| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาการเปลี่ยนแปลงของรังไข่ และ ระดับฮอร์โมนเอสตร้า-ไดอัล-17 เบต้า ภายหลังการคลอด ในแม่ม้าลูกผสมพันธุ์พื้นเมืองของไทย |
| นักวิจัย | : | ศศิธร พนโสภณกุล |
| คำค้น | : | OVARIAN ACTIVITY , POSTPARTUM , FOAL HEAT , THAI CROSSBRED NATIVE MARE , ESTRADIOL-17BETA |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2547 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082547000209 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อตรวจหาการแสดงลักษณะของการเป็นสัดแรกหลังคลอดรวมทั้งการเปลี่ยนแปลงของลักษณะรังไข่ และระดับฮอร์โมนเอสตร้าไดอัล-17 เบต้า ในแม่ม้าหลังคลอด โดยศึกษาในแม่ม้าลูกผสมพันธุ์พื้นเมืองของไทย จำนวน 30 ตัว แม่ม้าทุกตัวจะได้รับการตรวจการเป็นสัดทุกวัน และตรวจหาการเปลี่ยนแปลงของฟอลลิเคิลบนรังไข่โดยการล้วงตรวจร่วมกับการใช้เครื่องคลื่นเสียงความถี่สูงผ่านทางทวารหนัก วันเว้นวัน ตั้งแต่วันที่ 5 หลังคลอดจนกระทั่งแสดงอาการเป็นสัด แล้วจึงเปลี่ยนเป็นทำการตรวจทุกวันจนกระทั่งมีการตกไข่ ยกเว้นแม่ม้าที่ไม่แสดงอาการเป็นสัดจะทำการตรวจวันเว้นวันจนถึงวันที่ 21 หลังคลอด ทั้งนี้ในช่วงเวลาดังกล่าวจะทำการเก็บตัวอย่างเลือด เพื่อตรวจหาระดับฮอร์โมนเอสตร้าไดอัล-17 เบต้า ผลการศึกษาจาก 25 ตัวพบว่า แม่ม้าจำนวน 23 ตัว (92%)มีการตกไข่ภายใน 20 วันหลังคลอด ซึ่งมีเพียง 10 ตัว (40%) ที่แสดงการเป็นสัดแรกหลังคลอดโดยมีค่าเฉลี่ยของช่วงเวลาตั้งแต่คลอดจนถึงแสดงการเป็นสัดแรก และ ช่วงเวลาตั้งแต่คลอดจนกระทั่งตกไข่ เท่ากับ 10.30(+,ฑ)2.95 และ 13.39(+,ฑ)2.61 วัน ตามลำดับ ในกลุ่มนี้พบว่ามีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของฟอลลิเคิลก่อนตกไข่มากกว่ากลุ่มของแม่ม้าที่ไม่แสดงการเป็นสัดแรกหลังคลอดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (43.54(+,ฑ)6.67 และ 38.55(+,ฑ)2.38 มิลลิเมตรตามลำดับ P<0.05) ผลการตรวจวัดระดับฮอร์โมนเอสตร้าไดอัล-17 เบต้า พบว่ามีค่าสูงขึ้นอย่างชัดเจน ที่ 5 วันก่อนตกไข่ (7.01(+,ฑ)2.96 พิโครกรัม/มิลลิลิตร) และมีค่าสูงสุดที่ 2 วันก่อนตกไข่ (10.79(+,ฑ)3.3 พิโครกรัม/มิลลิลิตร) โดยพบว่ากลุ่มของแม่ม้าที่แสดงอาการเป็นสัดมีระดับฮอร์โมนเอสตร้าไดอัล-17 เบต้า ที่ 2 วันก่อนตกไข่สูงกว่าในกลุ่มของแม่ม้าที่ไม่แสดงอาการเป็นสัดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (11.95(+,ฑ)3.72 และ8.45(+,ฑ)2.28 พิโครกรัม/มิลลิลิตร ตามลำดับ P<0.05) และพบความสัมพันธ์ระหว่างขนาดของฟอลลิเคิลที่ใหญ่ที่สุด กับ ระดับของฮอร์โมนเอสตร้าไดอัล-17 เบต้า ที่ 5 วัน และ2 วัน ก่อนตกไข่ ในแม่ม้าทั้งสองกลุ่ม (P<0.05) จากผลดังกล่าวแสดงว่า การจัดการผสมพันธุ์แม่ม้าที่หลังคลอดโดยการตรวจหาวันตกไข่ด้วยวิธีต่างๆ นั้น สามารถเพิ่มจำนวนครั้งในการผสมพันธุ์ได้ อีกทั้งยังช่วยทำให้โอกาสของการผลิตลูกม้าต่อแม่สูงขึ้นด้วย |
| บรรณานุกรม | : |
ศศิธร พนโสภณกุล . (2547). การศึกษาการเปลี่ยนแปลงของรังไข่ และ ระดับฮอร์โมนเอสตร้า-ไดอัล-17 เบต้า ภายหลังการคลอด ในแม่ม้าลูกผสมพันธุ์พื้นเมืองของไทย.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ศศิธร พนโสภณกุล . 2547. "การศึกษาการเปลี่ยนแปลงของรังไข่ และ ระดับฮอร์โมนเอสตร้า-ไดอัล-17 เบต้า ภายหลังการคลอด ในแม่ม้าลูกผสมพันธุ์พื้นเมืองของไทย".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ศศิธร พนโสภณกุล . "การศึกษาการเปลี่ยนแปลงของรังไข่ และ ระดับฮอร์โมนเอสตร้า-ไดอัล-17 เบต้า ภายหลังการคลอด ในแม่ม้าลูกผสมพันธุ์พื้นเมืองของไทย."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2547. Print. ศศิธร พนโสภณกุล . การศึกษาการเปลี่ยนแปลงของรังไข่ และ ระดับฮอร์โมนเอสตร้า-ไดอัล-17 เบต้า ภายหลังการคลอด ในแม่ม้าลูกผสมพันธุ์พื้นเมืองของไทย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2547.
|
