| ชื่อเรื่อง | : | การเลือกระบบการบริหารดูแลชุมชนหมู่บ้านจัดสรร ระดับราคาปานกลาง ในเขตกรุงเทพมหานคร |
| นักวิจัย | : | วรวิทย์ ก่อก้องวิศรุต |
| คำค้น | : | DECISION - MAKING , PROPERTY MANAGEMENT SYSTEM , HOUSING PROJECT |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2543 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082543000808 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | สาระสำคัญส่วนหนึ่งของพระราชบัญญัติจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543คือ การแก้ปัญหาชุมชนหมู่บ้านจัดสรร ภายหลังการเข้าอยู่อาศัยกฎหมายวางแนวทางการบริหารดูแลชุมชนหมู่บ้านจัดสรรไว้ 3 แนวทางคือ 1) ผู้จัดสรรที่ดินเสนอแผนงานดูแลสาธารณูปโภค โดยจัดหาธนาคารมาค้ำประกันสาธารณูปโภคของโครงการ 2) การจัดตั้งนิติบุคคลบ้านจัดสรรหรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่น 3) การยกให้เป็นสาธารณะประโยชน์การศึกษาครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิธีการและปัญหาของการบริหารดูแลชุมชนหมู่บ้านจัดสรรในปัจจุบัน และการเลือกแนวทางที่เหมาะสมต่อไป โดยใช้วิธีการรวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องสำรวจสภาพหมู่บ้าน และสัมภาษณ์คณะกรรมการหมู่บ้าน โดยเลือกหมู่บ้านจัดสรรกลุ่มระดับราคาปานกลาง ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ โซนตะวันออกเฉียงเหนือจำนวน 203 โครงการ เป็นกรณีศึกษา จากการศึกษาพบว่า ในจำนวนหมู่บ้านที่ศึกษามีเพียง 157หมู่บ้านเท่านั้นที่เข้าอยู่อาศัยทั้งหมดหรือ บางส่วน และมีเพียง 78หมู่บ้านที่มีการจัดการดูแลอย่างชัดเจน ในขณะที่บางหมู่บ้านเจ้าของโครงการยังดูแลรับผิดชอบอยู่ และบางหมู่บ้านไม่มีการจัดการดูแลแต่อย่างใด เช่นเดียวกับหลายหมู่บ้านที่เจ้าของโครงการ ยกให้เป็นสาธารณะประโยชน์ สำหรับหมู่บ้านที่มีการจัดการดูแลชุมชนอย่างชัดเจน พบว่าแม้ไม่มีกฎหมายรองรับ ส่วนใหญ่มีการจัดตั้ง คณะกรรมการหมู่บ้านมีเพียงร้อยละ 2.56 ที่จัดตั้งชมรมหรือจ้างบริษัทเอกชน ในการจัดการดูแลสาธารณูปโภคและการบริการสาธารณะพื้นฐานของหมู่บ้านส่วนใหญ่หมู่บ้านจะดำเนินการเอง ยกเว้นการ บริการรักษาความปลอดภัยการบำรุงรักษาไฟฟ้าสาธารณะ จะจ้างบริษัทเอกชนดำเนินการ ปัญหาที่พบมากได้แก่ การจัดเก็บค่าบำรุงส่วนกลาง การบำรุงดูแลสาธารณูปโภคส่วนกลางและการให้บริการสาธารณะพื้นฐานแก่ลูกบ้าน จากการสัมภาษณ์คณะกรรมการหมู่บ้านเกี่ยวกับแนวทางการบริหารดูแลชุมชนหมู่บ้านจัดสรรตามกฎหมายนั้น 3 แนวทางนั้น พบว่าร้อยละ 51.30เลือกแบบนิติบุคคลบ้านจัดสรร ร้อยละ 23.07 ยกให้เป็น สาธารณะประโยชน์มีเพียงร้อยละ 1.28 ที่ต้องการให้เจ้าของโครงการดูแลรับผิดชอบต่อไปนอกจากนี้มีหมู่บ้าน จำนวนร้อยละ 24.35 เห็นว่าแม้มีการบริหารดูแลชุมชนหมู่บ้านจัดสรรตามกฎหมายแล้ว อาจไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด และมีการเสนอความคิดในการบริหารดูแลชุมชนหมู่บ้านจัดสรรแนวทางหนึ่งที่เป็นการประสานประโยชน์ร่วมระหว่างชุมชนและราชการ โดยหมู่บ้านจัดสรรยกให้เป็นสาธารณะประโยชน์ แต่คณะกรรมการหมู่บ้านยังดูแลกิจกรรมอื่น ๆที่เกี่ยวกับผู้อยู่อาศัยต่อไป โดยเฉพาะกิจกรรมทางสังคม และศิลปวัฒนธรรม สำหรับข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการเลือกระบบบริหารดูแลชุมชนหมู่บ้านจัดสรรระดับราคาปานกลาง ควรต้องคำนึงถึงการจัดการดูแลหมู่บ้านที่มีอยู่เดิม โดยเฉพาะความพร้อมของคณะกรรมการหมู่บ้านและความเป็นหมู่บ้านแล้วยังจะต้องพิจารณาถึงระดับราคาและขนาดโครงการหมู่บ้านจัดสรรนั้นด้วย |
| บรรณานุกรม | : |
วรวิทย์ ก่อก้องวิศรุต . (2543). การเลือกระบบการบริหารดูแลชุมชนหมู่บ้านจัดสรร ระดับราคาปานกลาง ในเขตกรุงเทพมหานคร.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วรวิทย์ ก่อก้องวิศรุต . 2543. "การเลือกระบบการบริหารดูแลชุมชนหมู่บ้านจัดสรร ระดับราคาปานกลาง ในเขตกรุงเทพมหานคร".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วรวิทย์ ก่อก้องวิศรุต . "การเลือกระบบการบริหารดูแลชุมชนหมู่บ้านจัดสรร ระดับราคาปานกลาง ในเขตกรุงเทพมหานคร."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print. วรวิทย์ ก่อก้องวิศรุต . การเลือกระบบการบริหารดูแลชุมชนหมู่บ้านจัดสรร ระดับราคาปานกลาง ในเขตกรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.
|
