ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การวิเคราะห์เชิงตัวเลขของวัฎจักรการทำงานที่เหมาะสมสำหรับรีเจเนอเรเตอร์แบบโครงอิฐทนไฟ

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การวิเคราะห์เชิงตัวเลขของวัฎจักรการทำงานที่เหมาะสมสำหรับรีเจเนอเรเตอร์แบบโครงอิฐทนไฟ
นักวิจัย : มโนสิทธิ์ แจ้งจบ
คำค้น : REGENERATOR , FINITE DIFFERENCE METHOD
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2547
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082547001383
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์นี้มีจุดประสงค์เพื่อหาค่าของวัฎจักรการทำงานที่ดีที่สุดของระบบ รีเจเนอเรเตอร์ซึ่งสามารถหาได้จากลักษณะการกระจายของอุณหภูมิของกระบวนการนำความร้อนทิ้งกลับมาใช้ใหม่ในรีเจเนอเรเตอร์ โดยใช้ระเบียบวิธีเชิงตัวเลขประกอบกันกับการทำการทดลอง ทั้งนี้ได้ทำการทดลองตรวจวัดและเก็บข้อมูลที่จำเป็นต่าง ๆ เช่น อุณหภูมิของไหลและโครงอิฐทนไฟ ส่วนประกอบก๊าซเสียที่เกิดจากการเผาไหม้ และอัตราการใช้น้ำมัน โดยได้ทำการทดลองที่บริษัท ไทยแลนด์สเมลติ้งแอนด์รีไฟนิ่ง จำกัด (ไทยซาร์โก) ซึ่งเป็นโรงงานถลุงแร่ดีบุก สำหรับระเบียบวิธีเชิงตัวเลขที่ใช้ในที่นี้ จะใช้วิธีไฟไนต์ดิฟเฟอเรนต์ในการคำนวณการกระจายตัวของอุณหภูมิและปริมาณความร้อนทิ้งที่นำกลับมาได้มากที่สุดซึ่งจะได้พิจารณาผลกระทบของการนำความร้อนทั้งในทิศทางตามแนวการไหลและในทิศทางตั้งฉากกับการไหลที่มีต่อตัววัสดุสะสมความร้อน ผลลัพธ์ที่ได้จากการคำนวณได้ถูกนำมาปรับเทียบกับการทดลองและนำมาวิเคราะห์เพื่อสร้างโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่สามารถใช้ในการคำนวณหาค่าวัฏจักรการทำงานที่ดีที่สุดของรีเจเนอเรเตอร์ จากการตรวจสอบพบว่า ผลการคำนวณที่ได้มีความสอดคล้องกันดีกับผลเฉลยแม่นตรง และผลการทดลองที่นำมาเปรียบเทียบ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโปรแกรมคอมพิวเตอร์นี้มีความถูกต้องอยู่ในระดับที่น่าพอใจ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ถูกพัฒนาให้สามารถใช้งานได้โดยง่าย บนระบบ Windows และได้นำไปใช้ในในการคำนวณหาวัฏจักรการทำงานที่เหมาะสมของรีเจเนอเรเตอร์ของบริษัท ไทยแลนด์ สเมลติ้งแอนด์รีไฟนิ่ง จำกัด ซึ่งในปัจจุบันมีการสลับคาบการไหลของรีเจเนอเรเตอร์ ที่เวลา 30 นาที และสามารถนำความร้อนเหลือทิ้งกลับมาใช้ได้ 32.80% จากการคำนวณโดยใช้โปรแกรมที่สร้างขึ้นพบว่าเมื่อใช้เวลาในการสลับคาบการไหล 6 นาที สามารถนำความร้อนเหลือทิ้งกลับมาใช้ได้มากที่สุด 33.26% ซึ่งเพิ่มขึ้นเพียง 0.46% เมื่อพิจารณาในแง่ของความสะดวกในการทำงาน จึงสรุปได้ว่าคาบการทำงานที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมีความเหมาะสมกับโครงสร้าง และแบบของรีเจเนอร์เรเตอร์แล้ว

บรรณานุกรม :
มโนสิทธิ์ แจ้งจบ . (2547). การวิเคราะห์เชิงตัวเลขของวัฎจักรการทำงานที่เหมาะสมสำหรับรีเจเนอเรเตอร์แบบโครงอิฐทนไฟ.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
มโนสิทธิ์ แจ้งจบ . 2547. "การวิเคราะห์เชิงตัวเลขของวัฎจักรการทำงานที่เหมาะสมสำหรับรีเจเนอเรเตอร์แบบโครงอิฐทนไฟ".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
มโนสิทธิ์ แจ้งจบ . "การวิเคราะห์เชิงตัวเลขของวัฎจักรการทำงานที่เหมาะสมสำหรับรีเจเนอเรเตอร์แบบโครงอิฐทนไฟ."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2547. Print.
มโนสิทธิ์ แจ้งจบ . การวิเคราะห์เชิงตัวเลขของวัฎจักรการทำงานที่เหมาะสมสำหรับรีเจเนอเรเตอร์แบบโครงอิฐทนไฟ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2547.