ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การผลิตสารลดแรงตึงผิวชีวภาพโดย ~iPseudomonas~i sp. A41 ในถังหมักแบบกึ่งต่อเนื่อง

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การผลิตสารลดแรงตึงผิวชีวภาพโดย ~iPseudomonas~i sp. A41 ในถังหมักแบบกึ่งต่อเนื่อง
นักวิจัย : เลิศลักษณ์ แก้ววิมล
คำค้น : BIOSURFACTANT , RHAMNOLIPIDS , FED BATCH FERMENTATION
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2546
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082546000299
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยนี้เป็นการศึกษากระบวนการหมักแบบกึ่งต่อเนื่องเพื่อการผลิตสารลดแรงตึงผิวชีวภาพจากน้ำมันปาล์มดิบโดยจุลินทรีย์ ~iPseudomonas~i sp. A41 มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มอัตราการผลิตของสารลดแรงตึงผิวชีวภาพจากกระบวนการหมักแบบไม่ต่อเนื่องโดยแหล่งคาร์บอนและไนโตรเจนที่ใช้คือน้ำมันปาล์มดิบและใช้แอมโมเนียมซัลเฟต ตามลำดับซึ่งในส่วนแรกของงานวิจัยได้มีการศึกษาถึงผลของอัตราส่วนโดยโมลของคาร์บอนต่อไนโตรเจน (C/N) ที่มีต่อการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์และการผลิตสารลดแรงตึงผิวชีวภาพ โดยอัตราส่วนของ C/N ที่ใช้มีค่า 5, 50, 100, 150 และ 200 ตามลำดับ โดยจะกำหนดความเข้มข้นของน้ำมันปาล์มดิบคงที่ที่ 20 กรัมต่อลิตร ส่วนปริมาณไนโตรเจนจะเปลี่ยนไปตามอัตราส่วนของ C/N ต่างๆ ซึ่งจากการทดลองในขวดรูปชมพู่เขย่าพบว่าที่อัตราส่วนของ C/N เท่ากับ 50 จะให้อัตราการเจริญเติบโตจำเพาะสูงที่สุดเท่ากับ0.86 ต่อชั่วโมง Y(,x/c) และ Y(,x/n) มีค่า 0.27 และ 3.11 กรัมต่อกรัมสารตั้งต้นตามลำดับ และที่อัตราส่วนของ C/N 150 จะให้อัตราการผลิตสารลดแรงตึงผิวชีวภาพสูงที่สุดเท่ากับ 8.49 มิลลินิวตันต่อเมตรต่อกรัมเซลล์ต่อชั่วโมง ค่า Y(,p/c)สูงที่สุดเท่ากับ 3.40 มิลลินิวตันต่อเมตรต่อกรัมน้ำมันปาล์มดิบ ดังนั้นจึงนำสองอัตราส่วนนี้มาใช้ในกระบวนการหมักแบบกึ่งต่อเนื่อง โดยศึกษาถึงผลของเวลาที่ใช้ในการเปลี่ยนอัตราส่วนของ C/N จาก 50 ไปเป็น 150 โดยเวลาที่ใช้ในการเปลี่ยนอัตราส่วนคือ เวลาที่ 6, 9, 12 และ 15 ชั่วโมง ควบคุมความเข้มข้นของสารตั้งต้นให้คงที่ ทำได้โดยอาศัยการป้อนสารอาหารแบบทวีคูณ ควบคุมอุณหภูมิที่ 30 องศาเซลเซียสค่าความเป็นกรดด่างที่ 7.5 อัตราการให้อากาศที่ 60 เปอร์เซ็นต์อากาศอิ่มตัว ความเร็วรอบของการปั่นกวนที่ 600 รอบต่อนาที ซึ่งพบว่าในช่วงแรกที่ให้อัตราส่วน C/N เท่ากับ50 จุลินทรีย์มีอัตราการเจริญเติบโตจำเพาะใกล้เคียงกัน แต่หลังจากช่วงการเจริญเติบโตแบบทวีคูณ อัตราการเจริญเติบโตจำเพาะจะลดลงเช่นเดียวกับอัตราการผลิตผลิตภัณฑ์จำเพาะและผลไม้ของเซลล์และผลิตภัณฑ์ต่อสารตั้งต้น โดยพบว่าเมื่อทำการเปลี่ยนอัตราส่วน C/N ที่ 12 ชั่วโมงจะให้อัตราการเจริญเติบโตสูงที่สุด 0.19 กรัมต่อลิตรต่อชั่วโมง แต่ก็จะให้อัตราการผลิตต่ำที่สุด 0.03 กรัมต่อลิตรต่อชั่วโมง ในขณะที่การเปลี่ยน C/N ที่เวลาอื่นมีอัตราการผลิตเท่ากันที่ 0.04 กรัมต่อลิตรต่อชั่วโมงนั่นแสดงว่าเวลาในการเปลี่ยน C/N มีผลต่อการผลิตเซลล์มากกว่าอัตราการผลิตสารลดแรงตึงผิวชีวภาพ กระบวนการหมักแบบกึ่งต่อเนื่องให้อัตราการผลิตเซลล์และสารลดแรงตึงผิวชีวภาพสูงกว่าการเพาะเลี้ยงแบบไม่ต่อเนื่อง 126.92 และ 25 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ หลังจากนั้นได้มีการทดสอบประสิทธิภาพ (Effectiveness) การทำงานของสารลดแรงตึงผิวชีวภาพที่ผลิตได้เปรียบเทียบกับสารลดแรงตึงผิวที่กองทัพเรือใช้พบว่าสารลดแรงตึงผิวชีวภาพที่ผลิตได้มีประสิทธิภาพมากกว่าสารลดแรงตึงผิวที่ทางกองทัพเรือใช้ 7.13 เปอร์เซ็นต์

บรรณานุกรม :
เลิศลักษณ์ แก้ววิมล . (2546). การผลิตสารลดแรงตึงผิวชีวภาพโดย ~iPseudomonas~i sp. A41 ในถังหมักแบบกึ่งต่อเนื่อง.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
เลิศลักษณ์ แก้ววิมล . 2546. "การผลิตสารลดแรงตึงผิวชีวภาพโดย ~iPseudomonas~i sp. A41 ในถังหมักแบบกึ่งต่อเนื่อง".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
เลิศลักษณ์ แก้ววิมล . "การผลิตสารลดแรงตึงผิวชีวภาพโดย ~iPseudomonas~i sp. A41 ในถังหมักแบบกึ่งต่อเนื่อง."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print.
เลิศลักษณ์ แก้ววิมล . การผลิตสารลดแรงตึงผิวชีวภาพโดย ~iPseudomonas~i sp. A41 ในถังหมักแบบกึ่งต่อเนื่อง. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.