ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ทัศนคติและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีต่อเครื่องสำอางระบบขายตรง

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ทัศนคติและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีต่อเครื่องสำอางระบบขายตรง
นักวิจัย : ขวัญใจ จงบุญนะธรรม
คำค้น : ผู้บริโภค , ผู้บริโภค -- พฤติกรรม , เครื่องสำอางค์ , การขายตรง
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2539
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1122539000031
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ภาคนิพนธ์นี้เป็นการศึกษาเรื่อง ทัศนคติและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีต่อ เครื่องสำอางระบบขายตรงโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะทราบถึงทัศนคติและพฤติกรรมของผู้บริโภคเป็นสำคัญ เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาคือแบบสอบถาม โดยทำการสุ่มตัวอย่างแบบ SRS จากประชากรในเขตอำเภอเมืองจังหวัดสมุทรปราการเป็นจำนวน 110 ตัวอย่าง ทัศนคติของผู้หญิงทำงานที่เลือกใช้เครื่องสำอางระบบขายตรงเนื่องมาจากปัจจัย 3 ประการ คือ การให้ข้อเสนอในรูปแบบต่าง ๆแก่ผู้ซื้อการประหยัดเวลาในการเลือกซื้อสินค้าและคุณภาพของสินค้าเป็นที่น่าเชื่อถือได้โดยปัจจัยดังกล่าวข้างต้นไม่ส่งผลต่อทัศนคติในเรื่องของราคาที่เป็นอยู่ในปัจจุบันส่วนทัศนคติของผู้หญิงทำงานที่ไม่เลือกใช้เครื่องสำอางระบบขายตรงนั้นมีสาเหตุเนื่องมาจากสาเหตุที่สำคัญๆ 3 ประการ คือ ไม่เห็นสินค้าจริงขณะตัดสินใจเมื่อตัดสินใจเลือกซื้อแล้วต้องใช้ระยะเวลานานกว่าจะได้รับสินค้าและเห็นว่าคุณภาพของสินค้ายังไม่เป็นที่น่าเชื่อถือ พฤติกรรมของผู้หญิงทำงานนิยมเลือกซื้อสินค้าเครื่องสำอางชนิดลิปสติกมากที่สุด รองลงมาเป็นเครื่องสำอางชนิด แป้งตลับ และโลชั่นบำรุงผิวการซื้อเครื่องสำอางระบบขายตรงของผู้หญิงทำงานส่วนใหญ่ต้องการซื้อเครื่องสำอางในยี่ห้อเดิมที่เคยใช้ประจำความถี่ของการเลือกซื้อเครื่องสำอางระบบขายตรงนั้นมีความสัมพันธ์กับระดับความต้องการโดยจะทำการซื้อครั้งต่อไปเมื่อสินค้าที่ตนใช้อยู่หมดในขณะเดียวกันการตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องสำอางระบบขายตรงของผู้บริโภคกลุ่มนี้ยังได้รับอิทธิพลมาจากสื่อโฆษณาต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโทรทัศน์ และนิตยสาร จากการศึกษาพบว่ากลุ่มเป้าหมายทางการตลาดที่น่าสนใจสำหรับธุรกิจเครื่องสำอางขายตรง คือ กลุ่มผู้หญิงทำงานที่อายุระหว่าง 20-30 ปีมีระดับการศึกษาระดับ ปวส., ปวท., และ ปวช. ถึงระดับปริญญาตรี และมีรายได้อยู่ระหว่าง 5,000-15,000 บาท ผู้ประกอบการเกี่ยวกับธุรกิจเครื่องสำอางขายตรงควรจะให้ความสำคัญในเรื่องของการให้ข้อเสนอพิเศษหรือโปรแกรมส่งเสริมการขาย ความรวดเร็วในการรับสินค้าเมื่อผู้ซื้อตัดสินใจซื้อแล้วการพัฒนาเกี่ยวกับคุณภาพของสินค้าให้เป็นที่น่าเชื่อถือและการจัดให้มีสินค้าทดลองเพื่อให้เห็นสินค้าจริงก่อนตัดสินในซื้อส่วนการหาพนักงานขายซึ่งนับได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญตัวหนึ่งในระบบขายตรงของสินค้าประเภทนี้ดังนั้นผู้ประกอบการควรให้น้ำหนักความสำคัญไปยังกลุ่มคนที่ทำงานประจำและต้องการมีรายได้เสริมเพราะกลุ่มนี้จัดได้ว่ามีอิทธิพลต่อารตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคสำคัญตัวหนึ่งในขณะเดียวกันการทำโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ โดยเฉพาะสื่อทางโทรทัศน์และนิตยสารก็เป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยให้การเข้าถึงผู้บริโภคของพนักงานขายในการเสนอสินค้าเป็นไปด้วยความมีประสิทธิภาพ และสามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้กับพนักงานขายและตัวสินค้ามากขึ้น

บรรณานุกรม :
ขวัญใจ จงบุญนะธรรม . (2539). ทัศนคติและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีต่อเครื่องสำอางระบบขายตรง.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ขวัญใจ จงบุญนะธรรม . 2539. "ทัศนคติและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีต่อเครื่องสำอางระบบขายตรง".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ขวัญใจ จงบุญนะธรรม . "ทัศนคติและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีต่อเครื่องสำอางระบบขายตรง."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print.
ขวัญใจ จงบุญนะธรรม . ทัศนคติและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีต่อเครื่องสำอางระบบขายตรง. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.