ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลของการขัดแต่งที่มีต่อกำลังดัดขวางของอลูมินัสพอร์ซเลนและเฟลด์สปาติกพอร์ซเลน

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลของการขัดแต่งที่มีต่อกำลังดัดขวางของอลูมินัสพอร์ซเลนและเฟลด์สปาติกพอร์ซเลน
นักวิจัย : วรางคณา บุตรดี
คำค้น : SORFACE FINISH , FLEXURAL STRENGTH , PORCELAIN
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2541
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082541000375
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการขัดแต่งต่อกำลังดัดขวางของพอร์ซเลน 2 ชนิด คือ เฟลด์สปาติก (FP) และอลูมินัสพอร์ซเลน (AP) จากการขัดด้วยวิธีขัดแบบต่างๆ การเคลือบผิวและการเคลือบทับ ความรู้ที่ได้เป็นแนวทางสำหรับทันตแพทย์ในการพิจารณาวิธีการที่เหมาะสมต่อการขัดแต่งผิวพอร์ซเลนได้อย่างมีประสิทธิภาพเตรียม AP 165 ชิ้น และ FP 135 ชิ้น แบ่งด้วยการสุ่มออกเป็น 11 กลุ่ม และ9 กลุ่ม ตามลำดับ (กลุ่มละ 15 ชิ้น) ดังต่อไปนี้ กลุ่มที่ 1) กลุ่มควบคุม เผาภายใต้สุญญากาศ ที่อุณหภูมิ 960 องศาเซลเซียส สำหรับ AP และ 920 องศาเซลเซียสสำหรับ FP 2) เคลือบผิว โดยเผาภายใต้อากาศปกติ ที่อุณหภูมิ 940 องศาเซลเซียสสำหรับ AP และ 910 องศาเซลเซียส สำหรับ FP 3) ขัดด้วยกระดาษซิลิกอนคาร์ไบด์ในสภาวะที่เปียก 4) กลุ่มเคลือบทับ โดยเผาภายใต้อากาศปกติ ที่อุณหภูมิ 940 องศาเซลเซียส สำหรับ AP และ 890 องศาเซลเซียส สำหรับ FP 5) กรอด้วยหัวกรอกากเพชร ในสภาวะที่เปียก 6) ขัดด้วยหัวขัดยางซิลิโคน (เฉพาะใน AP) 7) ขัดด้วยหัวขัดกระดาษทรายรูปดิสก์ (เฉพาะใน AP) 8) ขัดด้วยหัวขัดยางซิลิโคนตามด้วยหัวขัดผ้าสักหลาดรูปดิสก์ฝังกากเพชรไว้ภายใน 9) ขัดด้วยหัวขัดกระดาษทรายรูปดิสก์ร่วมกับหัวขัดผ้าสักหลาดรูปดิสก์ฝังกากเพชรไว้ภายใน 10) ขัดด้วยหัวขัดยางซิลิโคนร่วมกับครีมกากเพชรขัดพอร์ซเลน และ 11) ขัดด้วยหัวขัดกระดาษทรายรูปดิสก์ร่วมกับครีมกากเพชรขัดพอร์ซเลน กลุ่มที่ 6-11 ขัดในสภาวะที่แห้ง นำชิ้นงานมาทำการทดสอบกำลังดัดขวาง (three-point-bend testing) ตาม ASTM C1161-90 และทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยกำลังดัดขวาง โดยใช้สถิติวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทิศทางเดียว และการทดสอบทูกีเอชเอสดี ที่ p(+,<)0.05ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (X(+,-)SD, MPa) มีค่าดังนี้: ใน AP1) 54.60(+,-)13.97 2) 48.47(+,-)15.41 3) 76.71(+,-)10.914) 63.67(+,-)11.33 5) 47.77(+,-)6.96 6)56.45(+,-)14.377) 54.65(+,-)11.75 8) 61.92(+,-)9.72 9) 73.34(+,-)8.8510) 66.93(+,-)8.55 และ 11) 67.24(+,-)6.78 ใน FP 1) 42.90(+,-)17.642) 53.77(+,-)6.20 3) 57.01(+,-)9.46 4) 83.48(+,-)19.00 5) 48.32(+,-)8.426) - 7) - 8) 61.49(+,-)9.41 9) 64.33(+,-)7.24 10) 56.28(+,-)8.16และ 11) 61.06(+,-)11.84~uผลการวิจัยสรุปว่า การขัดละเอียดด้วยวิธีต่างๆ~u~uและการเคลือบทับ จะทำให้ค่ากำลังดัดขวางของพอร์ซเลนทั้งสองชนิดมากกว่า~u~uพอร์ซเลนที่ไม่ได้รับการขัดแต่งอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p(+,<)0.05) ส่วนการ~u~uเคลือบผิวไม่สามารถเพิ่มกำลังดัดขวางของพอร์ซเลนทั้งสองชนิดได้~u

บรรณานุกรม :
วรางคณา บุตรดี . (2541). ผลของการขัดแต่งที่มีต่อกำลังดัดขวางของอลูมินัสพอร์ซเลนและเฟลด์สปาติกพอร์ซเลน.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วรางคณา บุตรดี . 2541. "ผลของการขัดแต่งที่มีต่อกำลังดัดขวางของอลูมินัสพอร์ซเลนและเฟลด์สปาติกพอร์ซเลน".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วรางคณา บุตรดี . "ผลของการขัดแต่งที่มีต่อกำลังดัดขวางของอลูมินัสพอร์ซเลนและเฟลด์สปาติกพอร์ซเลน."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print.
วรางคณา บุตรดี . ผลของการขัดแต่งที่มีต่อกำลังดัดขวางของอลูมินัสพอร์ซเลนและเฟลด์สปาติกพอร์ซเลน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.