ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การปรับเปลี่ยนฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ของน้ำหมูพะโล้ที่ทำปฏิกิริยากับไนไตร์ทด้วยชาอูล่ง : ศึกษาการเกิดสารตั้งต้นในน้ำหมูพะโล้ระหว่างการปรุงและผลต่อสารก่อกลายพันธุ์ ที่เกิดขึ้นภายหลังทำปฏิกิริยากับไนไตร์ทในสภาวะกรดโดยใช้การทดสอบเอมส์

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การปรับเปลี่ยนฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ของน้ำหมูพะโล้ที่ทำปฏิกิริยากับไนไตร์ทด้วยชาอูล่ง : ศึกษาการเกิดสารตั้งต้นในน้ำหมูพะโล้ระหว่างการปรุงและผลต่อสารก่อกลายพันธุ์ ที่เกิดขึ้นภายหลังทำปฏิกิริยากับไนไตร์ทในสภาวะกรดโดยใช้การทดสอบเอมส์
นักวิจัย : ลินนา ทองยงค์
คำค้น : BOILED PORK , SPICES , MUTAGENICITY , NITRITE , AMES TEST , TEA , ANTIMUTAGENICITY
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2544
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=45525
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

จากการศึกษาพบว่า น้ำหมูพะโล้ ซึ่งเป็นอาหารประเภทต้มเนื้อเป็นเวลานานๆ และ เป็นอาหารที่คนไทยนิยมบริโภคไม่มีฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ เมื่อทดสอบโดยใช้วิธีเอมส์ โดยใช้ เชื้อ ~iSalmonella typhimurium~i สายพันธุ์ TA100 ในสภาวะที่ไม่มีสารออกฤทธิ์ กระตุ้นการก่อกลายพันธุ์ แต่เมื่อนำน้ำหมูพะโล้ไปทำปฏิกิริยากับไนไตร์ทในสภาวะที่เป็น กรด (ความเป็นกรดเป็นด่าง 3-3.5) พบว่าแสดงฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์โดยตรงต่อแบคทีเรีย ซึ่งเมื่อทดสอบฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ในสารสกัดจากเครื่องเทศที่ใช้เป็นส่วนประกอบในการ ปรุงหมูพะโล้ก็ให้ผลในทำนองเดียวกัน นอกจากนั้นยังพบว่าการปรุงหมูพะโล้โดยใช้วิธี ดั้งเดิมคือต้มแบบเปิดฝา เป็นเวลา 4 ชั่วโมง ที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส ช่วยลด ฤทธิ์การก่อกลายพันธุ์ที่เกิดขึ้นจากการทำปฏิกิริยากับไนไตร์ทได้ดีกว่าการต้มแบบจำกัด อากาศ จากการศึกษาฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ของสารสกัดจากใบชาอูล่ง ซึ่งผ่านการสกัดโดยวิธี ต่างๆ ได้แก่ สกัดโดยใช้วิธีเดียวกับการปรุงหมูพะโล้ (แบบดั้งเดิมและแบบจำกัดอากาศ) หรือสกัดโดยแช่ในน้ำต้มเดือด 5 และ 30 นาที พบว่าทุกตัวอย่างไม่มีฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ โดยตัวของมันเอง แต่จะแสดงฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์โดยตรงต่อแบคทีเรียเมื่อทำปฏิกิริยากับ ไนไตร์ท นอกจากนั้นยังได้ทำการศึกษาถึงผลของใบชาในการปรับเปลี่ยนฤทธิ์ก่อกลาย พันธุ์ที่เกิดในหมูพะโล้ พบว่าถ้าต้มใบชา (ปริมาณมาก) พร้อมกันไปกับส่วนประกอบอื่นๆ ของหมูพะโล้ จะช่วยลดการเกิดสารตั้งต้นของสารก่อกลายพันธุ์ที่เกิดขึ้นระหว่างการปรุง หมูพะโล้ ซึ่งสามารถทำปฏิกิริยากับไนไตร์ทต่อไปได้เป็นสารก่อกลายพันธุ์โดยตรง แต่ วิธีนี้อาจทำให้รสชาติของอาหารเปลี่ยนแปลงไป และการศึกษายังชี้ให้เห็นว่าสารสกัด ด้วยน้ำจากใบชา (สกัดเป็นเวลา 5 หรือ 30 นาที) สามารถยับยั้งการก่อตัวของสารก่อ กลายพันธุ์ที่เกิดขึ้นจากปฏิกิริยาระหว่างน้ำหมูพะโล้และไนไตร์ท ที่น่าสนใจก็คือสามารถ ยับยั้งฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ของผลิตภัณฑ์สุดท้ายที่เกิดจากปฏิกิริยาดังกล่าวข้างต้นได้ จาก การศึกษานี้นำไปสู่การประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อลดความเสี่ยงในการสัมผัสกับ สารตั้งต้นของสารก่อกลายพันธุ์ที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการปรุงอาหาร

บรรณานุกรม :
ลินนา ทองยงค์ . (2544). การปรับเปลี่ยนฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ของน้ำหมูพะโล้ที่ทำปฏิกิริยากับไนไตร์ทด้วยชาอูล่ง : ศึกษาการเกิดสารตั้งต้นในน้ำหมูพะโล้ระหว่างการปรุงและผลต่อสารก่อกลายพันธุ์ ที่เกิดขึ้นภายหลังทำปฏิกิริยากับไนไตร์ทในสภาวะกรดโดยใช้การทดสอบเอมส์.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ลินนา ทองยงค์ . 2544. "การปรับเปลี่ยนฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ของน้ำหมูพะโล้ที่ทำปฏิกิริยากับไนไตร์ทด้วยชาอูล่ง : ศึกษาการเกิดสารตั้งต้นในน้ำหมูพะโล้ระหว่างการปรุงและผลต่อสารก่อกลายพันธุ์ ที่เกิดขึ้นภายหลังทำปฏิกิริยากับไนไตร์ทในสภาวะกรดโดยใช้การทดสอบเอมส์".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ลินนา ทองยงค์ . "การปรับเปลี่ยนฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ของน้ำหมูพะโล้ที่ทำปฏิกิริยากับไนไตร์ทด้วยชาอูล่ง : ศึกษาการเกิดสารตั้งต้นในน้ำหมูพะโล้ระหว่างการปรุงและผลต่อสารก่อกลายพันธุ์ ที่เกิดขึ้นภายหลังทำปฏิกิริยากับไนไตร์ทในสภาวะกรดโดยใช้การทดสอบเอมส์."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print.
ลินนา ทองยงค์ . การปรับเปลี่ยนฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ของน้ำหมูพะโล้ที่ทำปฏิกิริยากับไนไตร์ทด้วยชาอูล่ง : ศึกษาการเกิดสารตั้งต้นในน้ำหมูพะโล้ระหว่างการปรุงและผลต่อสารก่อกลายพันธุ์ ที่เกิดขึ้นภายหลังทำปฏิกิริยากับไนไตร์ทในสภาวะกรดโดยใช้การทดสอบเอมส์. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.