส่าจากโรงงานสุรา

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การประยุกต์ใช้ถังปฏิกรณ์อีจีเอสบีสำหรับบำบัดสารอินทรีย์ในน้ำเสียกากส่าจากโรงงานสุรา
นักวิจัย : พัชรินทร์ นันทิวาวัฒน์
คำค้น : EGSB , DISTILLERY SLOP , GRANULAR SLUDGE BED , UASB
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2546
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082546000319
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยนี้เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของระบบอีจีเอสบีในการบำบัดน้ำเสียกากส่าสดจากโรงงานสุราแสงโสม โดยศึกษาถึงผลของภาระบรรทุกสารอินทรีย์ และเปรียบเทียบความเร็วไหลขึ้นในถังปฏิกรณ์ โดยให้น้ำเข้ามีความเข้มข้นซีโอดีคงที่เท่ากับ 5,000มก./ล. แต่แปรค่าภาระบรรทุกสารอินทรีย์เท่ากับ 5 10 และ 15 กก.ซีโอดี/ลบ.ม.-วันและเปรียบเทียบความเร็วไหลขึ้นในถังปฏิกรณ์ชุดที่ 1 และ 2 ซึ่งมีความเร็วไหลขึ้น3 และ 5 ม./ชม. ตามลำดับ ผลการทดลองพบว่าที่ภาระบรรทุกสารอินทรีย์ 5 10 และ 15 กก.ซีโอดี/ลบ.ม.-วันมีเวลากัก 24 12 และ 8 ชั่วโมง ตามลำดับ ร้อยละการกำจัดซีโอดีในถังปฏิกรณ์ชุดที่ 1(ความเร็วไหลขึ้น 3 ม./ชม.) มีค่าเฉลี่ย 50 51 และ 53 ตามลำดับ ปริมาณก๊าซชีวภาพเกิดขึ้น 1.4 4.5 และ 5.7 ลิตร/วัน คิดเป็นอัตราการผลิตก๊าซชีวภาพต่อซีโอดีที่ถูกกำจัด 0.27 0.43 และ 0.33 ล./ก.ซีโอดีที่ถูกกำจัด โดยมีร้อยละของก๊าซมีเทน65.2 60.1 และ 57.8 ตามลำดับ ส่วนถังปฏิกรณ์ชุดที่ 2 (ความเร็วไหลขึ้น 5 ม./ชม.)มีค่าเฉลี่ยในการกำจัดซีโอดีคิดเป็นร้อยละ 51 53 และ 55 ตามลำดับ ปริมาณก๊าซชีวภาพเกิดขึ้น 1.3 4.1 และ 5.4 ลิตร/วัน คิดเป็นอัตราการผลิตก๊าซชีวภาพต่อซีโอดีที่ถูกกำจัด 0.25 0.38 และ 0.31 ล./ก.ซีโอดีที่ถูกกำจัด โดยมีร้อยละของก๊าซมีเทน 65.6 60.3 และ 58.2 ตามลำดับ ประสิทธิภาพในการลดสีมีค่าเท่า 9-11เปอร์เซ็นต์ในทุกชุดการทดลอง นอกจากนี้ผู้วิจัยได้ทดลองเพิ่มเติมเพื่อศึกษาผลของการเพิ่มภาระบรรทุกสารอินทรีย์แบบทันทีทันใด โดยเพิ่มภาระบรรทุกสารอินทรีย์จาก 15 เป็น 25 กก.ซีโอดี/ลบ.ม.-วัน เวลากักลดลงเหลือ 4.8 ชม. พบว่าประสิทธิภาพการกำจัดซีโอดีลดลงเหลือ 48 เปอร์เซ็นต์ในถังปฏิกรณ์ชุดที่ 1 และ 49 เปอร์เซ็นต์ ในถังปฏิกรณ์ชุดที่ 2 ทั้งนี้เนื่องจากอัตราส่วน F/M มีมากเกินกว่าที่ต้องการ ปริมาณก๊าซชีวภาพเกิดขึ้น 9.6 และ 9.1 ลิตร/วัน คิดเป็นอัตราการผลิตก๊าซชีวภาพต่อซีโอดีที่ถูกกำจัด 0.39 และ 0.37 ล./ก.ซีโอดีที่ถูกกำจัด โดยมีร้อยละของก๊าซมีเทน 54.7 และ55.1 ตามลำดับ ปริมาณก๊าซที่เกิดขึ้นมากนี้ส่งผลให้เม็ดตะกอนจุลินทรีย์ลอยขึ้นไปติดกับเครื่องแยกตะกอนในปริมาณมาก เนื่องจากระดับชั้นตะกอนขยายตัวมากจึงทำให้ระยะตกตะกอนลดลง ส่วนพารามิเตอร์อื่นๆ มีค่าใกล้เคียงกับชุดการทดลองอื่น จากการทดลองแสดงให้เห็นว่าระบบอีจีเอสบีสามารถรับภาระบรรทุกสารอินทรีย์ที่25 กก.ซีโอดี/ลบ.ม.-วันได้ และยังป้องกันการเพิ่มภาระบรรทุกสารอินทรีย์แบบทันทีทันใดได้เป็นอย่างดี และยังสามารถลดค่าใช้จ่ายสารเคมีโซเดียมไบคาร์บอเนตที่ใช้ปรับสภาพด่างก่อนเข้าระบบได้ถึง 1.55 ก./ลิตร คิดเป็นเงิน 27.9 บาท/ลบ.ม.

บรรณานุกรม :
พัชรินทร์ นันทิวาวัฒน์ . (2546). การประยุกต์ใช้ถังปฏิกรณ์อีจีเอสบีสำหรับบำบัดสารอินทรีย์ในน้ำเสียกากส่าจากโรงงานสุรา.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
พัชรินทร์ นันทิวาวัฒน์ . 2546. "การประยุกต์ใช้ถังปฏิกรณ์อีจีเอสบีสำหรับบำบัดสารอินทรีย์ในน้ำเสียกากส่าจากโรงงานสุรา".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
พัชรินทร์ นันทิวาวัฒน์ . "การประยุกต์ใช้ถังปฏิกรณ์อีจีเอสบีสำหรับบำบัดสารอินทรีย์ในน้ำเสียกากส่าจากโรงงานสุรา."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print.
พัชรินทร์ นันทิวาวัฒน์ . การประยุกต์ใช้ถังปฏิกรณ์อีจีเอสบีสำหรับบำบัดสารอินทรีย์ในน้ำเสียกากส่าจากโรงงานสุรา. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.