ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การเปรียบเทียบค่าประมาณพารามิเตอร์ของแผนการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นที่มีตัวแปรจำแนกชั้นภูมิ และวิธีการกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างย่อย ที่แตกต่างกัน: กรณีศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การเปรียบเทียบค่าประมาณพารามิเตอร์ของแผนการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นที่มีตัวแปรจำแนกชั้นภูมิ และวิธีการกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างย่อย ที่แตกต่างกัน: กรณีศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
นักวิจัย : ดวงใจ ปวีณอภิชาต
คำค้น : PARAMETER , STRATIFIED , SAMPLING , ALLOCATION , ACHIEVEMENT
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2535
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082535000178
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อเปรียบเทียบค่าประมาณมัชฌิมเลขคณิต และค่าประมาณความแปรปรวน ที่ได้จากการสุ่มแบบแบ่งชั้น ที่มีตัวแปรจำแนกชั้นภูมิที่แตกต่างกัน 3 ลักษณะ คือ ประเภทโรงเรียน ขนาดโรงเรียน และเขตอำเภอ โดยใช้วิธีกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างย่อยที่แตกต่างกัน 2 ลักษณะ คือ วิธีกำหนดแบบนีย์แมน และวิธีกำหนดแบบสัดส่วน รวมแผนการสุ่มทั้งหมด 6 วิธี แต่ละแผนการสุ่มใช้ขนาดกลุ่มตัวอย่างที่ระดับความเชื่อมั่นต่างกัน 3 ระดับ คือ 90%, 95% และ 99% ประชากรที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ในเขตท้องที่การศึกษาที่ 5 กรุงเทพมหานคร สังกัดกรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ปีการศึกษา 2534 จำนวน 9,227 คน ดำเนินการสุ่มตัวอย่างในแต่ละวิธี ขนาด และระดับความเชื่อมั่น โดยใช้คอมพิวเตอร์กระทำการสุ่มซ้ำ1,000 ครั้ง เปรียบเทียบค่าประมาณของคะแนนผลสัมฤทธิ์วิชาคณิตศาสตร์ของประชากร โดยใช้เกณฑ์ในการเปรียบเทียบความมีประสิทธิภาพ 4 เกณฑ์คือ ความใกล้เคียง ความแปรปรวน ค่าเฉลี่ยความคลาดเคลื่อนกำลังสองและค่าประสิทธิภาพสัมพันธ์ ของค่าประมาณมัชฌิมเลขคณิต และค่าประมาณความแปรปรวนของประชากร ผลการวิจัยที่สำคัญ มีดังนี้ 1. ขนาดโรงเรียน เป็นตัวแปรจำแนกชั้นภูมิที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการประมาณค่ามัชฌิมเลขคณิตทุกขนาดกลุ่มตัวอย่าง และประมาณค่าความแปรปรวนเมื่อใช้ขนาดกลุ่มตัวอย่างที่ระดับความเชื่อมั่น 95% โดยที่เขตอำเภอ เป็นตัวแปรจำแนกชั้นภูมิที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการประมาณค่าความแปรปรวนเมื่อใช้ขนาดกลุ่มตัวอย่างที่ระดับความเชื่อมั่น 90% และ 99% 2. วิธีกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างย่อยแบบนีย์แมนมีประสิทธิภาพในการประมาณค่ามัชฌิมเลขคณิตมากกว่าวิธีกำหนดแบบสัดส่วน เมื่อใช้ขนาดกลุ่มตัวอย่างที่ระดับความเชื่อมั่น 99% และมีประสิทธิภาพน้อยกว่าเมื่อใช้ขนาดกลุ่มตัวอย่างที่ระดับความเชื่อมั่น 90% หรือ 95% โดยใช้ขนาดโรงเรียนเป็นตัวแปรจำแนกชั้นภูมิสำหรับการประมาณค่าความแปรปรวน โดยส่วนใหญ่ของวิธีการสุ่มทั้งหมด วิธีกำหนดแบบนีย์แมนมีประประสิทธิภาพ ในการประมาณค่ามากกว่าวิธีกำหนดแบบสัดส่วน 3. วิธีการสุ่มที่ใช้ขนาดโรงเรียนเป็นตัวแปรจำแนกชั้นภูมิและกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างย่อยแบบนีย์แมนมีประสิทธิภาพมากที่สุดในการประมาณค่ามัชฌิมเลขคณิต และประมาณค่าความแปรปรวน เมื่อใช้ขนาดกลุ่มตัวอย่างที่ระดับความเชื่อมั่น 99% และ 95% ตามลำดับ

บรรณานุกรม :
ดวงใจ ปวีณอภิชาต . (2535). การเปรียบเทียบค่าประมาณพารามิเตอร์ของแผนการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นที่มีตัวแปรจำแนกชั้นภูมิ และวิธีการกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างย่อย ที่แตกต่างกัน: กรณีศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ดวงใจ ปวีณอภิชาต . 2535. "การเปรียบเทียบค่าประมาณพารามิเตอร์ของแผนการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นที่มีตัวแปรจำแนกชั้นภูมิ และวิธีการกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างย่อย ที่แตกต่างกัน: กรณีศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ดวงใจ ปวีณอภิชาต . "การเปรียบเทียบค่าประมาณพารามิเตอร์ของแผนการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นที่มีตัวแปรจำแนกชั้นภูมิ และวิธีการกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างย่อย ที่แตกต่างกัน: กรณีศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2535. Print.
ดวงใจ ปวีณอภิชาต . การเปรียบเทียบค่าประมาณพารามิเตอร์ของแผนการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นที่มีตัวแปรจำแนกชั้นภูมิ และวิธีการกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างย่อย ที่แตกต่างกัน: กรณีศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2535.