ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลการสอนวิชาศิลปะพื้นบ้านโดยวิธีสตอรีไลน์ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาระดับปริญญาตรี โปรแกรมวิชาศิลปศึกษา สถาบันราชภัฏ

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลการสอนวิชาศิลปะพื้นบ้านโดยวิธีสตอรีไลน์ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาระดับปริญญาตรี โปรแกรมวิชาศิลปศึกษา สถาบันราชภัฏ
นักวิจัย : กันยารัตน์ ยังมี
คำค้น : FOLK ART , STORYLINE METHOD , ACHIEVEMENT , ART EDUCATION PROGRAM
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2546
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082546000509
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลการสอนวิชาศิลปะพื้นบ้านโดยวิธีสตอรี่ไลน์ ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาระดับปริญญาตรี โปรแกรมวิชาศิลปศึกษา สถาบันราชภัฏ กลุ่มตัวอย่างประชากรที่ใช้ในการวิจัย คือ นักศึกษาระดับปริญญาตรี โปรแกรมวิชาศิลปศึกษา สถาบันราชภัฏราชนครินทร์ ที่ลงทะเบียนเรียนวิชาศิลปะพื้นบ้าน 2ปีการศึกษา 2546 จำนวน 31 คน โดยการสุ่มแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) แผนการสอนวิชาศิลปะพื้นบ้านโดยวิธีสตอรี่ไลน์ 2) ใบความรู้ 3) แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาศิลปะพื้นบ้าน 2 4) แบบบันทึกกระบวนการทำงานรายบุคคล5) แบบสังเกตกระบวนการเรียนรู้เชิงพฤติกรรมรายบุคคลในวิชาศิลปะพื้นบ้าน 26) แบบประเมินผลงานกลุ่ม 7) แบบวัดเจตคติที่มีต่อการเรียนวิชาศิลปะพื้นบ้าน 2และ 8) แบบสอมถามความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนวิชาศิลปะพื้นบ้าน 2โดยวิธีสตอรี่ไลน์ ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่ามัชฌิมเลขคณิต(~i(-,X)~i) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการทดสอบค่าที่ (t-test) ผลการวิจัยพบว่า 1. ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านพุทธิพิสัยสูงขึ้นหลังจากที่เรียนโดยวิธีสตอรี่ไลน์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2. ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านทักษะพิสัยสูงขึ้นหลังจากที่เรียนโดยวิธีสตอรี่ไลน์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3. ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านจิตพิสัยสูงขึ้นหลังจากที่เรียนโดยสตอรี่ไลน์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4. กระบวนการเรียนรู้ที่ผู้เรียนใช้ในกิจกรรมการเรียนการสอนโดยวิธีสตอรี่ไลน์มี 2 แบบ คือ กระบวนการเรียนรู้แบบตื้น และกระบวนการเรียนรู้แบบลึก ดังนี้ 4.1 กระบวนการเรียนรู้แบบตื้น คือ การฟื้นความรู้เดิม การสังเกต สอบถามสัมภาษณ์ การอ่าน จดบันทึก ลงมือปฏิบัติจริง การเปรียบเทียบสิ่งที่คล้ายกัน การเปรียบเทียบสิ่งที่ขัดแย้งกัน และ การจำแนกประเภท 4.2 กระบวนการเรียนรู้แบบลึกที่ผู้เรียนใช้ คือ การอธิบายหลักเกณฑ์การตั้งสมมติฐาน การแก้ปัญหา การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ และการประเมินผล นอกจากการเรียนโดยวิธีสตอรี่ไลน์จะทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นแล้วผู้เรียนยังแสดงความคิดเห็นว่าการเรียนการสอนโดยวิธีสตอรี่ไลน์ยังส่งเสริม ทักษะการคิดการแก้ปัญหา กระบวนการเรียนรู้ กระบวนการทำงาน กระบวนการทางสังคม สติและปัญญามีเหตุผล เปิดใจยอมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น กล้าแสดงออก ได้เรียนรู้จากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย มีความสุขใจ มีเจตคติที่ดีต่อตนเองและวิชาเรียน ตลอดจนสามารถเชื่อมโยงความรู้สู่การดำเนินชีวิตจริงได้

บรรณานุกรม :
กันยารัตน์ ยังมี . (2546). ผลการสอนวิชาศิลปะพื้นบ้านโดยวิธีสตอรีไลน์ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาระดับปริญญาตรี โปรแกรมวิชาศิลปศึกษา สถาบันราชภัฏ.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
กันยารัตน์ ยังมี . 2546. "ผลการสอนวิชาศิลปะพื้นบ้านโดยวิธีสตอรีไลน์ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาระดับปริญญาตรี โปรแกรมวิชาศิลปศึกษา สถาบันราชภัฏ".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
กันยารัตน์ ยังมี . "ผลการสอนวิชาศิลปะพื้นบ้านโดยวิธีสตอรีไลน์ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาระดับปริญญาตรี โปรแกรมวิชาศิลปศึกษา สถาบันราชภัฏ."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print.
กันยารัตน์ ยังมี . ผลการสอนวิชาศิลปะพื้นบ้านโดยวิธีสตอรีไลน์ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาระดับปริญญาตรี โปรแกรมวิชาศิลปศึกษา สถาบันราชภัฏ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.