| ชื่อเรื่อง | : | บทบาทของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านต่อการเป็นผู้นำในการแยกประเภทขยะชุมชน ในจังหวัดนครปฐม |
| นักวิจัย | : | สมานมิตร พัฒนา |
| คำค้น | : | บทบาทผู้นำ , อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน , การแยกประเภทขยะชุมชน , LEADERS ROLE , VILLAGE HEALTH VOLUNTEERS (VHVs) , COMMUNITY WASTE SEPARATION |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2541 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=43332 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับและความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อความรู้ทัศนคติ และพฤติกรรมการแยกประเภทขยะชุมชนของอาสาสมัครสาธารณสุข ประจำหมู่บ้านในจังหวัดนครปฐม โดยศึกษาตัวแปรที่เกี่ยวข้องคือ เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ ระยะเวลาการปฏิบัติงาน รายได้ ลักษณะการปฏิบัติงาน การรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ความรู้เกี่ยวกับการแยกประเภทขยะชุมชนและทัศนคติต่อการแยกประเภทขยะชุมชน ดำเนินการวิจัยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลจาก อสม.จังหวัด นครปฐม 270 คน โดยการใช้แบบวัดความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรม ประมวลผลด้วย โปรแกรมสำเร็จรูปสำหรับการวิจัยทางสังคมศาสตร์ (SPSS/PC+) สถิติที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ การแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การ วิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวและสถิติการทดสอบความแตกต่างเป็นรายคู่ ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่มีผลทำให้ความรู้เกี่ยวกับการแยกประเภทขยะชุมชน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ได้แก่ รายได้ ปัจจัยที่มีผลทำให้ ทัศนคติต่อการแยกประเภทขยะชุมชนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ได้แก่ รายได้ การได้รับข้อมูลข่าวสารและความรู้เกี่ยวกับการแยกประเภทขยะชุมชน ส่วนปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการแยกประเภทขยะชุมชนมีความแตกต่างกันอย่างมีนัย สำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ได้แก่ เพศ ระดับการศึกษา การได้รับข้อมูลข่าวสาร ส่วน ตัวแปร อายุ อาชีพ ระยะเวลาการปฏิบัติงาน ลักษณะการปฏิบัติงาน ไม่พบว่ามีความ แตกต่างในด้านความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมการแยกประเภทขยะชุมชนแต่อย่างใด สำหรับ การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยด้านความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมการแยกประเภท ขยะชุมชน โดยการใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว พบว่าความรู้มีความสัมพันธ์ กับทัศนคติและทัศนคติมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมแต่ความรู้ไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรม จากผลการศึกษาซึ่งพบว่า อสม. มีความรู้เกี่ยวกับการแยกประเภทขยะชุมชน ค่อนข้างต่ำ แต่กลับพบว่า อสม. มีระดับทัศนคติและพฤติกรรมการแยกประเภทขยะชุมชน อยู่ในระดับสูง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ อสม. ที่จะสามารถรับบทบาทการเป็นผู้นำ ในการแยกประเภทขยะชุมชนได้เป็นอย่างดี หากมีการนำเอารูปแบบการแยกประเภทขยะ มาใช้เป็นแนวทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยในพื้นที่อย่างจริงจัง ซึ่งจำเป็นต้อง จัดให้มีโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญต่อการรองรับกลไกการแยกประเภทขยะอย่างเป็นระบบ และรูปแบบที่ชัดเจน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ต้องส่งเสริมการ ประกอบอาชีพเพื่อยกระดับฐานะทางเศรษฐกิจ พร้อมๆ กับการพัฒนาศักยภาพของ อสม. โดยการส่งเสริมการศึกษาต่อเนื่อง จัดให้มีการฝึกอบรม ประกอบกับการรณรงค์เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ทางสื่อมวลชนในรูปแบบต่างๆ ให้มากขึ้น คงสามารถยกระดับความรู้ทัศนคติ และพฤติกรรมการแยกประเภทขยะชุมชนเป็นการพัฒนาศักยภาพต่อบทบาทการเป็นผู้นำ ในการแยกประเภทขยะชุมชนในหมู่บ้าน/ชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในระยะแรกควรสนับสนุนและผลักดันให้กลุ่ม อสม. ที่เป็นเพศหญิง ที่มีการศึกษา ระดับอนุปริญญา/วิชาชีพที่มีรายได้เฉลี่ยระดับปานกลาง ที่มีความรู้และทัศนคติต่อการ แยกประเภทขยะชุมชนสูง เข้ามาเริ่มต้นเป็นแกนนำในการแสดงบทบาทการเป็นผู้นำในการ แยกประเภทขยะชุมชนในหมู่บ้าน/ชุมชนของจังหวัดนครปฐม ทั้งนี้เนื่องจากพบว่า อสม. ในกลุ่มดังกล่าวมีศักยภาพสูงกว่า อสม.ในกลุ่มอื่นๆ |
| บรรณานุกรม | : |
สมานมิตร พัฒนา . (2541). บทบาทของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านต่อการเป็นผู้นำในการแยกประเภทขยะชุมชน ในจังหวัดนครปฐม.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สมานมิตร พัฒนา . 2541. "บทบาทของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านต่อการเป็นผู้นำในการแยกประเภทขยะชุมชน ในจังหวัดนครปฐม".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สมานมิตร พัฒนา . "บทบาทของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านต่อการเป็นผู้นำในการแยกประเภทขยะชุมชน ในจังหวัดนครปฐม."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print. สมานมิตร พัฒนา . บทบาทของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านต่อการเป็นผู้นำในการแยกประเภทขยะชุมชน ในจังหวัดนครปฐม. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.
|
