ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การออกเสียง /I/ ท้ายคำภาษาอังกฤษในบริบทภาษาไทยและภาษาอังกฤษของผู้พูดคนไทยที่มีประสบการณ์ภาษาอังกฤษต่างกัน

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การออกเสียง /I/ ท้ายคำภาษาอังกฤษในบริบทภาษาไทยและภาษาอังกฤษของผู้พูดคนไทยที่มีประสบการณ์ภาษาอังกฤษต่างกัน
นักวิจัย : สุชาดา เสริฐธิกุล
คำค้น : SPEECH PRODUCTION , LANGUAGE EXPERIENCE , IN ERLANGUAGE , CONTEXT , FINAL CONSONANT'S SOUNDS , VARIATION
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2547
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082547000385
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ในการวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาการออกเสียง /I/ ท้ายคำภาษาอังกฤษในบริบทภาษาไทยและภาษาอังกฤษของผู้พูดคนไทยที่มีประสบการณ์ภาษาอังกฤษต่างกัน โดยศึกษาจากนิสิตชั้นปีที่ 1 คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งคัดเลือกมา 40 คนจากจำนวน 200 คน การคัดเลือกแบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มีประสบการณ์ภาษาอังกฤษสูง จำนวน 20 คน และ กลุ่มที่มีประสบการณ์ภาษาอังกฤษต่ำ จำนวน 20 คน โดยให้อ่านประโยคทดสอบซึ่งมีคำทดสอบปรากฏอยู่ กลุ่มตัวอย่างจะออกเสียงคำที่ต้องการศึกษาใน2 บริบท คือ บริบทภาษาไทย 30 คำทดสอบ และบริบทภาษาอังกฤษ 30 คำทดสอบ สมมติฐานของการวิจัยนี้คือ กลุ่มตัวอย่างที่มีประสบการณ์ภาษาอังกฤษต่ำ จะมีการถ่ายโอนภาษาสูง กล่าวคือ จะมีการออกเสียงพยัญชนะ /I/ ท้ายคำเป็นรูปแปร [n] ซึ่งเป็นเสียงท้ายที่มีในภาษาไทยมาก ในขณะที่กลุ่มตัวอย่างที่มีประสบการณ์ภาษาอังกฤษสูง จะมีการถ่ายโอนภาษาต่ำ คือ จะมีการออกเสียงใกล้เคียงกับเจ้าของภาษา คือ เป็นรูปแปร[.] นอกจากนี้เมื่อคำที่ต้องการศึกษาอยู่ในบริบทภาษาไทยจะมีการถ่ายโอนภาษามากกว่าในบริบทภาษาอังกฤษ จากผลการวิเคราะห์พบว่า การแปรในการออกเสียง /I/ ท้ายคำภาษาอังกฤษ มีการปรากฏเป็น รูปแปร ได้แก่ [.], [w], [W], [n] และ [(+,ฦ)] รูปแปรที่ปรากฏมากที่สุดคือ [W]รองลงมาคือ [(+,ฦ)], [n], [.] และ [w] ตามลำดับ ผลการศึกษาในเชิงสถิติแสดงให้เห็นว่ามีความสัมพันธ์ระหว่างการแปรของตัวแปรภาษากับตัวแปรทางสังคมทั้งสองประการดังกล่าว อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น .01 กล่าวคือ ผู้พูดที่มีประสบการณ์ภาษาอังกฤษต่ำจะมีการถ่ายโอนภาษามากกว่าผู้พูดที่มีประสบการณ์ภาษาอังกฤษสูง และในบริบทภาษาไทยจะมีการถ่ายโอนภาษามากกว่าในบริบทภาษาอังกฤษ ผลการวิจัย พบว่า รูปแปร [n] ซึ่งเป็นรูปแปรที่แสดงว่าผู้พูดมีการถ่ายโอนภาษามากที่สุดนั้น ในทั้งสองกลุ่มตัวอย่าง มีการปรากฏของรูปแปรนี้ในปริมาณที่ใกล้เคียงกันซึ่งอาจเป็นไปได้ว่า คำที่นำมาใช้ในการวิจัยนี้หลายคำเป็นคำที่ยืมมาจนกลายคำไทยไปแล้วนอกจากนี้งานวิจัยยังพบว่ากลุ่มตัวอย่างมีความโน้มเอียงเข้าสู่ภาษาที่สองมากขึ้นโดยกลุ่มตัวอย่างมีการใช้รูปแปร [W] และ [w] ที่เป็นรูปแปรของภาษาในระหว่าง(interlanguage) ในปริมาณมาก

บรรณานุกรม :
สุชาดา เสริฐธิกุล . (2547). การออกเสียง /I/ ท้ายคำภาษาอังกฤษในบริบทภาษาไทยและภาษาอังกฤษของผู้พูดคนไทยที่มีประสบการณ์ภาษาอังกฤษต่างกัน.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สุชาดา เสริฐธิกุล . 2547. "การออกเสียง /I/ ท้ายคำภาษาอังกฤษในบริบทภาษาไทยและภาษาอังกฤษของผู้พูดคนไทยที่มีประสบการณ์ภาษาอังกฤษต่างกัน".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สุชาดา เสริฐธิกุล . "การออกเสียง /I/ ท้ายคำภาษาอังกฤษในบริบทภาษาไทยและภาษาอังกฤษของผู้พูดคนไทยที่มีประสบการณ์ภาษาอังกฤษต่างกัน."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2547. Print.
สุชาดา เสริฐธิกุล . การออกเสียง /I/ ท้ายคำภาษาอังกฤษในบริบทภาษาไทยและภาษาอังกฤษของผู้พูดคนไทยที่มีประสบการณ์ภาษาอังกฤษต่างกัน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2547.