ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ฤทธิ์และกลไกการออกฤทธิ์ของสารสกัดแห้ม ต่อระดับน้ำตาลในเลือด ของหนูปกติและหนูเบาหวาน

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ฤทธิ์และกลไกการออกฤทธิ์ของสารสกัดแห้ม ต่อระดับน้ำตาลในเลือด ของหนูปกติและหนูเบาหวาน
นักวิจัย : วัลยา จิตตประสาทศีล
คำค้น : COSCINIUM FENESTRATUM , ANTIDIABETES , (+,a)-GLUCOSIDASE , INSULIN SECRETION
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2547
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082547000378
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

แห้ม (~iCoscinium fenestratum~i) เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการรักษาโรคเบาหวาน โดยมีผู้นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย ในขณะที่รายงานการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของแห้มยังมีไม่มากนัก จึงเป็นที่มาของการศึกษาวิจัยในครั้งนี้ โดยวัตถุประสงค์ของการวิจัยคือ การศึกษาฤทธิ์ของสารสกัดเอธานอลจากแห้ม ต่อการลดระดับน้ำตาลในเลือดของหนูปกติและหนูเบาหวาน และศึกษากลไกการออกฤทธิ์ต่อการกระตุ้นการหลั่งอินสุลินโดยตรงจากตับอ่อน และฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์แอลฟ่ากลูโคซิเดส โดยเฉพาะเอนไซม์มอลเตสและ ซูเครส จากการศึกษาฤทธิ์ของสารสกัดแห้มต่อการลดระดับน้ำตาลในเลือดของหนูปกติและหนูเบาหวานด้วยวิธี oral glucose tolerance test (OGTT) โดยการป้อนน้ำตาล 3 ชนิด ได้แก่ กลูโคส,มอลโตส และซูโครส พบว่าสารสกัดแห้มขนาด 250 - 1000 มิลลิกรัม/กิโลกรัม สามารถยับยั้งระดับน้ำตาลที่เพิ่มขึ้นในหนูปกติ กลุ่มที่ได้รับน้ำตาลทั้ง 3 ชนิด และการยับยั้งนี้จะผันแปรตามขนาดของสารสกัดที่เพิ่มขึ้น ส่วนในหนูเบาหวาน พบว่า สารสกัดแห้มขนาด 50 มิลลิกรัม/กิโลกรัม สามารถลดระดับน้ำตาลได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในหนูกลุ่มที่ได้รับการป้อนน้ำตาล กลูโคส และมอลโตส และไม่มีผลลดระดับน้ำตาลในหนูกลุ่มที่ได้รับการป้อนน้ำตาล ซูโครส จากนั้นคณะผู้วิจัยได้ทำการทดสอบฤทธิ์ของสารสกัดแห้มต่อการกระตุ้นการหลั่งอินสุลินโดยตรงจากตับอ่อน และฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์แอลฟ่ากลูโคซิเดส จากลำไส้เล็กของหนูขาว โดยเฉพาะเอนไซม์มอลเตส และซูเครส พบว่าสารสกัดแห้มขนาด 10 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร สามารถกระตุ้นการหลั่งอินสุลินได้ในลักษณะของ biphasic คือมีการเพิ่มขึ้นของระดับอินสุลินอย่างรวดเร็วจากนั้นระดับอินสุลินจะลดต่ำลงและคงที่อยู่ในระดับหนึ่งที่สูงกว่าระยะพักเล็กน้อย ในขณะที่ berberine ณ ความเข้มข้นเดียวกัน สามารถกระตุ้นการหลั่งอินสุลินได้อย่างช้าๆ และเพียงเล็กน้อย โดยรูปแบบการเพิ่มขึ้นเป็นแบบ monophasicซึ่งผลจากการทดลองบ่งชี้ว่า ฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในกระแสเลือดของสารสกัดแห้ม น่าจะมีผลมาจากการกระตุ้นการหลั่งอินสุลินโดยตรงจากตับอ่อน นอกจากนี้สารสกัดแห้มยังสามารถยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ มอลเตส ได้ดีกว่า ซูเครส ซึ่งผลที่ได้จะคล้ายคลึงกับ ยาอคาร์โบสที่ใช้เป็นกลุ่มควบคุม จากผลการทดลองดังกล่าวข้างต้นสรุปได้ว่า สารสกัดเอธานอลจากแห้ม มีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ทั้งในหนูปกติและหนูเบาหวาน โดยมีกลไกการออกฤทธิ์ผ่านทางการกระตุ้นการหลั่งอินสุลินจากตับอ่อน และการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ มอลเตส และซูเครส ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ที่จะนำสารสกัดแห้มมาพัฒนาเป็นยารักษาโรคเบาหวานต่อไปในอนาคต

บรรณานุกรม :
วัลยา จิตตประสาทศีล . (2547). ฤทธิ์และกลไกการออกฤทธิ์ของสารสกัดแห้ม ต่อระดับน้ำตาลในเลือด ของหนูปกติและหนูเบาหวาน.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วัลยา จิตตประสาทศีล . 2547. "ฤทธิ์และกลไกการออกฤทธิ์ของสารสกัดแห้ม ต่อระดับน้ำตาลในเลือด ของหนูปกติและหนูเบาหวาน".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วัลยา จิตตประสาทศีล . "ฤทธิ์และกลไกการออกฤทธิ์ของสารสกัดแห้ม ต่อระดับน้ำตาลในเลือด ของหนูปกติและหนูเบาหวาน."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2547. Print.
วัลยา จิตตประสาทศีล . ฤทธิ์และกลไกการออกฤทธิ์ของสารสกัดแห้ม ต่อระดับน้ำตาลในเลือด ของหนูปกติและหนูเบาหวาน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2547.