| ชื่อเรื่อง | : | การลดของเสียในอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนยางของรถจักรยานยนต์โดยเทคนิค FMEA |
| นักวิจัย | : | ทิพากร วงษ์นาม |
| คำค้น | : | FMEA , DEFECT REDUCTION |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2548 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082548000494 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ในปัจจุบันประเทศไทยมีความต้องการใช้รถจักรยานยนต์ที่เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์จึงต้องเตรียมหาปัจจัยการผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นนอกเหนือจากการพิจารณาเชิงปริมาณแล้วผลิตภัณฑ์ยังต้องมีคุณภาพอีกด้วย จากการศึกษากระบวนการผลิตและข้อมูลของเสียพบว่า ในกระบวนการขึ้นรูปมีของเสียมากที่สุด รองลงมาคือกระบวนการ QC ตรวจสอบ 100% ซึ่งทั้ง 2 กระบวนการนี้มีของเสียรวมคิดเป็น 80% ของของเสียทั้งหมด โดยยังไม่สามารถควบคุมของเสียให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดไว้ได้นอกจากนี้แล้วยังพบว่า ของเสียที่มาจากการร้องเรียนของลูกค้าถึงแม้จะมีจำนวนน้อยที่สุดแต่ปัญหาดังกล่าวก็มีความสำคัญต่อความเชื่อมั่นของลูกค้า ดังนั้นวิทยานิพนธ์เล่านี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อลดจำนวนของเสียที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิตให้ได้ตามเป้าหมายที่กำหนด และเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขและป้องกันข้อบกพร่อง ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิต และเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขและป้องกันข้อบกพร่อง ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิต โดยของเสียที่พบในกระบวนการขึ้นรูปQC ตรวจสอบ 100% และของเสียจากลูกค้าร้องเรียน ได้แก่แผล ไม่เต็ม แตก ย่น ไม่สุก ขี้ยางเน่า ฉีก รอยพิมพ์ และตัดแต่งเสีย โดยงานวิจัยนี้เริ่มจากการศึกษากระบวนการผลิตและของเสียที่เกิดขึ้นใน 3 ส่วนที่ได้กล่าวไปแล้ว หลังจากนั้นจึงระดมสมองเพื่อค้นหาปัจจัยที่มีผลกระทบต่อข้อบกพร่องโดยใช้แผนผังแผนภาพก้างปลา และใช้เทคนิคการวิเคราะห์ข้อบกพร่องและผลกระทบสำหรับกระบวนการผลิต (PFMEA) และให้ทีมผู้เชี่ยวชาญในแต่แผนกที่เกี่ยวข้องมาวิเคราะห์เพื่อประเมินค่าความรุนแรง ค่าโอกาสในเกิดข้อบกพร่อง และค่าความสามารถในการตรวจจับข้อบกพร่อง เพื่อนำไปคำนวณค่าคะแนนความเสี่ยง (RPN) และได้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องที่มีค่า RPNตั้งแต่ 100 คะแนนขึ้นไป โดยประโยชน์ที่ได้จากงานวิจัยนี้คือ สามารถลดปริมาณของเสียที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิตได้ตามเป้าหมายที่กำหนดและสามารถใช้งานวิจัยนี้เป็นแนวทางในการประยุกต์ใช้เทคนิค FMEA ในการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ได้ตามที่ลูกค้าต้องการอีกด้วย ผลการดำเนินการปรับปรุงแก้ไข พบว่า 1. กระบวนการผลิตรวมมีของเสียก่อนการปรับปรุงเท่ากับ 2.816% และหลังการปรับปรุงเท่ากับ 1.938% 2. กระบวนการขึ้นรูปมีของเสียก่อนการปรับปรุงเท่ากับ 1.345% และหลังการปรับปรุงเท่ากับ 0.998% 3. กระบวนการ QC ตรวจสอบ 100% มีของเสียก่อนการปรับปรุงเท่ากับ 5.146% และหลังการปรับปรุงเท่ากับ 1.93% 4. ของเสียที่มาจากผลิตภัณฑ์ 5 รายการที่ลูกค้าทำการร้องเรียนสูงสุดก่อนปรับปรุงเท่ากับ 7,979 ชิ้นต่อเดือนและไม่มีการร้องเรียนสำหรับผลิตภัณฑ์ทั้ง 5 อีกภายหลังจากปรับปรุงแล้ว |
| บรรณานุกรม | : |
ทิพากร วงษ์นาม . (2548). การลดของเสียในอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนยางของรถจักรยานยนต์โดยเทคนิค FMEA.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ทิพากร วงษ์นาม . 2548. "การลดของเสียในอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนยางของรถจักรยานยนต์โดยเทคนิค FMEA".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ทิพากร วงษ์นาม . "การลดของเสียในอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนยางของรถจักรยานยนต์โดยเทคนิค FMEA."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2548. Print. ทิพากร วงษ์นาม . การลดของเสียในอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนยางของรถจักรยานยนต์โดยเทคนิค FMEA. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2548.
|
