ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การประยุกต์ทฤษฎีแรงจูงใจเพื่อป้องกันโรคร่วมกับแรงสนับสนุนทางสังคมในการส่งเสริม อนามัยช่องปาก ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การประยุกต์ทฤษฎีแรงจูงใจเพื่อป้องกันโรคร่วมกับแรงสนับสนุนทางสังคมในการส่งเสริม อนามัยช่องปาก ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา
นักวิจัย : ทองทิพย์ สละวงษ์ลักษณ์
คำค้น : โปรแกรมทันตสุขศึกษา , พฤติกรรมการป้องกันโรคฟันผุและโรคเหงือกอักเสบ , DENTAL HEALTH EDUCATION PROGRAM , DENTAL CARIES AND GINGIVITIS PREVENTIVE BEHAVIOR
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2541
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=42613
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

โรคฟันผุและโรคเหงือกอักเสบ เป็นปัญหาเรื้อรังของประเทศมาโดยตลอด การแก้ไข ที่ได้ผลยั่งยืน คือ การปลูกฝังลักษณะนิสัย ส่งเสริมอนามัยช่องปากตั้งแต่วัยเด็ก การวิจัยแบบกึ่งทดลองที่มี 1 กลุ่มทดลอง และ 1 กลุ่มเปรียบเทียบ ก่อนและหลัง การทดลอง ใช้เวลาศึกษาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2540 ถึงเดือนมีนาคม 2541 มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมทันตศึกษา ที่ประยุกต์ทฤษฎีแรงจูงใจเพื่อป้องกัน โรคร่วมกับแรงสนับสนุนทางสังคมในการส่งเสริมอนามัยช่องปาก นักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 3 จำนวน 54 คน ถูกเลือกมารับโปรแกรมทันตสุขศึกษา จำนวน 6 สัปดาห์ รวบรวม ข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามและแบบบันทึกวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไป ด้วยสถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ย เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยภายในกลุ่ม และระหว่างกลุ่ม ด้วยสถิติ Paired Samples t-test และ Students t-test หาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน (Pearsons Product Moment Correlation) และ One way ANOVA ผลการวิจัย พบว่า กลุ่มทดลองมีการรับรู้ความรุนแรง โอกาสเสี่ยง ความสามารถ ของตนเอง และความคาดหวังในประสิทธิผลของการตอบสนอง ความตั้งใจที่จะส่งเสริม อนามัยช่องปาก ปริมาณแผ่นคราบจุลินทรีย์และสภาวะเหงือกอักเสบ ดีกว่าก่อนการทดลอง และดีกว่ากลุ่มเปรียบเทียบและพบว่า พฤติกรรมการส่งเสริมอนามัยช่องปากมีความสัมพันธ์ กับการรับรู้ความรุนแรง โอกาสเสี่ยง ความคาดหวังในความสามารถของตนเอง ความคาดหวัง ในประสิทธิผลของการตอบสนอง ความตั้งใจที่จะส่งเสริมอนามัยช่องปาก ปริมาณแผ่นคราบ จุลินทรีย์และสภาวะเหงือกอักเสบ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001) แต่ไม่พบความ สัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมส่งเสริมอนามัยช่องปาก กับแรงสนับสนุนทางสังคม ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า การจัดโปรแกรมทันตสุขศึกษา โดยประยุกต์แนวคิดหลัก ของทฤษฎีแรงจูงใจเพื่อป้องกันเพียงอย่างเดียวก็สามารถทำให้การส่งเสริมอนามัย ช่องปากในนักเรียนชั้นประถมศึกษา เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น ควรพิจารณา นำโปรแกรมนี้ไปประยุกต์ใช้กับนักเรียนประถมศึกษาอื่นๆ ต่อไป

บรรณานุกรม :
ทองทิพย์ สละวงษ์ลักษณ์ . (2541). การประยุกต์ทฤษฎีแรงจูงใจเพื่อป้องกันโรคร่วมกับแรงสนับสนุนทางสังคมในการส่งเสริม อนามัยช่องปาก ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ทองทิพย์ สละวงษ์ลักษณ์ . 2541. "การประยุกต์ทฤษฎีแรงจูงใจเพื่อป้องกันโรคร่วมกับแรงสนับสนุนทางสังคมในการส่งเสริม อนามัยช่องปาก ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ทองทิพย์ สละวงษ์ลักษณ์ . "การประยุกต์ทฤษฎีแรงจูงใจเพื่อป้องกันโรคร่วมกับแรงสนับสนุนทางสังคมในการส่งเสริม อนามัยช่องปาก ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print.
ทองทิพย์ สละวงษ์ลักษณ์ . การประยุกต์ทฤษฎีแรงจูงใจเพื่อป้องกันโรคร่วมกับแรงสนับสนุนทางสังคมในการส่งเสริม อนามัยช่องปาก ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.