ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาพิษเฉียบพลันของไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ต่อกุ้งกุลาดำ (Penaeus monodon Fabricius) วัยอ่อนและประสิทธิภาพในการควบคุมเชื้อแบคทีเรียสกุลวิบริโอ (Vibrio spp.) และแพลงก์ตอน พืชบางชนิดที่พบในบ่อเลี้ยงกุ้งกุลาดำ

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาพิษเฉียบพลันของไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ต่อกุ้งกุลาดำ (Penaeus monodon Fabricius) วัยอ่อนและประสิทธิภาพในการควบคุมเชื้อแบคทีเรียสกุลวิบริโอ (Vibrio spp.) และแพลงก์ตอน พืชบางชนิดที่พบในบ่อเลี้ยงกุ้งกุลาดำ
นักวิจัย : ประพันธ์ศักดิ์ ศีรษะภูมิ
คำค้น : 146 P.
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2542
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=28893
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาพิษเฉียงพลันของไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ที่ทำให้กุ้งกุลาดำวัยอ่อนระยะโพสต์ ลาวา 15 ตายครึ่งหนึ่งภายในเวลา 24 ชั่วโมง (LC(,50)) โดยวิธีชีววิเคราะห์แบบน้ำนิ่ง พบว่า มีค่า LC(,50) เป็น 30.60 (22.95-40.81) ส่วนในล้านส่วน (ppm) มีค่าฟังก์ชันความ ลาดเอียงที่ระดับความเชื่อมั่น 95% เท่ากับ 2.533 (1.901-3.375) ระหว่างการทดลองพบว่า คุณสมบัติของน้ำซึ่งได้แก่ ความเป็นกรด-ด่าง ความเป็นด่าง แอมโมเนียและไนไตรท์มีการ เปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ส่วนการศึกษาประสิทธิภาพในการยับยั้งและฆ่าแบคทีเรียในสกุล Vibrio ชนิด V. alginolyticus (3 isolate), V. harveyi (3 isolate), V. parahaemolyticus (2 isolate) และ V. vulnificus (3 isolate) ในอาหารเลี้ยงเชื้อ Meuller Hinton Broth ผสม เกลือแกง 1.5% พบว่ามีค่า MIC เป็น 9.57-19.14, 9.57, 38.27 และ 38.27 ppm และ MBC เป็น 9.57-19.14, 9.57, 38.27 และ 38.27-76.54 ppm ตามลำดับ ขณะที่ค่า MBC เมื่อทดสอบในสาร ละลายเกลือแกง 1.5% มีค่าเป็น 0.6-1.2, 0.6-1.2, 2.39 และ 2.39-4.78 ppm ตามลำดับ และ ยังพบว่าผลของคุณสมบัติของน้ำอันได้แก่ ความเค็ม ความเป็นกรด-ด่างและความเป็นด่าง มีผล ต่อประสิทธิภาพในการฆ่าและยังยั้งเชื้อแบคทีเรียเรืองแสง V. harveyi เล็กน้อยเท่านั้น ส่วนการทดสอบประสิทธิภาพในการควบคุม V. harveyi และ V. parahaemolyticus เมื่อทดสอบใน น้ำทะเลความเค็ม 25 ppt ในสภาพที่ไม่มีตะกอนดินที่ระดับความเข้มข้นของไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ในช่วง 1.2 ถึง 59.8 ppm พบว่าในทุกระดับความเข้มข้นสามารถฆ่าแบคทีเรีย V. harveyi ได้ หมดภายใน 6 ชั่วโมง ขณะที่ความเข้มข้น 1.2 และ 3.74 ppm ไม่สามารถฆ่าแบคทีเรีย V. parahaemolyticus ได้หมด ภายใน 96 ชั่วโมง ยกเว้นความเข้มข้นในช่วง 7.48 ถึง 59.8 ppm สามารถฆ่าได้หมดในระหว่าง 1-3 ชั่วโมง ตรงกันข้ามกับการทดลองในสภาพที่มีตะกอนดินที่พบว่า ไม่มีความเข้มข้นใดเลยที่สามารถฆ่าแบคทีเรียทั้งสองชนิดได้ภายใน 96 ชั่วโมง ส่วนการศึกษา ประสิทธิภาพในการควบคุมแพลงก์ตอนพืช พบว่าที่ระดับความเข้มข้น 4.19 และ 7.18 ppm มีผล ทำให้ filament ของ Oscillatoria sp. แตกหักอย่างรุนแรงและยังสามารถลดปริมาณ Chlorophyll a ได้ถึง 36.5% และ 38.93% ภายใน 48 ชั่วโมงตามลำดับ ขณะที่ไฮโดรเจนเปอร์ ออกไซด์ความเข้มข้นดังกล่าวไม่มีผลกระทบกับแพลงก์ตอนพืชชนิด Chlorella sp.

บรรณานุกรม :
ประพันธ์ศักดิ์ ศีรษะภูมิ . (2542). การศึกษาพิษเฉียบพลันของไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ต่อกุ้งกุลาดำ (Penaeus monodon Fabricius) วัยอ่อนและประสิทธิภาพในการควบคุมเชื้อแบคทีเรียสกุลวิบริโอ (Vibrio spp.) และแพลงก์ตอน พืชบางชนิดที่พบในบ่อเลี้ยงกุ้งกุลาดำ.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ประพันธ์ศักดิ์ ศีรษะภูมิ . 2542. "การศึกษาพิษเฉียบพลันของไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ต่อกุ้งกุลาดำ (Penaeus monodon Fabricius) วัยอ่อนและประสิทธิภาพในการควบคุมเชื้อแบคทีเรียสกุลวิบริโอ (Vibrio spp.) และแพลงก์ตอน พืชบางชนิดที่พบในบ่อเลี้ยงกุ้งกุลาดำ".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ประพันธ์ศักดิ์ ศีรษะภูมิ . "การศึกษาพิษเฉียบพลันของไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ต่อกุ้งกุลาดำ (Penaeus monodon Fabricius) วัยอ่อนและประสิทธิภาพในการควบคุมเชื้อแบคทีเรียสกุลวิบริโอ (Vibrio spp.) และแพลงก์ตอน พืชบางชนิดที่พบในบ่อเลี้ยงกุ้งกุลาดำ."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2542. Print.
ประพันธ์ศักดิ์ ศีรษะภูมิ . การศึกษาพิษเฉียบพลันของไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ต่อกุ้งกุลาดำ (Penaeus monodon Fabricius) วัยอ่อนและประสิทธิภาพในการควบคุมเชื้อแบคทีเรียสกุลวิบริโอ (Vibrio spp.) และแพลงก์ตอน พืชบางชนิดที่พบในบ่อเลี้ยงกุ้งกุลาดำ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2542.