| ชื่อเรื่อง | : | หลักการซื้อ-ขายทางเทคนิคกับการทดสอบสมมติฐานประสิทธิภาพตลาดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย |
| นักวิจัย | : | เทพณรงค์ นพกรวิเศษ |
| คำค้น | : | TECHNICAL TRADING RULE , EFFICIENT MARKET HYPOTHESIS , WEAK FORM EFFICIENT MARKET , STOCK EXCHANGE OF THAILAND |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2540 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082540000070 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยนับได้ว่าเป็นแหล่งระดมเงินทุนที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งนักลงทุนแต่ละรายย่อมมีวิธีการที่จะเลือกลงทุนหรือทำการซื้อ-ขายในหลักทรัพย์ใดหลักทรัพย์หนึ่งที่แตกต่างกันออกไป และหลักการซื้อ-ขายทางเทคนิค (Technical Trading Rule) ก็เป็นวิธีการหนึ่งในจำนวนหลายๆ วิธีที่จะเลือกลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ได้ แต่ทั้งนี้หากว่าตลาดหลักทรัพย์แห่งนั้นมีประสิทธิภาพ (ในระดับต้น-Weak Form Efficient Market) แล้ว แน่นอนหลักการซื้อ-ขายทางเทคนิคย่อมไม่สามารถที่จะใช้ในการหากำไรเกินปกติได้หรือไม่สามารถให้ผลตอบแทนที่มากไปกว่าผลตอบแทนปกติได้ซึ่งในวิทยานิพนธ์ฉบับนี้ได้นำเอาหลักการซื้อ-ขายทางเทคนิค3 เทคนิคที่นิยมใช้กันอยู่โดยทั่วไปคือเทคนิคค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบแปรผัน (Variable-length Moving AverageTechnique : VMA), เทคนิคค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบคงที่(Fixed-length Moving Average Technique : FMA)และเทคนิคแนวรับ-แนวต้าน (Trading Range Break-outTechnique : TRB) มาทำการทดสอบกับข้อมูลดัชนีราคาหลักทรัพย์ของตลาด (SET index) ซึ่งใช้เป็นดัชนีราคาปิดรายวันตั้งแต่ ม.ค.2523-ก.ค.2540 และยังได้ทำการทดสอบโดยแบ่งข้อมูลออกเป็น 3 ช่วงด้วยกันซึ่งผลการทดสอบเมื่อได้รวมต้นทุนการซื้อ-ขายเข้าไปด้วยแล้วก็พบว่าการใช้เทคนิคค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบแปรผันมิได้สามารถให้ผลตอบแทนที่มากไปกว่าผลตอบแทนปกติได้เลย ในขณะที่การใช้เทคนิคค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบคงที่และเทคนิคแนวรับ-แนวต้านนั้นให้ผลการทดสอบที่คล้ายคลึงกันคือการทดสอบกับข้อมูลทั้งหมดและข้อมูลในช่วงเวลาแรกนั้นเทคนิคทั้งสองนี้สามารถที่จะให้ผลตอบแทนที่มากกว่าผลตอบแทนปกติได้หลังจากที่ได้รวมต้นทุนการซื้อ-ขายเข้าไปด้วย แต่เมื่อทดสอบกับข้อมูลในช่วงที่ 2 และ 3 แล้วกลับพบว่าเทคนิคทั้งสองนี้ไม่สามารถที่จะให้ผลตอบแทนเกินปกติได้ ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่มีประสิทธิภาพ (ในระดับต้น) เมื่อทำการทดสอบกับข้อมูลทั้งหมดและข้อมูลในช่วงเวลาแรก แต่การทดสอบกับข้อมูลในช่วงเวลาที่ 2 และ 3 นั้นกลับพบว่าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีประสิทธิภาพ (ในระดับต้น) ขณะที่การศึกษาในอีกส่วนหนึ่งนั้นมีจุดมุ่งหมายที่แตกต่างไปจากในส่วนแรกคือ ต้องการที่จะทดสอบดูว่าแบบจำลองใดที่ใช้ในวิทยานิพนธ์ฉบับนี้สามารถที่จะอธิบายพฤติกรรมการเคลื่อนไหวของดัชนีราคาหลักทรัพย์ได้เหมาะสมกว่ากันโดยการสร้างข้อมูลจำลองขึ้นจากแบบจำลอง 2 แบบคือ Random Walk modelและ first-order Autoregressive model หรือ AR(1)แล้วจึงนำข้อมูลจำลองที่สร้างขึ้นนี้ไปทดสอบโดยใช้วิธีการเดียวกันกับในส่วนแรกที่ใช้ทดสอบกับข้อมูลจริง ซึ่งก็พบว่าแบบจำลอง (AR(1) นั้นน่าที่จะอธิบายพฤติกรรมการเคลื่อนไหวของดัชนีราคาหลักทรัพย์ได้ดีกว่าแบบจำลอง Random Walkอย่างไรก็ตามแบบจำลอง AR(1) ก็ไม่ใช่แบบจำลองที่ดีเพียงพอที่จะใช้ในการอธิบายพฤติกรรมการเคลื่อนไหวของดัชนีราคาหลักทรัพย์ได้ |
| บรรณานุกรม | : |
เทพณรงค์ นพกรวิเศษ . (2540). หลักการซื้อ-ขายทางเทคนิคกับการทดสอบสมมติฐานประสิทธิภาพตลาดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. เทพณรงค์ นพกรวิเศษ . 2540. "หลักการซื้อ-ขายทางเทคนิคกับการทดสอบสมมติฐานประสิทธิภาพตลาดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. เทพณรงค์ นพกรวิเศษ . "หลักการซื้อ-ขายทางเทคนิคกับการทดสอบสมมติฐานประสิทธิภาพตลาดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print. เทพณรงค์ นพกรวิเศษ . หลักการซื้อ-ขายทางเทคนิคกับการทดสอบสมมติฐานประสิทธิภาพตลาดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.
|
